หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 15 ตุลาคม 2568

วันที่ 16 ตุลาคม 2568 เวลา 05:37 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 15 ตุลาคม 2568


>> รถตู้จอดเก็บของ จยย. 2 คันขับชนท้าย เสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 1

09.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง ได้รับแจ้งมีเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถยนต์ตู้มีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบนสะพานพระนั่งเกล้า (ตัวใหม่) ถนนรัตนาธิเบศร์ ฝั่งขาเข้า ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดง ทะเบียนจังหวัดอุตรดิตถ์ อยู่ในลักษณะพุ่งชนท้ายรถยนต์ตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียนกรุงเทพมหานคร พบร่างของชาย อายุ 30 ปี เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์นอนเสียชีวิตอยู่ ขณะเดียวกันยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 คน ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีดำ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถยนต์ตู้ก่อนหน้านี้

ด้าน คนขับตู้ กล่าวว่า ในขณะที่ขับรถมาระหว่างทางแผ่นกระจกมองข้างด้านซ้ายหลุดและตกหล่นตนจึงจอดรถชิดขอบทางด้านซ้ายพร้อมเปิดสายสัญญาณไฟกระพริบและเดินย้อนลงไปเก็บ ในจังหวะที่กำลังจะเดินกลับมาที่รถ ได้มีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีดำ ได้ขับเฉี่ยวท้ายรถของตนก่อนจะล้มไถลไปอยู่กลางถนน หลังจากนั้นตนเองจึงเข้าไปช่วยคนเจ็บและนำรถจักรยานยนต์เข้าข้างทาง ผ่านไปไม่ถึง 5 นาที รถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตก็ขับมาพุ่งชนท้ายซ้ำ

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวว่า เบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบปากคำคนขับรถตู้ไว้โดยหลังจากนี้จะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิด และสอบปากคำคนขับรถรถตู้เพิ่มเติม ส่วนผู้เสียชีวิต ได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรต่อไป


>> นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ คกก.นโยบายเศรษฐกิจ เคาะโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ชู นโยบาย Quick Big Win “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว”

10.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (กนศ.) ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ CB 406 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ โดยมีคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมด้วย

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า การประชุม กนศ. มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยใช้เวทีนี้พูดคุย อัปเดตข้อมูลงานที่กำลังขับเคลื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ที่จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคน ให้เกิดความสำเร็จ เห็นผลภายในเวลาอีกไม่ถึง 4 เดือน ตามแนวคิด “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว” ให้ปลัดกระทรวงและหัวหน้าหน่วยงานด้านเศรษฐกิจ เข้าร่วมเป็นกรรมการด้วยเพื่อเป็นสะพานเชื่อม นำสิ่งที่หารือไปช่วยกันดำเนินการต่อได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งได้เชิญตัวแทนภาคเอกชน 3 สถาบัน เข้าร่วมประชุม เพื่อให้ข้อมูลและความเห็นในเรื่องต่าง ๆ ที่รัฐบาลจะดำเนินการ เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างรวดเร็ว

นายกฯ เน้นย้ำถึงความคล่องตัว ลดขั้นตอน และถ้าอยู่ในอำนาจตามกฎหมาย ให้ทำทันที หากมีความคืบหน้าหรือติดขัดให้มารายงานในที่ประชุม เพราะจะมีการประชุมนี้ทุกวันจันทร์ช่วงบ่าย และหากต้องใช้อำนาจของ ครม. จะได้นำเรื่องเสนอ ครม. ต่อไป 
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณามาตรา Quick Big Win 5 เสาหลัก “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว” ได้แก่ 1. กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว 2. ลดภาระหนี้ประชาชน 3. เพิ่มสภาพคล่องให้ SMEs 4. เพิ่มการออมของประชาชน และ 5. การลงทุนเพื่ออนาคต โดยมอบกระทรวงต่างๆ ที่มีโครงการภายใต้นโยบาย Quick Big Win กำหนด Action Plan ตัวชี้วัดความสำเร็จให้ชัดเจน และสามารถประเมินผลได้จริง


>> รวบหนุ่มขับกระบะไม่ติดป้ายทะเบียน พร้อมตรวจค้นเจอ ปืน 9 มม. ซ่อนใต้เบาะ

10.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกันจับกุม นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ฐาน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ พาอาวุธปืนและเครื่องกระสุน ไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วน พร้อมตรวจยึดของกลาง

อาวุธปืนสั้น ชนิด กึ่งอัตโมมัติ ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก, ซองบรรจุกระสุน(แม็กกาซีน) จำนวน 1 อัน, เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 8 นัด, ซองพกหนังสีดำ จำนวน 1 ซอง

โดยจับกุมได้บนถนน ทล.41 ต.คันธุลี อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี

พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้นำรถวิทยุตรวจการณ์ ออกตรวจพื้นทีรับผิดชอบ จนมาถึงที่เกิดเหตุพบ นายเอ ขับรถกระบะ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ผ่านมา จึงเรียกได้ส่งสัญญาณไฟและเสียงเพื่อเรียกให้หยุด และทำการตรวจสอบเอกสารประจำรถ และขอตรวจสอบภายในรถพบอาวุธปืนสั้นพร้อมกระสุนปืน วางไว้บริเวณใต้เบาะที่นั่งฝั่งผู้โดยสาร

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา นายเอให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา จากนั้นจึงนำตัวผู้ถูกจับพร้อมด้วยของกลางและเอกสารที่เกี่ยวข้องดังกล่าวข้างต้น ทำบันทึกการจับกุม ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าชนะ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> เขื่อนป่าสักฯ ทยอยปรับเพิ่มการระบาย หลังฝนตกต่อเนื่องเหนือเขื่อน

11.11 น. กรมชลประทาน ทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ หลังมีฝนตกในพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง ประกอบกับยังคงมีปริมาณน้ำจากทางตอนบนของลุ่มน้ำไหลลงเขื่อนอย่างต่อเนื่อง คณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ จึงมีมติให้กรมชลประทาน ปรับแผนการระบายน้ำผ่านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อควบคุมระดับน้ำและปริมาณน้ำในเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม โดยจะเริ่มทยอยปรับเพิ่มการระบาย ในอัตราวันละ 50 ลบ.ม./วินาที จากอัตราเดิม 100 ลบ.ม./วินาที เป็นอัตรา 200 ลบ.ม./วินาที ภายในวันที่ 16 ต.ค.68 ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มจากเดิมอีกประมาณ 0.80 - 1.00 ม. ซึ่งระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นดังกล่าว ยังคงอยู่ในระดับตลิ่งและไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน

ถึงอย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำจากทางหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากในระยะนี้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง จากอิทธิพลของร่องมรสุม หากปริมาณน้ำทางตอนบนเพิ่มมากขึ้น และมีความจำเป็นต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้น จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป


>> น้ำป่าไหลหลากที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ชาวบ้านได้รับผลกระทบ 10 หลังคาเรือน

11.30 น. อำเภอเชียงดาว ได้รับแจ้งเหตุในพื้นที่เนื่องจากเกิดฝนหนักต่อเนื่องตั้งแต่เวลา 02.00 น. ของคืนวันที่ 14 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าบ้านเรือนราษฎร ม.2 ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ จำนวน 10 ครัวเรือน

ด้าน นายกฤตพล รชตเมธานนท์ นายอำเภอเชียงดาว ได้สั่งการให้ฝ่ายปกครองท้องที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเจ้าหน้าที่ทหาร ประชาชนจิตอาสา ในพื้นที่ดำเนินการช่วยเหลือราษฎรผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ทุกจุดที่เกิดสาธารณภัยเรียบร้อยแล้ว ล่าสุดขณะนี้ปริมาณน้ำป่าไหลหลากได้ทยอยลดปริมาณลงเรื่อยๆ แล้ว


>> คุณลุง ขับรถกระบะเข้าสวนยาง เสียหลักตกข้างทางฟาดกับต้นไม้ หลานชายวัย 9 ขวบอยู่หลังกระบะเสียชีวิต

12.30 น. พ.ต.ท.เสน่ห์ พรมรัตน์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.นครไทย ศูนย์บริการข้อมูลอุบัติเหตุและเจ็บป่วยฉุกเฉินหน่วยกู้ภัยบูรพา สมาคมพิษณุโลกการกุศลสงเคราะห์ ( ไซทีฮุกตึ๊ง ) จังหวัดพิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเสียหลักพลิกคว่ำ จุดเกิดเหตุ ม.21 บ.น้ำดั้น ต.หนองท้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีดำ ป้ายทะเบียน เพชรบูรณ์ ลักษณะพลิกตะแคงอยู่ข้างทาง ตรวจสอบพบว่า มีผู้เสียชีวิต เป็นเด็กชาย อายุ 9 ขวบ

เบื้องต้นรับแจ้งจากลุงของผู้ตายให้การว่า ตนได้ขับรถยนต์กระบะดังกล่าว เข้าสวนยางโดยมีหลานนั่งอยู่หลังกระบะ เส้นทางลาดชันพร้อมกับมีฝนตกตลอดเวลา เมื่อถึงจุดเกิดเหตุ รถได้เสียหลักพลิกคว่ำตะแคงเป็นไปฟาดกับต้นยางพารา ซึ่งหลานชายที่นั่งอยู่ด้านหลังกระบะนั้นกระเด็นไปถูกอัดกับต้นไม้เสียชีวิต

เจ้าหน้าที่กู้ภัยบูรพาดำเนินการเคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตนำส่งสถาบันนิติเวชโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย


>> ไล่ล่าระทึกชายแดน กระบะขน 10 แรงงานกัมพูชา ก่อนเสียหลักตกข้างทาง ผู้นำพาชาวไทย สารภาพทำเพราะขาดรายได้

13.07 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองกำลังบูรพา , ฉก.อรัญประเทศ , ชค.ทพ.12 โดยร้อย.ทพ.1206 ได้เข้าสกัดจับขบวนการลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าวขนาดใหญ่ บริเวณเส้นทางระหว่างบ้านสลองคอง – บ้านกุดหิน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งชุดลาดตระเวนเฝ้าตรวจได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบข้ามแดน จึงออกปฏิบัติการและตรวจพบ รถยนต์กระบะต้องสงสัย 1 คัน วิ่งมาบนเส้นทางดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อขอตรวจสอบ แต่รถคันดังกล่าวกลับ เร่งเครื่องขับหลบหนี นำไปสู่การไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด

โดยระหว่างการหลบหนี รถกระบะได้ เสียหลักตกข้างทาง บริเวณบ้านสลองคอง ม.3 เมื่อเจ้าหน้าที่รุดเข้าตรวจสอบ บุคคลที่นั่งอยู่ภายในรถได้พากันวิ่งหลบหนี ออกจากรถทันทีอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ได้ออกติดตามควบคุมตัวผู้ที่วิ่งหลบหนี พบว่าเป็นชาวกัมพูชาทั้งหมด 10 คน (ชาย 6 คน หญิง 3 คน และผู้ติดตามเยาวชนหญิง 1 คน) และจากการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวพบผู้ขับขี่รถยนต์เป็นชาวไทย ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ได้เช่นกัน โดยรับสารภาพได้รับจ้างขนข้ามแดนจริงจาก

การสอบสวนเบื้องต้น ผู้นำพาชาวไทย ยอมรับว่า ได้รับการว่าจ้างจากชาวกัมพูชา ให้มารับกลุ่มผู้ลักลอบเข้าเมืองชาวกัมพูชาที่บริเวณชายแดน เพื่อนำไปส่งยังพื้นที่ตอนในของประเทศไทย โดยชาวกัมพูชา 10 คน สารภาพว่า เดิมเคยทำงานอยู่ในประเทศไทย แต่ต้องเดินทางกลับภูมิลำเนาเนื่องจากมาตรการคุมเข้มการเข้าออกชายแดนของทั้งสองประเทศ แต่ด้วยเหตุผล ไม่มีงานทำและขาดรายได้ จึงตัดสินใจติดต่อผู้นำพาชาวกัมพูชาให้พาเดินเท้าลัดเลาะตามช่องทางธรรมชาติ ข้ามมายังฝั่งไทย ก่อนจะมีผู้นำพาชาวไทยมารับช่วงต่อ จนมาถูกตรวจพบและจับกุมในที่สุด เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้นำพาชาวไทย พร้อมแรงงานชาวกัมพูชาทั้ง 10 คน ไปซักถามเพิ่มเติมที่ กองบังคับการ ร้อย.ทพ.1206 และจะดำเนินการส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.ในพื้นที่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


>> สืบ สน.ห้วยขวาง ตามยึดฟิกเกอร์กว่า 200 ตัวคืนสาวจีน คนเก็บของเก่าอ้างคิดว่าทิ้ง

13.43 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง สามารถติดตามทรัพย์สินเป็นโมเดลตุ๊กตาลิขสิทธิ์การ์ตูนแท้กว่า 200 ตัว มูลค่ารวมประมาณ 100,000 บาท คืนให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน ได้สำเร็จ หลังเกิดเหตุเข้าใจผิดว่าถูกลักทรัพย์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 เวลาประมาณ 20.25 น. นักท่องเที่ยวสาวจีน เข้าแจ้งความว่าถูกลักทรัพย์ "โมเดลตุ๊กตา จำนวนมาก" ไปจากบริเวณหน้าบ้าน ซอยประชาราษฏร์บำเพ็ญ 20 ซึ่งขณะที่กำลังขนของ เพื่อย้ายที่อยู่อาศัยและออกไปทำธุระนอกบ้านประมาณ 15 นาที โดยเมื่อสอบถามกับเพื่อนบ้านจึงทราบว่า เห็นชายหญิงคู่หนึ่งขี่รถจักรยานยนต์มาหยิบสิ่งของดังกล่าวไป

หลังรับแจ้ง ฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง ได้ดำเนินการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง พบผู้ต้องสงสัย 2 ราย ขับรถซาเล้งขนของเก่าเข้ามาบริเวณบ้านผู้เสียหาย และติดตามไปจนพบทั้งคู่จอดรถอยู่ที่ตลาดจันทร์หุ่น ถนนประชาราษฎร์บำเพ็ญ 26

จากการเข้าตรวจสอบ พบคนเก็บของเก่าชายหญิงคู่นึง กำลังครอบครองโมเดลตุ๊กตาจำนวนหนึ่ง เมื่อสอบถามทั้งคู่ให้การว่า ไม่ได้มีเจตนาลักทรัพย์แต่อย่างใด และเข้าใจผิดว่าผู้เสียหายนำของออกมาวางไว้ให้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ผู้เสียหายเคยนำเสื้อผ้ามาให้ทั้งคู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชิญตัวทั้งสองมาที่ สน.ห้วยขวาง เพื่อให้ผู้เสียหายตรวจสอบทรัพย์สิน พบว่าเป็นของตนจริง และจากการสอบถามจนทราบว่าเป็นเหตุเข้าใจผิด ไม่ได้ติดใจเอาความใด ๆ ทั้งคู่จึงได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป เป็นอันยุติเรื่องราวดังกล่าวด้วยดี

ด้าน พ.ต.อ. ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.ห้วยขวาง ฝากขอบคุณ และชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ที่สามารถตามของคืนได้โดยเร็ว เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยว ถึงแม้ท้ายที่สุดจะจบลงด้วยความเข้าใจผิด แต่ก็สามารถติดตามทรัพย์คืนผู้เสียหายได้อย่างเรียบร้อย


>> 2 สาวน้อยเล่นน้ำตก ก่อนจมหาย ช่วยเหลือทัน 1 ส่วนอีก 1 เสียชีวิต

14.06 น.รับแจ้งจาก ศูนย์สั่งการเพชรบูรณ์ พร้อมหน่วยกู้ภัยเพชรบูรณ์ มูลนิธิร่มโพธิ์เพชรบูรณ์ ตรวจสอบเหตุบุคคลสูญหายภายในน้ำ จำนวน 2 ราย บริเวณ น้ำตกธาราเอราวัณ ต.ตะเบาะ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์

โดยที่เกิดเหตุ พบว่า สามารถช่วยเหลือขึ้นมาได้ 1 ราย ปลอดภัยดี เป็นหญิงไทย อายุ 15 ปี เบื้องต้นสามารถช่วยชีวิตขึ้นมาได้ นำรักษา รพ.เพชรบูรณ์ ส่วนอีก 1 รายนั้น เจ้าหน้าที่ทีมประดาน้ำลงค้นหา พบว่าร่างจมอยู่ในน้ำและเสียชีวิต เป็นหญิงไทย อายุ 15 ปี 
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบูรณ์ พร้อมแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ ก่อนมอบร่างให้อาสาสมัครนำส่ง รพ.เพื่อชันสูตรหาสาเหตุต่อไป


>> อดีตกำนันเก่า จมน้ำเสียชีวิตในบ่อเลี้ยงปลาที่บ้านพัก คาดว่าลื่นระหว่างให้อาหารปลา จ.ระยอง

15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แกลง จ.ระยอง พร้อมด้วยอาสากู้ภัยพุทธศาสตร์สงเคราะห์อำเภอแกลง เข้าตรวจสอบเหตุคนจมน้ำเสียชีวิต ภายในสระน้ำ หมู่ 9 ตำบลบ้านนา อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

ที่เกิดเหตุเป็นสวนทุเรียน มีบ่อน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่บริเวณกลางสวน ใกล้กับบ้านพักของผู้เสียชีวิต พบร่างของชาย 1 ราย ลอยคว่ำหน้าอยู่ในสระน้ำ เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำร่างขึ้นมาตรวจสอบ เป็นชายไทย อายุ 70 กว่าปี อดีตกำนันอำเภอแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ซึ่งเกษียณอายุราชการแล้ว

จากการสอบถามคนงานในสวน ซึ่งเป็นผู้พบศพ เปิดเผยว่า เวลาประมาณ 14.30 น. ตนเดินผ่านบริเวณสระน้ำแล้วเห็นร่างคนลอยอยู่ จึงรีบแจ้งอาสากู้ภัยและตำรวจมาตรวจสอบ โดยระบุว่าผู้เสียชีวิตมักจะออกมาให้อาหารปลาในสระเป็นประจำทุกเช้าประมาณ 08.00 น. ก่อนเกิดเหตุไม่เห็นนายอรรถเดชเดินกลับเข้าบ้าน จนกระทั่งมาพบเป็นศพลอยน้ำอยู่

ขณะเดียวกัน ผู้ที่รู้จักผู้ตายเผยว่า ผู้ตายเป็นอดีตกำนันในจังหวัดชลบุรี ภายหลังขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม และย้ายมาใช้ชีวิตบั้นปลายที่อำเภอแกลง จังหวัดระยอง โดยเป็นบุคคลที่มีจิตอาสา ชอบช่วยเหลืองานส่วนรวม และร่วมกิจกรรมของชุมชนอยู่บ่อยครั้ง ทั้งยังเคยดำรงตำแหน่ง ประธานยกช่อฟ้าศาลาการเปรียญวัดในพื้นที่ ซึ่งเป็นที่เคารพรักของชาวบ้านในละแวกนั้น

เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด รวมถึงจะตรวจกล้องวงจรปิดภายในบ้านเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม เบื้องต้นคาดว่าผู้เสียชีวิตอาจพลัดตกลงไปในน้ำขณะให้อาหารปลา แต่ต้องรอผลชันสูตรและการสอบสวนเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ต่อไป


>> รฟม. เร่งถมทรายหลุมยุบสามเสน เสริมฐานอาคาร สน.สามเสนใหม่ ก่อนรื้อถอน คาดปิดถนนสลับช่วงเพื่อความปลอดภัย

15.01 น. ความคืบหน้ากรณีหลุมยุบขนาดใหญ่ กว้าง 30×30 เมตร ลึก 20 เมตร บริเวณถนนสามเสน หน้าโรงพยาบาลวชิระพยาบาล เขตดุสิต กรุงเทพฯ ใกล้โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ และจุดรื้อถอนอาคาร สน.สามเสนใหม่ ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม นายวัชรพล คงสวัสดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานก่อสร้าง รฟม. เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการถมทรายเสริมความแข็งแรงใต้ฐานอาคาร เพื่ออุดโพรงและสร้างความมั่นคง โดยใช้ทรายแล้วกว่า 8,000 ลูกบาศก์เมตร แต่ยังต้องเพิ่มอีก เนื่องจากพื้นที่หลุมยุบขยายกว้างขึ้น พร้อมทำงานแข่งกับเวลา ก่อนเปิดเทอมและการจราจรหนาแน่น

ทั้งนี้ รฟม.จะติดตั้งแผ่นกันดินสไลด์ด้านถนนสุโขทัย และเร่งถมทรายให้ได้ระดับ ก่อนเริ่มรื้อถอนอาคาร สน.สามเสนใหม่ทันที โดยระบุว่าอาจต้องปิดถนนสลับบางช่วงเพื่อความปลอดภัย ขณะที่นายปฏิเวช เหระยัง ผู้อำนวยการกองบริหารงานก่อสร้าง 4 รฟม. เผยว่า ขณะนี้ถมทรายได้แล้วราว 2,500 ลูกบาศก์เมตร และยกระดับพื้นขึ้นประมาณ 2 เมตร พร้อมตรวจสอบอาคารโดยรอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันความเสียหายและเร่งคืนสภาพถนนให้ใช้การได้โดยเร็ว


>> ตำรวจ ดส.จับดาวติ๊กต็อกลักลอบจำหน่ายยาเสพติดหัวพอตซอมบี้

15.47 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี กองบัญชาการตำรวจนครบาล (กก.ดส.บช.น.) นำกำลังเข้าจับกุม นางสาวเอ (นามสมมุติ)ดาวติ๊กต็อกที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก พร้อมของกลาง ประกอบด้วย หัวพอตซอมบี้ 116 หัว ,ยาอี 47 เม็ด ,แฮปปี้วอเตอร์ 6 ซอง น้ำหนักรวมซอง 44 กรัม, คีตามีน 1 ถุง น้ำหนักรวมถุง 1.19 กรัม โดยจับกุมได้ที่ห้องพักในคอนโดแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว

การจับกุมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดส. ได้จับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายยาเสพติดหัวพอตซอมบี้ หรือพอตเอโท ได้หลายราย จนสืบสวนจนทราบว่ามี น.ส.เอ (นามสมมุติ) ที่เป็นดาวติ๊กต็อกคนดังกล่าว นอกจากจะรับรีวิวสินค้าทั่วไปแล้ว ยังมีพฤติกรรมลักลอบจำหน่ายพอตซอมบี้ ให้กับลูกค้าจำนวนมากอีกด้วย จึงวางแผนจับกุมพร้อมกับแฟนหนุ่มของ น.ส.เอ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้ง 3 ข้อหา 1.ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี, แฮปปี้วอเทอร์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน 2.ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 3.ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปเอาเสียรับจำนำหรือรับไว้ประการใดซึ่งของตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนี่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 แห่งพระราชบัญญัติ ศุลกากร พ.ศ.2560 ก่อนควบคุมตัวส่งดำเนินคดีต่อไป


>> นักท่องเที่ยว เพิ่งเช็กอินช่วงเที่ยง ก่อนดิ่งตึกชั้น 16 รร.ดังสีลมดับ เร่งสอบสาเหตุ

16.15 น. พ.ต.ท.อภิศักดิ์ นิยมสุข สว.(สอบสวน) สน.ยานนาวา รับแจ้งเหตุตกที่สูงเสียชีวิต เหตุเกิดที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กทม.

ที่เกิดเหตุบริเวณลานจอดรถด้านข้างโรงแรม พบร่างของ ชาย 1 ราย เป็นชาวต่างชาติ อายุประมาณ 35-40 ปี สภาพนอนคว่ำหน้าสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงขายาวสีดำ มีบาดแผลกะโหลกศีรษะแตก ร่างกาย แขนขาหักผิดรูป ค้นในตัวไม่พบเอกสารหลักฐานระบุว่าเป็นใคร

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นชาวต่างชาติยังระบุสัญชาติไม่ได้ เพิ่งเข้ามาเช็กอินที่โรงแรมเกิดเหตุเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ผานมา โดยเข้าพักบนห้องชั้นที่ 16 ดูท่าทางเครียด กระวนกระวาย ก่อนจะมาเกิดเหตุดังกล่าว ส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าผู้ตายเป็นใครสาเหตุเกิดจากอะไร


>> จับ 3 คนไทย ยอมจ่ายหัวละ 7,500 บาท ลอบกลับบ้านเกิดฝั่งไทย

16.49 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองกำลังบูรพา,ฉก.อรัญประเทศ,ชค.ทพ12 (ร้อย.ทพ.1202 ) ,ร.9 พัน 3 ได้เข้าสกัดจับกุมหญิงไทย 3 คน ขณะลักลอบเดินเท้าผ่านช่องทางธรรมชาติมุ่งหน้าเข้าสู่ประเทศไทย บริเวณบ้านภูน้ำเกลี้ยง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยทั้งสามคนมีอายุตั้งแต่ 30-31 ปี และเคยมีงานที่มั่นคงในไทยมาก่อน

ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ถูกจับกุมทั้งสามคนต่างเคยไปทำงานในปอยเปต โดยสองคนเป็น นักดนตรี ที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง และอีกหนึ่งคนเป็นเจ้าของธุรกิจโต๊ะจีนที่ไปอยู่กับแฟน แต่หลังจากทำงานได้พักใหญ่ รายได้กลับลดลงอย่างมาก ประกอบกับงานโต๊ะจีนในไทยเริ่มกลับมา จึงตัดสินใจเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม แต่เลือกที่จะลักลอบเข้าประเทศทางชิองทางธรรมชาติ เนื่องจากปิดด่านพรมแดน

โดยทั้ง 3 คนได้ติดต่อเพื่อนชาวไทยที่รู้จักกันในสถานบันเทิง เพื่อให้หานายหน้าชาวกัมพูชาพาข้ามช่องทางธรรมชาติ ซึ่งพวกตนยอมเสียค่าใช้จ่ายสูงถึง 7,500 บาทต่อคน ต่อมาหลังจากที่ติดต่อผู้นำพาได้แล้วในช่วงรุ่งเช้าของวันที่ 15 ต.ค.65 ผู้นำพาได้พาเดินเท้าลัดเลาะตามป่าละเมาะข้ามช่องทางธรรมชาติเข้าสู่ฝั่งไทย เพื่อรอขึ้นรถ แต่ถูกทิ้งไว้ในป่าเพ็ก

จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ทหารพรานและทหารราบชุดลาดตระเวนร่วมตรวจพบและจับกุมตัวไว้ได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวหญิงไทยทั้ง 3 คน ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาลักลอบเข้าออกราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายต่อไป


>> ตำรวจไซเบอร์บุกจับสาวสุราษฎร์ฯ ขายยาลดน้ำหนักผ่านออนไลน์ พบสาร “ไซบูทรามีน” วัตถุออกฤทธิ์ประเภท 1

17.17 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 5 (กก.3 บก.สอท.5) พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าตรวจค้นบ้านพักใน ต.มะขามเตี้ย อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี หลังสืบพบการจำหน่ายยาควบคุมน้ำหนักทางออนไลน์ โดยจับกุม น.ส.พอ (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี พร้อมของกลางยาลดน้ำหนัก วิตามิน และอุปกรณ์บรรจุภัณฑ์จำนวนมาก

ผลตรวจสารประกอบในยาที่จำหน่ายพบ ไซบูทรามีน (Sibutramine) ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 1 รวมถึงสาร บิซาโคดิล (Bisacodyl) และ ฟลูออกซิทีน (Fluoxetine) ซึ่งจัดเป็นยาแผนปัจจุบันประเภทอันตราย เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาครอบครองและจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 1 รวมถึงขายยาไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา และโฆษณาเกินจริง ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย


>> ในหลวง - พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม

17.20 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นพระอารามแรกในกฐินกาล พุทธศักราช ๒๕๖๘

การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทอดผ้าไตรสดับปกรณ์พระอัฐิ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ พระราชอุปัธยาจารย์ ด้วย

อนึ่ง เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถวายเหรียญเสมาอักษรพระนาม ชส ในสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวาวงศ์ ภายใต้เบญจปฎลเศวตฉัตรและพระภควัม เนื้อทองคำ เงิน และทองแดง แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เป็นที่ระลึกเนื่องในโอกาสที่มีพระบรมราชโองการโปรดสถาปนาพระอัฐิพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ขึ้นเป็นสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์


>> ปะทะกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง วิสามัญ 1 จับกุม 1 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน 444 ชุดอีโอดี พลีชีพ 1 นาย ที่ จ.ปัตตานี

17.30 น. ได้เกิดเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง (ผกร.) ระหว่างการเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในพื้นที่ หมู่ 4 ต.บางเก่า อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นาย และวิสามัญกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ 1 ราย พร้อมทั้งสามารถควบคุมตัวผู้ก่อเหตุรุนแรงได้อีก 1 ราย

รายงานข่าวแจ้งว่า การปฏิบัติการดังกล่าวมีขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นสถานที่ฝึกร่างกายและแหล่งหลบซ่อนพักพิงของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง โดยชุดปฏิบัติการเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ร้อย ตชด.444 และชุดปฏิบัติการพิเศษ (ชปพ.) ร้อย ตชด.444 ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ สภ.สายบุรี เข้าตรวจสอบสถานที่และเก็บวัตถุพยานหลักฐาน

ด.ต.สมศักดิ์ ซึ่งเป็น ผบ.กก.ตชด. EOD พร้อมชุดสืบสวน สภ.สายบุรี ได้เข้าตรวจสอบขนำด้านหลังปอเนาะ และได้เผชิญหน้ากับผู้ก่อเหตุรุนแรง 1 ราย ที่หลบซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า ผู้ก่อเหตุฯ ได้ยิงใส่ทันที ทำให้ ด.ต.สมศักดิ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสและหมดสติ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.สายบุรี ได้ยิงตอบโต้ ทำให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงรายดังกล่าวเสียชีวิตข้างขนำ 
ด.ต.สมศักดิ์ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลสายบุรี และทีมแพทย์ได้พยายามปั๊มหัวใจช่วยชีวิตอย่างเต็มที่ แต่ท่านได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ถูกจับกุมตัวได้ 1 ราย พร้อมอาวุธปืน

ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่ยังคงตรึงกำลังควบคุมสถานการณ์และตรวจค้นพื้นที่โดยรอบเพื่อสกัดกั้นผู้ก่อเหตุรายอื่นที่อาจหลบหนีและเก็บหลักฐานเพิ่มเติมจะแจ้งให้ทราบต่อไป


>> สภาฯ โหวตร่างแก้ไข รธน.ของพรรคประชาชนเป็นร่างหลัก ด้วยเสียง 300 ต่อ 287

19.40 น. ภายหลังที่ประชุมสภารับหลักการร่างแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ของพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา วินิจฉัยให้ที่ประชุมลงมติแบบขานชื่อว่าจะใช้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ของนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หรือร่างของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นร่างหลัก โดยใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมง

ต่อมา นายวันมูหะมัดนอร์ ขานผลคะแนนว่า ร่างของนายพริษฐ์ ได้ 300 คะแนน ร่างของนายอนุทินได้ 287 คะแนน จึงเห็นว่าที่ประชุมมีมติใช้ร่างของ นายพริษฐ์ เป็นร่างหลัก  


>> รถสปอร์ตหรู เสียหลักพุ่งลงคูน้ำข้างทาง กู้ภัยเร่งใช้เครื่องตัดถ่างช่วยคนขับนำออกจากตัวรถ รอดหวุดหวิด จ.เชียงใหม่

23.20 น. ทีมกู้ภัยเฉพาะกิจเชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์พลิกคว่ำตกคูน้ำ ริมถนนวงแหวนรอบที่ 3 บริเวณก่อนถึงปั๊ม PT สันผักหวาน ในพื้นที่เขต อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋งสปอร์ต ยี่ห้อปอร์เช่ สีเขียว พลิกหงายท้องจมอยู่ในคูน้ำเกือบมิดคัน ภายในมีผู้ขับขี่ เป็นผู้ชาย 1 รายติดอยู่ไม่สามารถออกมาได้ ทีมกู้ภัยเฉพาะกิจจึงระดมกำลังร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ใช้อุปกรณ์ ตัด-ถ่าง เฉพาะกิจเชียงใหม่ เปิดทางช่วยเหลือผู้ติดภายในรถ ท่ามกลางสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด

หลังใช้เวลาหลายนาที ทีมกู้ภัยสามารถนำร่างผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 รายออกมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนส่งมอบให้ทีมการแพทย์ฉุกเฉินนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน


>> แผ่นดินไหว ประเทศเมียนมา

01.11 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 3.5 ความลึก 11 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 326 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย 


>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถนั่งส่วนบุคคล มีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา กลางถนนพหลโยธิน

01.50 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถนั่งส่วนบุคคล และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนพหลโยธิน ขาเข้า ช่วงทางกลับรถหน้ากรมทหารราบที่ 11 ในพื้นที่ เขตบางเขน กทม.

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีเทา ยังไม่พบป้ายทะเบียน ลักษณะชนกับรถนั่งส่วนบุคคล เนต้า สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. ใกล้กันพบร่างของผู้บาดเจ็บ 2 ราย มีอาการสาหัส มอบให้รถกู้ชีพดำเนินการนำส่ง รพ.ใกล้เคียงจำนวน 1 ราย ส่วนอีก 1 รายนั้นดำเนินการปั๊มหัวใจในที่เกิดเหตุ แต่ไม่เป็นผล ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา เบื้องต้นเป็นผู้ชาย อายุประมาณ 30 - 40 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน


>> แผ่นดินไหว ที่เวียดนาม

04.40 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.7 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเวียดนาม ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ประมาณ 329 กม. ยังไม่มี

ข่าวยอดนิยม