หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 25 กันยายน 2568

วันที่ 26 กันยายน 2568 เวลา 05:35 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 25 กันยายน 2568


>> หนุ่มวัย 20 ปีขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก กลางถนนมิตรภาพ บาดเจ็บสาหัส ก่อนไปเสียชีวิตที่ รพ.

09.22 น. ได้รับแจ้งจาก กู้ชีพกลางดง มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ชนกับรถบรรทุก และมีผู้บาดเจ็บ ถนนมิตรภาพ ขาออก กม.37+200 ขึ้นเนินกลางดง ใกล้เคียงทางเข้าวัดถนนโค้ง ต.พญาเย็น อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ สีดำ ป้ายทะเบียน ราชบุรี ขนกับ รถบรรทุกหกล้อ สีขาว ป้ายทะเบียน 3567 ชลบุรี ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย มีแผลฉีกขาดขนาดใหญ่ที่หน้าผาก ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ ไม่มีชีพจร ทางเจ้าหน้าที่ จึงให้การปฐมพยาบาล และเริ่มทำ CPR พร้อมใช้เครื่องAED ร่วม และส่งต่อให้ทีมรถกู้ชีพโรงพยาบาลมวกเหล็ก เคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลมวกเหล็ก

และในเวลาต่อมา รับแจ้งว่าเสียชีวิต ตรวจสอบเอกสารเป็นชายไทย อายุ 20 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กลางดง


>> ลุยยึดไฟแช็กเถื่อนปลอมยี่ห้อดัง ทั่วขอนแก่น-อุดรธานี พบของกลางกว่า 3 หมื่นชิ้น เตือน ไฟแช็กปลอมเสี่ยงระเบิด

10.52 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และตัวแทนผู้ปกป้องสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาของแบรนด์สินค้า ร่วมกันเข้าทำการตรวจค้น-ตรวจยึด ไฟแช็ก ปลอมเครื่องหมายการค้า ยี่ห้อดัง โดยสามารถยึดได้จากร้านค้าปลีก-ส่ง ร้านค้าส่ง ใน จ.ขอนแก่น และโกดังเก็บสินค้า ใน จ.อุดรธานี พร้อมตรวจยึดของกลาง ไฟแช็ก ปลอมเครื่องหมายการค้า รวมจำนวนกว่า 33,000 ชิ้น

หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ. ได้รับแจ้งจากบริษัทเจ้าของ เครื่องหมายการค้า ไฟแช็ก ที่ว่าพบการจำหน่ายไฟแช็กปลอมเครื่องหมายการค้าในพื้นที่จังหวัด ขอนแก่น และพื้นที่ใกล้เคียง จึงได้ทำการสืบสวนเชิงลึกเพื่อตรวจสอบต้นตอ

จากการลงพื้นที่สืบสวนและตรวจสอบเส้นทางการจำหน่าย พบว่ามีร้านค้ารายย่อยหลายแห่ง ในจังหวัดขอนแก่นและพื้นที่ใกล้เคียงลักลอบวางจำหน่ายไฟแช็กปลอมเป็นจำนวนมาก โดยร้านเหล่านี้ ทำหน้าที่เป็นจุดกระจายสินค้าไปยังผู้บริโภคเมื่อขยายผลต่อเนื่องพบความเชื่อมโยงไปยังแหล่งเก็บ และกระจายสินค้าขนาดใหญ่ที่ใช้เป็นโกดังซุกซ่อนของกลางเพื่อรอจำหน่ายในวงกว้าง

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายค้นจาก ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง และ ศาลจังหวัดขอนแก่น เข้าตรวจค้นแหล่งจำหน่ายที่สำคัญ 9 จุดเป้าหมาย ทั้งร้านค้าและโกดังเก็บสินค้า ผลการตรวจค้นสามารถตรวจยึดไฟแช็กปลอ ได้มากกว่า 33,000 ชิ้น จึงได้ตรวจยึด ไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะได้ทำการสืบสวนขยายผลดำเนินคดีกับเครือข่ายผู้จำหน่าย ผู้ทำการผลิต หรือผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งไฟแช็กปลอม ต่อไป


>> "บิ๊กแจ๊ส" ตั้งรางวัลนำจับ หัวหน้าแก๊งขโมยหม้อแปลงไฟฟ้า 1 แสนบาท

11.00 น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี พร้อมด้วย นายนพพร ขาวขำ รองนายก อบจ.ปทุมธานี ได้เข้าพบกับ พ.ต.อ.เทพฤทธิ์ ชาวนาวิก ผกก.สภ.สามโคก หลังทราบว่าสามารถจับกุมคนร้ายได้แล้ว 2 คน ที่ก่อเหตุขโมยหม้อแปลงไฟฟ้า จำนวน 3 จุด รวมความเสียหายกว่า 300,000 บาท สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ชาวสามโคกเนื่องจากระดับน้ำสูงท่วมของเสียหาย เพราะเครื่องสูบน้ำใช้การไม่ได้

หลังจากที่เมื่อวานนี้ พ.ต.อ.เทพฤทธิ์ ชาวนาวิก ผกก.สภ.สามโคก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.สามโคก ได้เข้าตรวจสอบบริเวณเพิงพักไม่มีเลขที่ ม.1 ต.กกแก้วบูรพา อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา จนทราบตัวผู้ต้องก่อเหตุทั้งหมด พร้อมประสานกดดันติดตามตัว 2 ผู้ต้องหาคือ นายธนะโชค หรือ เจม และ นายเกริกพล หรือ ฟลุ๊ค ส่วนอีกคนที่เป็นหัวหน้าแก๊งยังคงหลบหนี คือ นายสายัน หรือ แย้ม ซึ่งทั้ง 3 คน ได้ร่วมกันก่อเหตุ ใช้รถกระบะ ติดสัญญาณไซเรนคล้ายกับรถเจ้าหน้าที่ไฟฟ้า ขโมยหม้อแปลงไฟฟ้า บนถนนมหาลัยชินวัตร หมู่ 10 ต.บางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขับตาม ระหว่างทางคนร้ายที่อยู่หลังกระบะ ได้โยนบันไดไม้ไผ่ เครื่องมือ ที่ใช้ก่อเหตุ ลงบนพื้นผิวถนน เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ขับติดตาม

เมื่อมาถึง สะพานข้ามคลอง หน้าวัดทางยาว คนร้ายได้ผลักหม้อแปลงลงมาขวางรถเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งพบว่าเป็นหม้อแปลงขนาด 30 kva ใช้เพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าส่องสว่าง ทางสาธารณะของ อบจ.ปทุมธานี ซึ่งปัจจุบันใช้เชื่อมต่อกับเครื่องสูบน้ำขององค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานีและ เครื่องสูบน้ำของกรมชลประทาน

ด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี ได้กล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สามารถ เร่งดำเนินการจนสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ พร้อมทั้งยังขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สืบสวนต่อยอดไปจนถึงร้านที่รับซื้อของโจรอีกด้วย ย้ำเจ้าหน้าที่ต้อง ปฏิบัติงานอย่างระมัดระวังตัว ด้วยเนื่องจากคนร้ายที่หลบหนี คือ นายสายัน หรือแย้ม มีประวัติไม่ค่อยดี และพฤติกรรมพกอาวุธปืนติดตัวตลอดด้วย เชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องหาน่าจะขโมยหรือตัดสายไฟมาหลายที่แล้ว ซึ่งประชาชนเดือดร้อนกันเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะอำเภอสามโคก ทั้งนี้ ตนเองพร้อมตั้งรางวัลนำจับ 100,000 บาท ถ้าหากใครมีเบาะแสจนสามารถนำไปสู่การจับกุมตัวได้ ซึ่งคนกลุ่มนี้ถ้าเป็นสมัยก่อนไม่เอาไว้แล้วซ้ำเติมชาวบ้านที่เดือดร้อนและไร้จิตสำนึก


>> สิบล้อพุ่งชนท้ายรถเก๋ง-รถกระบะ ย่านไทรน้อย รถเสียหายรวม 5 คัน บาดเจ็บ 2 ราย

11.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี พร้อมอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเดินทางเข้าตรวจสอบหลังจากได้รับแจ้งมีรถชนกันหลายคันและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนบางกรวย-ไทรน้อย ขาออก ช่วงเชิงขึ้นสะพานข้ามถนนกาญจนาภิเษก (แยกไทรน้อย) ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงเร่งเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นหญิงสูงอายุ 2 คน เป็นผู้ขับขี่และผู้โดยสารมากับรถนั่งส่วนบุคคล สีแดง ทะเบียนกรุงเทพมหานคร นั่งอยู่ในรถสภาพหน้ารถและหลังพังยับเยิน เจ้าหน้าที่กู้ชีพและกู้ภัย ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลบางบัวทอง เบื้องต้นทราบว่าถูกรถบรรทุก 10 ล้อพุ่งชนท้ายรถนั่งส่วนบุคคลก่อนจะไปพุ่งชนรถกระบะและรถแท็กซี่ต่อเนื่องอีกทั้งมีรถจักรยานยนต์ถูกเฉี่ยวชนด้วยอีก 1 คัน

ขณะเดียวกันกล้องวงจรปิดยังสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้อย่างชัดเจน โดยรถบรรทุก 10 ล้อพุ่งชนท้ายรถนั่งส่วนบุคคล สีแดง อย่างแรงก่อนจะไปพุ่งชนท้ายรถแท็กซี่ รถกระบะ ที่อยู่ด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าเบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบปากคำคนขับรถบรรทุกไว้ในเบื้องต้น ซึ่งหลังจากนี้จะทำการสอบปากคำคนขับรถบรรทุก 10 ล้อเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นต่อไป


>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุกน้ำแข็ง ริมถนนบ้านห้วยยางยาว เจ็บหนัก 3 รายเป็นเด็กนักเรียน อาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่ง รพ.

12.06 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยเจ้าปู่กุงศรี ได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ ส่งน้ำแข็ง และมีผู้บาดเจ็บหลายราย บริเวณถนนบ้านห้วยยางยาว ในพื้นที่อำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ สีขาว-แดง ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนกับรถกระบะ สีเทา ป้ายทะเบียน ขอนแก่น ใกล้กันพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 3 ราย เป็นเด็กนักเรียนชาย อายุประมาณ 13 ปี ขับขี่และซ้อนท้ายกันมา และได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสทั้งหมด

เจ้าหน้าที่กู้ภัยเจ้าปู่กุงศรี พร้อมด้วยหน่วยแพทย์ฉุกเฉินโรงพยาบาลห้วยเม็ก ได้เข้าช่วยเหลือปฐมพยาบาลเร่งด่วน ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลห้วยเม็ก สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยเม็ก


>> "อนุทิน" ร่วมหารือ สธท. และ ก.ล.ต. เร่งฟื้นความเชื่อมั่นตลาดทุนไทย พัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

13.40 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประชุมร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) และ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (สธท.) เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะด้านนโยบายและมาตรการด้านเศรษฐกิจ เพื่อการปฏิรูปเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย

โดย ก.ล.ต. นำเสนอแนวทางการแก้ไขกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ การปฏิรูปตลาดทุน และการปรับโครงสร้างภาษีอากรของประเทศ ด้าน สธท. เสนอมาตรการ quick-big win เร่งสร้างความเชื่อมั่นนโยบายภาครัฐ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ด้วยกลไกตลาดทุน upskill reskill แรงงานไทย พร้อมทั้งปราบปรามการหลอกลวงการลงทุน ขจัดอุปสรรคที่ลดทอนขีดความสามารถของประเทศ

นายกฯ อนุทิน ระบุว่า การประชุมครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กลับมาในตลาดทุนไทย และสนับสนุนการเติบโตเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน ภายใต้หลักธรรมาภิบาล


>> "อนุทิน" ลุ้นแถลงนโยบาย 29 ก.ย.นี้ หวังใช้งบปี 68 ดันโครงการคนละครึ่ง

15.37 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความจำเป็นที่ต้องการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 29 กันยายน 2568 ก่อนวันที่ 30 กันยายน 2568 สาเหตุเป็นเพราะว่า รัฐบาลมีเวลาทำงาน 4 เดือน จึงต้องการเร่งทำงาน

เมื่อถามย้ำว่า สาเหตุที่ต้องแถลงนโยบายก่อนวันที่ 29 กันยายน 2568 เพื่อให้ทันในการผลักดันงบประมาณในปี 2568 ใช่หรือไม่ เพราะไม่เช่นนั้นบางงบประมาณอาจจะตกไป นายอนุทิน กล่าวว่าอะไรที่เป็นประโยชน์กับบ้านเมืองก็ทำทั้งหมด เราจะทิ้งงบไว้ทำไม ถ้าเกิดเราไม่เร่ง งบนี้ก็ตกไป ก็จะเอางบประจำไปใช้แทน ซึ่งงบประจำในเรื่องนโยบายคนละครึ่งต้องทำอยู่ดี ถ้าใครจะมาคิดเล่นการเมืองก็ให้ข้ามเดือนนี้ เดี๋ยวโครงการนี้จะตกไป ซึ่งไม่มีทาง

นายอนุทิน กล่าวว่า มันไม่ตกหรอก ตกไม่ได้ เพราะจะไปใช้งบอีกก้อนหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ช้าเราเตรียมตัวอยู่แล้ว นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กับ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้เตรียมการเรื่องนี้เป็นอย่างดี ซึ่งเราคิดถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นเป้าหมาย จะได้ถือว่าทุกพรรคไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลมีส่วนร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างประโยชน์ให้พี่น้องประชาชน แก้ปัญหาปากท้องให้พี่น้องประชาชน ตนเองจะไม่มาบอกว่าเป็นผลงานฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น แต่ถือว่าเป็นผลงานของสมาชิกรัฐสภาทุกคนที่ตระหนักถึงความเดือดร้อนและต้องการที่จะแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน

เมื่อถามว่า งบประมาณปี 68 ที่เหลืออยู่คืองบกระตุ้นเศรษฐกิจ 2.5 หมื่นล้านบาทใช่หรือไม่ นายอนุทิน บอกเพียงว่าเดี๋ยวรายละเอียดให้ไปสอบถามนายเอกนิติ


>> ผบ.ตร.เผยรอคณะกรรมการฯ เคาะ สน.สามเสนแห่งใหม่ "ทุบหรือซ่อม" จัดหาที่พักให้ข้าราชการตำรวจ 3 แห่ง

15.39 น. พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พลตำรวจโท สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำบลนครบาล พลตำรวจตรี อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 และ พันตำรวจเอก ชายวุธ ชายโอฬาร เข้าร่วมประชุม ที่ สน.สามเสนชั่วคราว พร้อมทั้งไปตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจข้าราชการตำรวจ สน.สามเสน ที่เข้ามาพักอาศัยใน สันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ก่อนจะออกมาเปิดเผย ว่า วันนี้ในที่ประชุม มีวาระการประชุมทั้งหมด 3 เรื่อง คือ การดูแลเรื่องการจราจร, การดูแลที่พักอาศัยของข้าราชการตำรวจ สน.สามเสน ที่ได้รับผลกระทบ และเรื่องการสอบสวน ซึ่งจะร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ส่วนความเสียหาย ของ สน.สามเสน และแฟลตตำรวจนั้น เบื้องต้น ได้มีการประชุมร่วมกันหลายหน่วยงานเพื่อหาข้อสรุป โดย สน.สามเสนใหม่ ได้มีการส่งมอบงานงวดสุดท้ายแล้วกับผู้รับเหมา ตนได้มีการเซ็นรับให้เป็นทรัพย์สินของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว เพราะที่ผ่านมากระบวนการก่อสร้างถูกต้องเป็นไปตามระเบียบ ที่มีมูลค่ามากกว่า 40 ล้านบาท ตอนนี้อยู่ระหว่างจัดหาคุรุภัณฑ์ ก่อนจะมีการเปิดใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคม แต่เมื่อเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ทำให้มีเสาเข็มที่ค้ำยันอาคารขาดไป 3 ต้น และมีดินสไลด์ออกมา 15 เมตรจาก 20 เมตร ของความยาวตัวอาคาร อีกทั้งยังมีเสาไฟฟ้าล้มฟาดใส่ตัวอาคารทำให้ได้รับความเสียหาย รวมทั้งชั้นใต้ดินของแฟลตตำรวจก็มีดินสไลด์เข้ามาในพื้นที่เช่นเดียวกัน โดยรายละเอียดทั้งหมดจะต้องให้สภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยเป็นผู้ประเมินตรวจสอบ

สำหรับผู้รับผิดชอบนั้นตนได้มีโอกาสพูดคุยกับตัวแทน รฟม. แล้ว ทางด้าน รฟม. ยืนยันว่าจะเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ระยะเวลายังไม่สามารถกำหนดได้ รวมทั้ง การที่ข้าราชการตำรวจจะกลับมาพักอาศัยอยู่ในแฟลตที่เดิมนั้นก็ยังไม่สามารถกำหนดระยะเวลาได้


>> รวบตัวหนุ่มรัสเซีย หลังมีเพศสัมพันธ์ท้ายรถกระบะ ขี่วนรอบเมืองภูเก็ต ตร.เสนอถอนวีซ่า ห้ามเข้าไทยอีก

15.45 น. ตำรวจชุดสืบสวนเมืองภูเก็ต ภายใต้การสั่งการของ พ.ต.อ.ชาตรี ชูแก้ว ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต ประสานกับตำรวจหลายหน่วยงาน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ให้เฝ้าสังเกต ชายอายุ 23 ปี สัญชาติ รัสเซีย ซึ่งเป็นชายต้องสงสัยปรากฏในสังคมโซเชียลมีเดีย ซึ่งแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมเข้าข่ายอนาจาร บนท้ายรถกระบะ

โดยชุดสืบสวนแกะรอยจนกระทั่งทราบว่าชายที่ปรากฏตามภาพ ได้เดินทางออกจากสนามบิน จ.ภูเก็ต และลงเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งต่อมาจนท.ตม. โดย พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ได้พบตัวชายคนดังกล่าว ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จึงได้ตรวจสอบซักถามก่อนพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และอยู่ระหว่างนำตัวมายัง สภ.เมืองภูเก็ต 
ด้าน ผกก.สภ.เมืองภูเก็ต ได้เสนอ ตม.พิจารณาเพิกถอนวีซ่า พร้อมขึ้นบัญชีต้องห้ามไม่ให้เข้ามาในราชอาณาจักรไทยอีก


>> “พิพัฒน์” ลงพื้นที่ เหตุถนนทรุดหน้า รพ.วชิรพยาบาล ตรวจความคืบหน้าเร่งคืนผิวจราจรภายใน 14 วัน

16.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์ถนนสามเสนทรุดตัว บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ผู้รับจ้างก่อสร้างงานโยธาโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ และที่ปรึกษาควบคุมงาน เข้าร่วมให้ข้อมูลและรายงานความคืบหน้าการแก้ไขสถานการณ์

นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ รฟม. และผู้รับจ้าง เร่งดำเนินการคืนสภาพผิวจราจรให้แล้วเสร็จภายใน 14 วัน เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านการจราจรและความเป็นอยู่ของประชาชนโดยรอบ พร้อมกำชับให้ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างสถานีและอุโมงค์รถไฟฟ้าอย่างละเอียด รวมถึงตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าอื่น ๆ ของ รฟม. ทั่วกรุงเทพฯ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าโครงการมีความปลอดภัย 
โดยรฟม. และผู้รับจ้างได้เร่งปิดรอยรั่วของดินและน้ำเข้าสถานีรถไฟฟ้า ป้องกันการทรุดตัวเพิ่มเติม และจะเริ่มซ่อมแซมผิวถนนทันทีที่โครงสร้างมีความมั่นคง โดยการคืนสภาพถนนและสาธารณูปโภคจะดำเนินการภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด

นายพิพัฒน์ย้ำว่า กระทรวงคมนาคมจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะได้รับการแก้ไขอย่างเด็ดขาดและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำในอนาคต


>> หนุ่มวัย 17 ขี่รถจักรยานยนต์เสียหลักชนเสาไฟฟ้าเสียชีวิต ย่านไทรน้อย

17.00 น. สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี รับแจ้ง มีผู้ขี่รถจักรยานยนต์ชนเสาไฟฟ้าเสียชีวิต เหตุเกิดภายในซอยแก้วน้อย ทางเข้าโรงเรียนวัดไทรน้อย ม.1 ต.ไทรน้อย จ.นนทบุรี 
โดยเหตุเกิดอยู่บริเวณกลางซอย ที่เสาไฟฟ้าพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า แอลเอส สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน อยู่ในสภาพล้มคว่ำตรงเสาไฟฟ้า ด้านหน้ารถพังยับเยิน ที่เบาะรถพบชายวัยรุ่น อายุ 17 ปี นอนเสียชีวิต พบมีบาดแผลที่บริเวณใบหน้า

โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนพยานในที่เกิดเหตุทราบว่าผู้เสียชีวิตทำงานอยู่ที่ร้านแต่งรถจักรยานยนต์แห่งหนึ่ง ซอยวัดไทรน้อย และได้ทำการสอบถามทราบว่าผู้เสียชีวิตนำรถออกมาลองแล้วเกิดเสียหลักเข้าชนเสาไฟฟ้าจนเสียชีวิต เบื้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ๊งนำร่างส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้ง


>> เพลิงไหม้รถยนต์ ซอยบางนา-ตราด 18 อาสาสมัครใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ เสียหายที่ห้องเครื่อง

18.29 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ภายในซอยบางนา-ตราด 18 ถนนบางนา-ตราด แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายเฉพาะห้องเครื่องยนต์ อาสาสมัครใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่สายไฟภายในห้องเครื่องยนต์ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางนา


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ระหว่างซอยแบริ่ง 3 - 5 เสียหายวอดทั้งหลัง

18.58 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ไม่มีเลขที่ ระหว่างซอยแบริ่ง 3 - 5 ถนนสุขุมวิท 107 ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 300 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางนา สนับสนุนที่เกิดเหตุ


>> ไฟไหม้บ้านเรือน ซอยอิสรภาพ 36 เสียหายวอดทั้งหลัง และลุกลามบ้านข้างเคียง เสียหายบางส่วน โชคดีไร้บาดเจ็บ

19.58 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยอิสรภาพ 36 ถนนอิสรภาพ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านคอนกรีต 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นชั้นที่ชั้นล่างภายในห้องครัว บ้านต้นเพลิงเสียหายหมดทั้งหลัง แล้วลุกลามบ้านข้างอีก 2 หลัง ทำให้เสียหายบางส่วนบริเวณผนังห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 24 ตารางเมตรรถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากแก๊สหุงต้มรั่วไหลทำให้เกิดเพลิงไหม้ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยธนบุรี


>> รวบแก๊งลักรถ จยย. สารภาพทำเป็นอาชีพ ส่งขายในโซเชียล มีวงจรปิด

20.00 น. สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ร่วมกันจับกุมตัวนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี นายนอ (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี นายธอ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี พร้อมของกลาง รถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีแดง 1 คัน จยย.จีพีเอ็กซ์ สีดำ 1 คัน และตรวจยึด รถจยย.ต้องสงสัย จำนวน 4 คัน มาตรวจสอบเนื่องจากไม่มีเอกสารการครบครองรถ จับกุมตัวได้ที่บ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้าน ในพื้นที่ ต.คลองพระอุดม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 21 ก.ย.68 หญิงผู้เสียหาย อายุ 40 ปี เข้าแจ้งความกับพ.ต.ต. ศุภฤกษ์ อัศวภูมิ สว.(สอบสวน) สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ว่า รถ จยย.ฮอนด้า เวฟ ของตน และรถ จยย.จีพีเอ็กซ์ ของนายจ้าง ได้หายไปรวม 2 คัน เหตุเกิดที่ซอยทานสัมฤทธิ์ 28 ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี

หลังเกิดเหตุตำรวจสืบสวนได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และกล้องวงจรปิดพบว่า เมื่อเวลา 00.12 น.วันที่ 21 ก.ย.68 มีคนร้ายเป็นชาย 3 คน สวนเสื้อแบบมีฮูดคลุมหัวปิดบังใบหน้า ขับรถกระบะ มาจอดฝั่งตรงข้ามแคมป์คนงานก่อสร้าง ก่อนที่ทั้ง 3 คน จะช่วยกันเข็นรถ จยย.2 คัน ยกขึ้นท้ายรถกระบะขับหลบหนีไป

นายเอ ให้การรับสารภาพอ้างว่า ตนทำอาชีพซื้อขายรถ จยย.มือสอง โดยไปซื้อรถ มาซ่อมแล้วโพสต์ขายตามโซเชียล วันเกิดเหตุ นายนอ และ นายธอ โทรศัพท์มาบอกว่า พบรถ จยย.จอดทิ้งไว้ ตนจึงขับรถมายกรถ จยย.ทั้งสองคัน ไปไว้ที่บ้าน จนถูกตำรวจมาจับกุม หลังสอบสวนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ดำเนินคดี ข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะ ในเวลากลางคืน


>> รถเก๋งเบรกไม่อยู่ชนเข้าท้ายรถกระบะตู้ทึบ คนขับบาดเจ็บหนัก กู้ภัยเร่งช่วยเหลือและนำส่ง รพ.

21.00 น. สภ.บางปะกง ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถนั่งส่วนบุคคลชนท้ายรถกระบะ บริเวณสี่แยกไฟแดงท่าสะอ้าน ถนนสิริโสธรขาเข้าบางปะกง หมู่ 7 ต.บางปะกง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะตู้ทึบ สีขาว จอดอยู่สภาพท้ายรถพังเสียหาย และพบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล สีเหลือง ป้ายทะเบียน ชลบุรี อยู่ในสภาพด้านหน้าพังเสียหายยุบไปถึงภายในห้องโดยสาร มีผู้ได้รับบาดเจ็บติดอยู่ภายในยานพาหนะ เจ้าหน้าที่กู้ภัยบางปะกง ช่วยกันจึงสามารถนำผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาได้ก่อนเคลื่อนย้ายนำตัวส่งรักษาตัวโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 เป็นการด่วน ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 50 ปี เป็นคนขับรถยนต์คันดังกล่าว

จากการสอบถาม คนขับรถกะบะ เล่าว่า ตนจอดรถติดไฟแดงอยู่อยู่ดีๆ จากนั้นได้ยินเสียงดังตูมบริเวณท้ายอย่างแรง

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุและถ่ายภาพเป็นหลักฐานก่อนเชิญตัวคนขับรถกระบะไปให้ปากคำเพิ่มเติมที่โรงพักเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> หนุ่มเมาแล้วลงเล่นน้ำ หมดสติคาทะเลริมหาดจอมเทียน โชคดีเพื่อนลงไปช่วยทัน รอดตายหวุดหวิด จ.ชลบุรี

22.11 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์พัทยา รุดตรวจสอบเหตุคนจมน้ำ บริเวณสนามวอลเลย์บอล ริมชายหาดจอมเทียน ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุ พบเพื่อนและพลเมืองดีช่วยกันนำตัว ชายไทย อายุ 39 ปี ขึ้นมาจากทะเล สภาพสวมกางเกงขาสั้นสีดำ ไม่สวมเสื้อ นอนหมดสติอยู่บนชายหาด กู้ภัยฯ ได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น จนเจ้าตัวฟื้นสะดุ้งตื่น แต่ยังมีอาการมึนเมา พูดจาไม่รู้เรื่อง จึงรีบนำส่งโรงพยาบาล

สอบถาม เพื่อนของชายดังกล่าว เล่าว่า ตนและเพื่อนๆ เดินทางมาจากจังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อเข้าฝึกอบรมงานของบริษัท หลังเสร็จสิ้นการอบรม ผู้ประสบเหตุมีอาการเมาสุรา แล้วลงไปเล่นน้ำทะเล ไม่นานก็หมดสติ คว่ำหน้ากับน้ำทะเล และถูกคลื่นซัดลอยไปมา 
ตนเห็นท่าไม่ดี จึงรีบลงไปช่วยชีวิตไว้ได้ทัน ก่อนเพื่อนจะขาดอากาศหายใจ พร้อมยืนยันว่าไม่น่าจะเป็นการคิดสั้นฆ่าตัวตาย แต่น่าจะเกิดจากการเมาสุรามากกว่า


>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก มีผู้เสียชีวิตเป็นหนุ่มวัย 19 ปี ริมถนนเลียบคลองใหญ่ จ.ปทุมธานี

23.04 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก และมีผู้เสียชีวิต บนถนนเลียบคลองใหญ่ ใกล้เคียงวัดสุทธาวาส ในพื้นที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีขาว ป้ายทะเบียน บุรีรัมย์ ชนกับรถบรรทุก ฮีโน่ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 19 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหลุมแก้ว


>> รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ หนุ่มไรเดอร์เสียชีวิต ริมถนนนครอินทร์ จ.นนทบุรี

00.25 น. รับแจ้งจาก ม.ป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนขอบทางและมีผู้เสียชีวิต ถนนนครอินทร์ ขาออก เยื้องๆ ทางเข้าวัดตะเคียน ช่องทางคู่ขนาน ในพื้นที่ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า สีเขียว ด้านหลังมีกล่องใส่อาหารล้มตะแคงอยู่ข้างทาง  ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ยังพบร่องรอยขูดที่ขอบฟุตบาทด้วย ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 27 ปี

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปลายบาง ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ จากการสอบถามพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ ให้การว่า ในระหว่างขับรถยนต์เพื่อจะกลับบ้าน เห็นรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวพุ่งเข้าขอบฟุตบาทก่อนจะล้มลงตัวคนขับขี่นอนนิ่งไม่ได้สติ ตนเองพร้อมพลเมืองดีอีกคน จึงได้จอดรถลงมาดูพร้อมกับเร่งแจ้งเจ้าหน้าที่ ซึ่งยืนยันว่าขณะเกิดเหตุไม่มีรถอื่นเฉี่ยวชน

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า เบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบถามข้อมูลจากพลเมืองนีที่เห็นเหตุการณ์ไว้ ซึ่งยืนยันว่าไม่มีรถอื่นเฉี่ยวชนสันนิษฐานว่าผู้ขับขี่น่าจะเกิดอาการวูบเป็นเหตุให้พุ่งชนขอบทางเอง แต่อย่างไรก็ตามจะต้องทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุอีกครั้งส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรต่อไป


>> ไฟไหม้ภายในอาคาร ซอยลาดปลาเค้า 57 เพลิงลุกไหม้สินค้าและกล่องบรรจุภัณฑ์เสียหาย

01.59 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยลาดปลาเค้า 57 ถนนลาดปลาเค้า แขวงจรเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 5 ชั้น ประกอบกิจการร้านขายส่งสินค้า (ประเภทขนม) ต้นเพลิงเกิดขึ้นชั้นที่ 1 เพลิงลุกไหม้สินค้าและกล่องบรรจุภัณฑ์ พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 20 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้น สาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางเขน

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม