หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 17 เมษายน 2568

วันที่ 18 เมษายน 2568 เวลา 05:37 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 17 เมษายน 2568


>> ฟ้าผ่ากลางทุ่งนา วัวในคอกตายรวด 9 ตัว จนท.ประสานงานให้ความช่วยเหลือตามระเบียบต่อไป

08.00 น. นางสาวคำพันธ์ คำศรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาสนุ่น พร้อมด้วยนายชาตรี คุ้มสิงห์สันต์ เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอาวุโส และเจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยองค์การบริหารส่วนตำบลนาสนุ่น ปศุสัตว์อำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู่ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุฟ้าผ่าวัวตาย พื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลนาสนุ่น อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์

โดยเมื่อวานนี้ เกิดฝนฟ้าคะนองและตกหนัก ในพื้นที่ตำบลนาสนุ่น ทำให้เกิดฟ้าผ่าจุดที่ชาวบ้านนำวัวไปเลี้ยงในคอกกลางทุ่งนา หมู่ที่ 2 ตำบลนาสนุ่น อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าวัวถูกฟ้าผ่าตายจำนวน 9 ตัว และจะได้เร่งประสานงานให้ความช่วยเหลือตามระเบียบต่อไป

ประชาสัมพันธ์ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง โดยขณะที่ฝนตกลมกระโชกแรง ให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ไม่ควรสวมใส่โลหะและหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์มือถือขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ให้ติดตามข่าวสภาพอากาศเพื่อเตรียมการป้องกันล่วงหน้า


>> คุมประพฤติ "เมาขับ" นำโด่ง 6 วัน 5,005 คดี

10.28 น. พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ได้เน้นย้ำให้ผู้ถูกคุมความประพฤติในคดีที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.จราจรทางบก อาทิ การขับรถในขณะเมาสุรา, ขับรถขณะมีสารเสพติด, ขับรถโดยประมาท และ ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยบนท้องถนน โดยให้เข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและป้องกันอุบัติเหตุ สังเกตพฤติกรรมการขับขี่ของประชาชนผ่านกล้องวงจรปิด (CCTV) แบบเรียลไทม์ เพื่อเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงและแจ้งเตือนเหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุอย่างทันท่วงที ซึ่งมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางเชิงป้องกันที่กรมคุมประพฤติขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขพฤติกรรมของผู้กระทำผิด และลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืน โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ในการร่วมสร้างวัฒนธรรมการขับขี่อย่างปลอดภัย

จากการดำเนินมาตรการควบคุมเข้มข้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ วันที่16 เมษายน 2568 ศาลมีคำสั่งคุมความประพฤติ 1,512 คดี แบ่งเป็น ขับรถขณะเมาสุรา 1,455 คดี (ร้อยละ 96.23) ติดอุปกรณ์ EM จำนวน 12ราย, ขับซิ่ง 1 คดี (ร้อยละ 0.07), ขับเสพ 56 คดี (ร้อยละ 3.70)

โดยยอดคดีสะสมช่วงควบคุมเข้มข้น 11-16 เมษายน 2568 รวม 5,228 คดี ติดอุปกรณ์ EM รวม 37 ราย จังหวัดที่มีคดีเมาขับสูงสุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 382 คดี สมุทรปราการ 306 คดี และนนทบุรี 292 คดี


>> ศปถ.สรุปอุบัติเหตุทางถนน 6 วันของการรณรงค์เทศกาลสงกรานต์ 2568 เกิดอุบัติเหตุ 1,377 ครั้ง เสียชีวิต 200 ราย

10.30 น. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 แถลงข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 โดย

สรุป อุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 6 วันของการรณรงค์ (11 เมษายน – 16 เมษายน 2568) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,377 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 1,362 คน ผู้เสียชีวิต รวม 200 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 15 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ พัทลุง (52 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ลำปาง (56 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (16 ราย)


>> พ่อเฒ่าพลัดตกบ่อน้ำหลังบ้าน เสียชีวิต

11.00 น. รับแจ้งจาก สภ.ห้วยยอด มีเหตุคนพลัดตกบ่อน้ำเสียชีวิต พื้นที่หมู่5 บ้านทุ่งยางงาม ต.บางดี อ.ห้วยยอด จ.ตรัง กู้ภัยสว่างภักดีตรัง จุดห้วยยอดออกตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตตกลงไปในบ่อน้ำลึกประมาณ 4 เมตร ทราบชื่อ นายสมจิตร์ อายุ 74 ปี กู้ภัยสว่างภักดีตรังให้การช่วยเหลือนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นจากบ่อน้ำและร่วมร้อยเวร แพทย์เวรทำการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น แล้วส่งต่อให้ญาตินำร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป


>> บขส. สรุปยอดเดินทาง "เทศกาลสงกรานต์ 2568" 8 วัน เกือบ 1 ล้านคน

11.32 น. นายชัชวาล พรอมรธรรม กรรมการฯ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวว่า ได้สรุปข้อมูลการเดินทางประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 วันที่ 9 – 16 เมษายน 2568 รวม 8 วัน มีประชาชนเดินทาง (เที่ยวไป – กลับ) จำนวน 993,712 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส. และรถร่วมฯ) จำนวน 55,973 เที่ยว แบ่งเป็นเที่ยวไป จำนวน 537,712 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส. และรถร่วมฯ) จำนวน 28,284 เที่ยว เที่ยวกลับ จำนวน 456,000 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส. และรถร่วมฯ) จำนวน 27,689 เที่ยว โดยประชาชนเดินทางออกไปยังจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) มากที่สุด รองลงเป็นภาคเหนือและภาคใต้ตามลำดับ

ทั้งนี้จากข้อมูลการเดินทางในเที่ยวไป พบว่าในวันศุกร์ที่ 11 เมษายน 2568 มีประชาชนเดินทางออกจากกรุงเทพฯ สูงสุด จำนวน 106,337 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส. และรถร่วมฯ) จำนวน 4,214 เที่ยว และในวันพุธที่ 16 เมษายน 2568 มีประชาชนเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ สูงสุด จำนวน 81,014 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส. และ รถร่วมฯ) จำนวน 7,414 เที่ยว

สำหรับข้อมูลการเดินรถเมื่อวานนี้ (16 เมษายน 2568) มีประชาชนเดินทางด้วยรถโดยสาร (เที่ยวไป – กลับ) รวม 130,640 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส. และรถร่วมฯ) จำนวน 7,414 เที่ยว แบ่งเป็นเที่ยวกลับ จำนวน 81,014 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส. และรถร่วมฯ) จำนวน 3,890 เที่ยว เที่ยวไป จำนวน 49,626 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส. และรถร่วมฯ) จำนวน 3,524 เที่ยว


>> นายกฯ ไทย-มาเลเซีย จับมือรองรับมาตรการภาษีระดับสูงของสหรัฐ ฯ เดินหน้าก่อสร้างสะพานโก-ลก แห่งที่ 2 ตอกย้ำความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ

14.00 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในโอกาสการเยือนประเทศไทยเพื่อการเจรจาทำงาน และหารือติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับความร่วมมือไทย-มาเลเซีย

นายกฯ ยินดีที่ไทยและมาเลเซียสามารถลงนามความตกลงการก่อสร้างสะพานคู่ขนานข้ามแม่น้ำโก – ลก โดยจะเป็นโครงการที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งข้ามแดน รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจและการค้าบริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย

ทั้งนี้ ยังเห็นพ้องที่จะร่วมมือกันเพื่อช่วยเหลือกับเมียนมาในการจัดการกับปัญหาภัยพิบัติจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว และยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีปฏิสัมพันธ์กับเมียนมา โดยเชื่อว่าการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะนำไปสู่พัฒนาการเชิงบวกในเมียนมาที่สอดคล้องกับฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียน

สำหรับประเด็นจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ผู้นำทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต่อการยุติการใช้การกระทำที่รุนแรง และส่งเสริมให้มีจัดการพบปะหารือระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทยและของกลุ่มที่เห็นต่างในเบื้องต้น (Pre-talk) โดย นายกฯ ยืนยันที่จะเดินหน้ากระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขต่อไป พร้อมกล่าวชื่นชมมาเลเซียซึ่งมีบทบาทนำในองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC)

โอกาสนี้ นายกฯ ไทยและมาเลเซีย ยังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องถึงความจำเป็นการดำเนินการในระดับประเทศและการยกระดับความร่วมมือในระดับภูมิภาค โดยหวังว่าประเทศในอาเซียนจะร่วมกันผลักดันในกรอบอาเซียน เพื่อหาทางออกที่เป็นประโยชน์ต่อทุกประเทศ


>> ผบ.ตร.สั่งดำเนินคดีทุกข้อหา ชายขับรถบีเอ็มชนรถกระบะ แม้เป็นลูกหลานนักการเมืองดังไม่มีละเว้น

15.01 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผย กรณีโลกโซเชียลแชร์คลิปเหตุการณ์รถยนต์ BMW ป้ายแดง ขับปาดหน้ากับรถกระบะ ก่อนรถกระบะเสียหลักพุ่งชนขอบทางบนถนนมอเตอร์เวย์ ช่วงทางออกรังสิต-นครนายก ส่งผลให้คนขับกระบะเป็นชายสูงอายุ ได้รับบาดเจ็บซี่โครงหัก ต้องเข้ารักษาตัวในห้องไอซียู ขณะที่ผู้โดยสารหญิงได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิจารณ์อย่างรุนแรง โดยผู้ขับ BMW มีรายงานว่าเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาเทศบาล (ส.ท.) และมีความเกี่ยวข้องกับนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดัง

ผบ.ตร.กล่าวถึงกรณีนี้ โดยกล่าวว่า ได้ดูคลิปเหตุการณ์ที่เผยแพร่ในสื่อโซเชียลแล้ว และเห็นว่าพฤติกรรมของผู้ขับรถ BMW เป็นสิ่งที่ “น่ารังเกียจ” และไม่สมควรเกิดขึ้นในสังคม ถ้ารถคันที่เสียหายมีเด็กเล็กอยู่ จะเกิดอะไรขึ้น พฤติกรรมเช่นนี้อยู่ในสังคมยาก” ผบ.ตร. กล่าว

พร้อมย้ำว่า ก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตนเคยฝากประชาชนให้มีสติและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กันในการใช้รถใช้ถนน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงแบบนี้ ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นสิ่งที่สังคมรับไม่ได้ ต้องดำเนินคดีทุกข้อหาที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด

ผบ.ตร. ยังกล่าวถึงผู้กระทำผิดว่า ไม่เพียงแต่ทำผิดกฎหมาย แต่ยังแสดงออกถึงความไร้จิตสำนึก โดยเฉพาะการอวดอ้างความสัมพันธ์กับนักการเมืองชื่อดังในพื้นที่ เพื่อหวังให้ตนเองดูมีอิทธิพล ผู้กระทำผิดยังไม่สำนึกผิด ยังแอบอ้างโอ้อวดไปทั่ว แสดงให้เห็นว่าไม่มีวุฒิภาวะและจิตสำนึกที่ดีเลย ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย พร้อมย้ำว่าการบังคับใช้กฎหมายต้องเป็นธรรมและเท่าเทียม ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่มีชื่อเสียงหรือมีสายสัมพันธ์ทางการเมือง


>> ศปก.พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล เหตุอาคาร สตง.ถล่ม ตร.ยืนยันเดินหน้าตรวจพิสูจน์ศพ เร่งคืนร่างให้ญาติโดยเร็ว

15.20 น. ที่ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีอาคาร สตง. ถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหว ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร ผบก.พฐก. ในฐานะโฆษกสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ พร้อมด้วย พล.ต.ต.วิรุฬห์ ศุภสิงห์ศิริปรีชา ผบก.นต.รพ.ตร. แถลงข่าวการดำเนินการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล เพื่อพิสูจน์ยืนยันตัวตนว่าผู้เสียชีวิตเป็นใคร และจะได้ส่งคืนศพให้กับญาติไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป จากเหตุอาคาร สตง.ถล่ม

พล.ต.ต.วิรุฬห์ กล่าวว่า ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการตามกระบวนการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล โดยมีการเก็บข้อมูลผู้สูญหายและ DNA จากญาติ จำนวน 97 ราย เพื่อใช้เปรียบเทียบกับศพที่ส่งมายังสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ โดยการตรวจเปรียบเทียบยืนยัน ได้แก่ ลายพิมพ์นิ้วมือ ข้อมูลทันตกรรม DNA และข้อมูลทางกายภาพ ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค. ถึง 17 เม.ย.68 มีศพและชิ้นส่วนศพที่เข้าระบบโดยแบ่งเป็นศพจำนวน 41 รายและชิ้นส่วนศพ 96 ชิ้น ซึ่งข้อมูลผู้เสียชีวิตที่เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลแล้ว จำนวน 42 ราย และชิ้นส่วนศพจำนวนมาก สามารถตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลยืนยันว่าผู้เสียชีวิตเป็นใครได้ จำนวน 33 ราย แบ่งเป็น คนไทย 22 ราย เมียนมา 10 ราย และกัมพูชา 1 ราย ซึ่งได้แจ้งญาติมารับศพแล้ว ซึ่งศพที่ส่งเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล

เบื้องต้นสามารถทราบว่าเป็นใครแต่ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ชิ้นส่วนศพเพื่อประกอบร่างให้สมบูรณ์ที่สุดก่อนส่งคืนแก่ญาติ ซึ่งการตรวจพิสูจน์จะใช้ DNA ร่วมลายพิมพ์นิ้วมือ ส่วนที่เป็นชิ้นส่วน จะนำ DNA มารวมแต่ละชิ้นให้เป็นตัวบุคคล ซึ่งเวลาผ่านไปนาน จึงต้องใช้กระดูกในการหา DNA อาจจะใช้เวลาเพิ่ม 1-2 วัน ก่อนจะนำข้อมูลของครอบครัวมาเปรียบเทียบ


>> รอง ผบช.น. เผยความคืบหน้าตึก สตง.ถล่ม เรียกสอบปากคำแล้ว 117 ปาก

17.00 น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกประชุมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีอาคาร สตง.ถล่ม ภายหลังมีการเข้าเก็บพยานหลักฐาน ทั้งเหล็กเส้น ปูน และวัตถุพยานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และสอบปากคำพยานผู้ที่เกี่ยวข้องในคดี พร้อมความคืบหน้าทางคดีว่า ขณะนี้ทางนิติเวช ยืนยันศพผู้เสียชีวิตแล้ว 42 ราย ชิ้นส่วนด้านบนและท่อนล่าง2ราย ผู้สูญหาย 50 ราย

ส่วนการสอบปากคำ ขณะนี้สอบปากคำไปแล้ว แบ่งเป็นผู้บาดเจ็บ 7 ราย ประจักษ์พยาน 55 ราย ญาติผู้เสียชีวิต 26 ราย และผู้เกี่ยวข้อง ทั้งผู้แทนผู้ว่าจ้างคือ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. และผู้แทนคู่สัญญารับจ้างออกแบบ ผู้แทนคู่สัญญารับจ้างงานก่อสร้าง ผู้แทนคู่สัญญารับจ้างควบคุมงาน ผู้ตรวจรับวัสดุของ สตง. และเจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมือง รวม 29 ปาก ทำให้รวมตอนนี้สอบปากคำไปแล้ว 117 ปาก แต่การสอบปากคำยังไม่เสร็จสิ้น

ส่วนการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ พนักงานสอบสวน ได้ร่วมกับกองพิสูจน์หลักฐาน กรมโยธาธิการและผังเมือง และดีเอสไอ เข้าเก็บหลักฐานหน้างาน และวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้าง เหล็กเส้น 193 ชิ้น คอนกรีต 36 รายการ โดยได้ส่งให้ทำการตรวจสอบแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนปากคำ

รวมถึงขณะนี้ พนักงานสอบสวนได้มีการออกหมายเรียกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งการออกแบบ การรับเหมาก่อสร้าง การควบคุมงาน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการลงนามลายเซ็นในการออกแบบ ให้เข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงาน ซึ่งผู้ออกแบบ และผู้ควบคุมงาน ขณะนี้ ก็ทยอยเข้ามาให้ปากคำแล้ว โดยผู้ออกแบบ ของทั้ง 2 บริษัทเข้ามาให้ปากคำแล้ว 3 ราย และยังขาดอีก 2 ราย

 

>> เพลิงไหม้ห้องพักบนคอนโดฯ ย่านบางซื่อ เสียหายวอดทั้งห้อง

17.51 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ เลข ซอยกรุงเทพ-นนทบุรี 23/1 ถนนกรุงเทพ-นนทบุรี แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีตสูง 29 ชั้น ใช้เป็นที่เช่าพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 6 ภายในห้องเลขที่ 133 เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 29 ตารางเมตร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำภายในอาคารทำการดับเพลิงสงบ 
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางโพ


>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ มีผู้เสียชีวิต ริมถนนหมายเลข 12

17.54 น. รับแจ้งจาก สมาคมกู้ภัยข่าวภาพพิษณุโลก มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถยนต์กระบะ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนทางหลวงหมายเลข 12 บริเวณใกล้เคียงปั๊มเชลล์ ในพื้นที่ อ.เมือง จ.พิษณุโลก

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะมาสด้า สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน กรุงเทพฯ ด้านท้ายรถยนต์กระบะ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ 110 ไอ สีแดง-ดำ ป้ายทะเบียน พิษณุโลก ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 42 ปี

ร.ต.อ.พรชัย ปลั่งกลาง ร้อยเวรเจ้าของคดี สภ.เมืองพิษณุโลก พร้อมแพทย์เวร มีคำสั่งให้ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยข่าวภาพ นำศพส่งชันสูตรที่นิติเวชโรงพยาบาลพุทธชินราช


>> สงกรานต์ 68 สนามหลวงคว้าแชมป์คนแห่ร่วมงานกว่า 1.1 ล้านคน-ถนนสีลม ขยะเยอะสุด 74.79 ตัน

18.18 น. นายชาตรี วัฒนเขจร รองปลัดกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ประจำวัน เป็นประธานการประชุมศูนย์บัญชาการเหตุการณ์กรุงเทพมหานคร ช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2568 (ศูนย์ EOC สงกรานต์ 2568) ติดตามสถานการณ์ในช่วงเทศกาลในพื้นที่กรุงเทพฯ โดย รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ พล.ต.อ. อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ณ ห้องสุทัศน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เขตพระนคร

สำหรับภาพรวมของการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ 2568 ในพื้นที่สำคัญ 17 จุด ประกอบด้วย 1. สนามหลวง 2. ถนนข้าวสาร 3. ไอคอนสยาม 4. ถนนสีลม 5. ซอยรางน้ำ 6. ถนนโชคชัย 4 7. ราชมังคลากีฬาสถาน 8. สยามสแควร์ 9. จุฬาซอย 5 10. เซ็นทรัลเวิลด์ 11. สามย่านมิตรทาวน์ 12. สยามพารากอน 13. สยามเซนเตอร์ 14. One Bangkok 15. RCA 16. แฟชั่นไอแลนด์ และ 17. เอ็มดิสทริค อุทยานเบญจสิริ มียอดผู้เข้าร่วมงานสงกรานต์ทั้งชาวไทยและต่างประเทศรวมทั้งหมด 2,883,389 คน ซึ่ง 3 จุดที่มีผู้เข้าร่วมงานสงกรานต์มากที่สุดตามลำดับ ได้แก่ 1. สนามหลวง จำนวน 1,106,999 คน 2. ถนนข้าวสาร จำนวน 459,737 คน 3. ถนนสีลม จำนวน 358,728 คน

ส่วนปริมาณขยะที่เกิดขึ้นจากทั้ง 17 พื้นที่ รวม 312.94 ตัน ซึ่งพื้นที่จัดงานที่มีปริมาณขยะมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ 1. ถนนสีลม เขตบางรัก จำนวน 74.79 ตัน 2. ถนนข้าวสาร เขตพระนคร จำนวน 49.66 ตัน และ 3. RCA เขตห้วยขวาง จำนวน 49.24 ตัน


>> รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้บาดเจ็บสาหัส และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

19.05 น. รับแจ้งจาก หน่วยกู้ภัยอำเภอกาญจนดิษฐ์ มูลนิธิกุศลศรัทธาสุราษฎร์ธานี มีอุบัติเหตุ รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส บนถนนใกล้เคียงทางกลับรถชลประทาน ในพื้นที่ ม.6 ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีขาว ป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร ลักษณะชนกับรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีขาว-ดำ ไม่ติดเป็นป้ายทะเบียน ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ มีอาการสาหัส 2 ราย ทางอาสากู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือ และนำส่งโรงพยาบาลกาญจนดิษฐ์ โดยเป็นชายไทย อายุ 61 ปี ส่วนอีก 1 รายนั้น เป็นหญิงไทย อายุ 61 ปี ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กาญจนดิษฐ์


>> รถนั่งส่วนบุคคลเสียหลักชนเสาไฟฟ้าริมถนน สาวนั่งเบาะข้างดับ ส่วนหนุ่มคนขับไปเสียชีวิตที่ รพ.

23.04 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิประชาร่วมใจ มีอุบัติเหตุรถยนต์ส่วนบุคคลชนเสาไฟฟ้าข้างทาง ริมถนนหมายเลข 401 ฝั่งมุ่งหน้า จ.สุราษฎร์ธานี ใกล้เคียงแยกบางปู ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า อัลติส สีดำ ป้ายทะเบียน นครศรีธรรมราช ลักษณะเสียหลักชนเสาไฟฟ้าข้างทาง ตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายยังติดค้างอยู่ภายในยานพาหนะ ทางอาสาสมัคร ดำเนินการใช้อุปกรณ์ตัดถ่างงัดรถและช่วยเหลือนำตัวออกมา พบว่าคนขับเป็นผู้ชาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส อาสากู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือและนำส่ง รพ.มหาราช ส่วนอีก 1 รายนั้นพบว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเป็นผู้หญิงไทย อายุ 23 ปี เป็นผู้โดยสารที่นั่งอยู่เบาะข้าง

ต่อมา ผู้ได้รับบาดเจ็บที่อาการสาหัส ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาที่ รพ. ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 26 ปี ส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช 
 

>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดลำปาง

01.12 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 1.4 ลึก 5 กม. ต.นายาง อ.สบปราบ จ.ลำปาง ไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน 


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

04.27 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่า เกิดเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 4.1 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 345 กม. ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย 
 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม