หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 7 เมษายน 2568

วันที่ 8 เมษายน 2568 เวลา 05:41 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 7 เมษายน 2568


>> เพลิงไหม้รถยนต์ ริมถนนสรงประภา อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

08.00 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ บริเวณป้ายรถเมล์ใกล้เคียงวัดดอนเมือง ถนนสรงประภา แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพลิงลุกไหม้ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดรถตู้ สีบรอนด์น้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซิน และแก๊สแอลพีจี เป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายเฉพาะห้องเครื่อง อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำและอุปกรณ์ดับเพลิงชนิดสะพายหลัง ทำการระบายความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากความร้อนสะสมในห้องเครื่อง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยดอนเมือง


>> กันสาดบ้านทรุดตัว ภายในชุมชนคลองเตย มีผู้ป่วยติดค้างภายใน จนท.เร่งเข้าช่วยเหลือปลอดภัย

09.39 น. ศูนย์วิทยุพระราม 199 รับแจ้งจากแอปพลิเคชันไลน์ เหตุกันสาดบ้านทรุดตัว ภายในชุมชนคลองเตย ล็อก 1-2-3 ถนนอาจณรงค์ แขวงคลองเตย เขตคลองเตย เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยคลองเตย ไปที่เกิดเหตุ และอยู่ระหว่างตรวจสอบ

ต่อมา เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยคลองเตย ตรวจสอบแล้วเป็นบ้านพักอาศัยต่อเติมหลังคาโครงสร้างเหล็ก หลังคาผ้าใบทรุดตัว มีผู้ติดค้างจำนวน 1 ราย เป็นเพศชาย เป็นผู้ป่วยติดเตียง อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลมเหสักข์ ประสานสำนักงานเขตคลองเตยเข้าดำเนินการแก้ไขต่อไป


>> ตม.หนองคาย จับแก๊งโคลัมเบีย เช่ารถตระเวนลักทรัพย์บ้านหรูในปทุมธานี

10.30 น. ชุดสืบสวนตรวจคนเข้าเมืองหนองคาย และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย ร่วมกันจับกุมชายชาวโคลัมเบีย 3 คน พร้อมของกลางหนังสือเดินทาง 3 เล่ม ,กระเป๋าเดินทาง 3 ใบ, ทรัพย์สินอื่นๆ อาทิ ธนบัตรไทย ธนบัตรไทยที่ระลึก นาฬิกา พระเครื่อง ทองรูปพรรณ แหวน สร้อยคอมือ หลายรายการ ตามหมายจับของศาลจังหวัดปทุมธานี ข้อหาลักทรัพย์

พร้อมของกลางหนังสือเดินทาง 3 เล่ม กระเป๋าเดินทาง 3 ใบ ทรัพย์สิน อาทิ ธนบัตรไทย ธนบัตรไทยที่ระลึก นาฬิกา พระเครื่อง ทองรูปพรรณ แหวน สร้อยคอมือ หลายรายการ ตามหมายจับของศาลจังหวัดปทุมธานี ข้อหาลักทรัพย์

หลังชุดจับกุมได้รับการประสานจากตำรวจปทุมธานี ว่ามีคนร้ายคาดว่าจะเป็นชาวต่างชาติ ลักทรัพย์ในหมู่บ้านจัดสรรพื้นที่ จ.ปทุมธานี เหตุเกิดในช่วงกลางวัน วันที่ 5 เม.ย.68 อาจมีการหลบหนีออกนอกประเทศ ตามแนวชายแดนด้านจังหวัดหนองคาย จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนออกตรวจสอบ

กระทั่งเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่พบชาวต่างชาติ ลักษณะตรงตามที่ได้รับแจ้ง เรียกรถสามล้อรับจ้างจากสถานีขนส่งหนองคาย ให้พาเขตเทศบาลเมืองหนองคาย เจ้าหน้าที่ได้ติดตามและจับกุมได้ จากการตรวจสอบกระเป๋าเดินทางทั้ง 3 ใบของชาวต่างชาติกลุ่มนี้ พบทรัพย์สินจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋า

โดยทั้งสามคนหลังก่อเหตุเสร็จ กำลังจะออกนอกประเทศ ด้วยการนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขง นัดแนะจุดลงเรือแล้วพาหลบหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ขยายผลต่อไป


>> คะน้า ริญญารัตน์ ร้อง “กัน จอมพลัง” ช่วย หลังถูกชายอ้างตัวเป็นที่ปรึกษานายกฯ หลอกทั้งเงินและความรู้สึก

12.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน นักแสดงสาว “คะน้า ริญญารัตน์” พร้อม “กัน จอมพลัง” เข้าร่วมรายการ โหนกระแส ทางช่อง 3 เพื่อเปิดเผยกรณีถูกชายอ้างตัวเป็น “ไฮโซ-ที่ปรึกษานายกฯ” หลอกคบหาดูใจ โดยใช้โปรไฟล์หรู มีรถนำขบวน แต่งตัวคล้ายข้าราชการ และอ้างสนิทผู้ใหญ่ในวงการ จนหญิงสาวหลงเชื่อ

คะน้าเผยว่า คบหากับชายคนนี้ช่วงต้นปี โดยเชื่อว่าอีกฝ่ายทำงานใกล้ชิดกับรัฐบาล ก่อนถูกชักจูงให้มอบเอกสารทางการเงิน รวมถึงโอนเงินราว 98,000 บาทในนาม “ค่าน้ำใจให้ผู้ใหญ่” พร้อมถูกหลอกเรื่องสมรสพระราชทาน ขณะที่ฝ่ายชายมอบแหวนและทองที่ภายหลังสงสัยว่าอาจเป็นของปลอม

เมื่อเริ่มจับพิรุธได้จากผู้หวังดี คะน้าจึงตัดสัมพันธ์และขอความช่วยเหลือจาก กัน จอมพลัง ซึ่งตรวจสอบเบื้องต้นพบพฤติกรรมหลอกลวงคล้ายคลึงกันกับผู้เสียหายรายอื่น พร้อมเตรียมนำข้อมูลเข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ กัน จอมพลัง เผยเพิ่มเติมว่าชายคนนี้เคยมีคดีและเปลี่ยนชื่อมาแล้ว อาจเป็นขบวนการสร้างโปรไฟล์เพื่อหลอกเหยื่อ และเตือนให้สังคมระวังภัยจากมิจฉาชีพในคราบผู้มีอิทธิพล


>> นายกฯ เตรียมรับฟังผลการสอบสวนตึก สตง.ถล่ม ก่อนประชุม ครม. พรุ่งนี้ เพื่อหาแนวทางป้องกันและแก้ปัญหาในอนาคต

12.54 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการในที่ประชุม ครม. เมื่อวันอังคารที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา ถึงกรณีการแก้ไขปัญหาแผ่นดินไหวที่ส่งผลให้อาคารก่อสร้างของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินพังถล่ม นายกฯ ได้มอบหมายให้ รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเร่งสรุปผลการสอบสวนภายใน 7 วัน

ทั้งนี้ รอง นรม. และ รมว.มท. นายอนุทินฯ จะเข้ารายงานต่อนายกฯ ในเช้าวันพรุ่งนี้ (วันอังคารที่ 8 เม.ย. 68) เวลา 08.30 น. ก่อนการประชุม ครม. ถึงผลการตรวจสอบกรณีดังกล่าว เพื่อหาข้อสรุปให้เกิดบรรทัดฐานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างรัดกุมและนำเสนอต่อที่ประชุม ครม. ต่อไป


>> 4 สาวน้อย ชวนกันมาย้อมผม แล้วลงไปล้างสีผมน้ำในคลอง ก่อนถูกกระแสน้ำวน ดูดร่างจมหายไป 2 ราย จ.สุพรรณบุรี

14.00 น. รับแจ้งจาก สมาคมกู้ภัยจักรนารายณ์ ในเขตพื้นที่อู่ทอง ร้องขอเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำ เพื่อค้นหาผู้สูญหายในน้ำ 2 ราย ที่คลองจรเข้สามพัน ในพื้นที่ อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี

ที่เกิดเหตุ พบว่าลักษณะเป็นคลองน้ำ ทีมีกระแสน้ำไหลผ่าน ทางเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำ ลงพื้นที่ค้นหา ก่อนจะพบร่างคนแรก เป็นหญิง อายุ 15 ปี และต่อมาพบอีกร่าง เป็นหญิง อายุ 18 ปี ทั้ง 2 รายจมอยู่ใต้น้ำ จึงดำเนินการนำร่างขึ้นฝั่ง

เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ เด็กหญิงทั้ง 4 คน ช่วนกันมาย้อมผม จากนั้นไปล้างผมในคลองน้ำ จากนั้น 2 ราย ถูกกระแสน้ำวน ดูดร่างจมลงน้ำหายไป จึงได้รีบไปแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาดำเนินการ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อู่ทอง  


>> เด็กชายวัย 14 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ล้มคว่ำกลางถนน ร่างกระเด็นชนกับรถบรรทุก เสียชีวิตในเวลาต่อมา

14.10 น. ศูนย์กู้ชีพจังหวัดลำปาง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถพ่วง มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณบ้านท่าโทก ถนนสายลำปาง-แจ้ห่ม ต.ทุ่งฝาย อ.เมือง จ.ลำปาง จึงทำการประสานเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยต้นธงชัย เข้าตรวจสอบทันที

ที่เกิดเหตุเป็นบริเวณกลางถนนสายลำปาง-แจ้ห่ม เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สีขาว ป้ายทะเบียน ลำปาง ในสภาพล้มอยู่กลางถนน ด้านหน้ารถพังเสียหาย มีรอยไถลบนถนนยาวประมาณ 10 เมตร ใกล้กันพบร่างชาย 1 ราย ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยเมื่อถึงที่เกิดเหตุจึงประเมินว่าเสียชีวิต เนื่องจากผู้ได้รับบาดเจ็บนอนจมกองเลือด ใบหน้ายุบ มีเลือดไหลออกหูและใบหน้าจำนวนมาก ตรวจสอบเอกสาร เป็นเด็กชาย อายุ 14 ปี และห่างออกไปประมาณ 500 เมตร เจ้าหน้าที่พบรถบรรทุก จอดเปิดไฟขอทางไว้ข้างทาง

จากการสอบถามคนขับรถบรรทุก บอกว่า ตนไปขับรถจะไปรับหินในเมืองลำปาง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ กำลังจอดพักใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ พอจอดรถได้สักพักก็มีคนขับรถมอเตอร์ไซค์และเรียกให้ตนลงมา ก่อนจะพบว่ามีร่างผู้เสียชีวิตบนถนน โดยตนนั้นไม่ทราบเลยว่ารถของตนไปชนใส่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว หรือว่าเฉี่ยวชนแบบใด หลังจากนั้นทางคนขับรถจึงได้รอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งฝาย จะได้เรียกคนขับรถพ่วงไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.ทุ่งฝาย ต่อไป และจะได้ตรวจสอบหากล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป


>> ตร.ทล.จับแก๊งขนแรงงานเถื่อน หลังพบอัดเต็มกระบะ เตรียมมุ่งหน้าสู่นครสวรรค์

14.10 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหาลักลอบขนแรงงานต่างด้าว จำนวน 1 ราย และผู้ต้องหาต่างด้าว 10 ราย โดยจับกุมได้บริเวณแยกสัญญานไฟ ทางหลวงหมายเลข 1 กม. 523-524 (ขาขึ้น) อ.เมือง จ.ตาก

ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงตาก กำลังออกตรวจได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้ามาในพื้นที่จังหวัดตาก จึงได้เฝ้าติดตามและตรวจสอบ จนกระทั่งพบรถยนต์กระบะต้องสงสัย จอดติดไฟแดงอยู่ บริเวณแยกสัญญาณไฟ ถนนหลวงหมายเลข 1 กม.523-524 ลักษณะบรรทุกหนักผิดปกติ และจากการตรวจค้นภายในรถ พบแรงงานต่างด้าวชาวเมียนมานั่งอยู่ในห้องโดยสารอัดแน่นอยู่ในรถกระบะรวม 11 คน ในจำนวนนี้ แบ่งเป็นชาย 5 คน หญิง 5 คน และเด็กชาย (ผู้ติดตาม) อีก 1 คน ซึ่งทั้งหมดไม่สามารถแสดงเอกสารการเดินทางใดๆ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้

จากการสอบสวน ชายคนดังกล่าว ให้การรับสารภาพว่า รับแรงงานทั้งหมดมาจากไร่มันสำปะหลังแถวหมู่บ้านแห่งหนึ่ง โดยให้การว่าจ้างของ นายจอฯ ชาวเมียนมา เพื่อนำไปส่งบริเวณไร่อ้อยข้างทาง อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ โดยจะได้รับค่าจ้าง 12,000 บาท 
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “รู้ว่าต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวที่เข้ามาโดยผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม” และจับกุมต่างด้าวชาวเมียนมาอีก 10 คน ในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองตาก ดำเนินคดีตามกฎหมาย


>> ไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน อาสากู้ภัยเร่งใช้ถังน้ำยาเคมี และสายฉีดน้ำเข้าระงับเหตุ ก่อนจะควบคุมเพลิงไว้ได้

15.20 น. มูลนิธิกุศลศรัทธา หน่วยกู้ชีพกู้ภัยชัยบุรี รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่ หมู่ที่ 2 ตำบลสองแพรก อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ที่เกิดเหตุ เป็นลักษณะบ้านปูนชั้นเดียว ในขณะที่กู้ภัยไปถึง ไฟกำลังลุกไหม้ห้องเก็บของ และภายในบ้าน จึงใช้ถังดับเพลิง และสายยางฉีดน้ำของชาวบ้านเข้าควบคุมเพลิงอยู่ในวงจำกัด ก่อนรถดับเพลิง อบต.สองแพรก และรถดับเพลิง อบต.ชัยบุรี จะเข้ามาควบคุมเพลิงต่อ และเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา ขณะเกิดเหตุไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชัยบุรี


>> รถกระบะชนประสานงา กลางถนนสายสมเด็จ - ห้วยผึ้ง มีผู้เสียชีวิต 2 ราย จ.กาฬสินธุ์

16.00 น. หน่วยกู้ภัยอโสกสมเด็จ รับแจ้งจากศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการจังหวัดกาฬสินธุ์ เบื้องต้นว่ามีอุบัติเหตุ รถกระบะ 2 คันชนกันและมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนถนนเส้นทาง สมเด็จ - ห้วยผึ้ง บริเวณหน้าร้านขายแตงโม ในพื้นที่ ตำบลลำห้วยหลัว อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ สีเขียว ป้ายทะเบียน กาฬสินธุ์ ลักษณะชนประสานงากับ รถกระบะ โตโยต้า รีโว่ สีเทา ป้ายทะเบียน ร้อยเอ็ด ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย โดยมี 2 รายหมดสติและที่ยังติดค้างอยู่ภายในยานพาหนะ อาสาสมัครดำเนินการใช้เครื่องมือตัดถ่างงัดรถ และนำตัวออกมา ก่อนจะให้การช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมาทั้ง 2 ราย ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สมเด็จ


>> ไฮโซเก๊ อาศัยช่วงชุลมุน โดดจากชั้น 3 สน.โคกคราม กระแทกหลังคา เจ็บหนักแต่ยังหายใจ

16.28 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณี กัน จอมพลัง พร้อมด้วยนางเอกสาว คะน้า ริญญารัตน์ ออกมาเปิดใจในรายการโหนกระแส วีรกรรมของ "ไฮโซเก๊" รายนี้ ที่มีทั้งการกล่าวอ้าง ถึงนายกรัฐมนตรี โชว์แชทกับ ผบช.ตำรวจไซเบอร์ และ แอบอ้างเบื้องสูง รวมถึงแต่งชุดข้าราชการมารับดาราสาว และยังอ้างได้สมรสพระราชทานมาด้วย ซึ่งระหว่างคบกันผู้ชายยังนำทองมาให้หนัก 50 บาทและเพชรด้วย พอจะนำทองไปคืนพบว่าทองลอก

ต่อมาช่วงบ่าย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเหตุชายขึ้นไปบนอาคาร 3 ชั้น พื้นที่ สน.โคกคราม ก่อนตะโกนต่อว่าดาราสาว พร้อมอ้างว่าตัวเองโดนแบล็กเมล์เรื่องเงิน 10 ล้านบาท ตำรวจพร้อมกับภรรยาและพี่สาวของชายคนดังกล่าวขึ้นไปไกล่เกลี่ย หลังจากเจ้าตัวมีอาการเครียด และขึ้นไปบนตึกแถว โดยครอบครัวเข้าไปไกล่เกลี่ย ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หลังจากนั้นชายคนดังกล่าวได้ลงมาพร้อมกับตำรวจ สน.โคกคราม จากนั้นตำรวจควบคุมตัวมาสอบปากคำต่อที่ สน.โคกคราม

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 15.40 น. ที่สน.โคกคราม ตำรวจคุมตัวชายคนดังกล่าวมาสอบปากคำ ภายในห้องป้องกันและปราบปราม บริเวณชั้น 3 ของ สน.โคกคราม โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ปรากฏว่ามีเสียงโวยวายขึ้น ก่อนตำรวจจะรีบวิ่งออกจากห้อง จากนั้นรีบมาดูที่บริเวณชั้นล่างของ สน.โคกคราม พบชายคนดังกล่าวอยู่ในสภาพนอนแน่นิ่ง เบื้องต้นพบว่ายังหายใจอยู่ กำลังเรียกชื่อ แต่อีกฝ่ายไม่ตอบโต้ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยมาดูอาการเบื้องต้นแล้ว

จากการสอบถามตำรวจทราบว่า ขณะที่กำลังตรวจปัสสาวะของชายคนดังกล่าวอยู่นั้น อีกฝ่ายอาศัยช่วงชุลมุน วิ่งกระโดดข้ามระเบียงชั้น 3 แต่ร่างมากระแทกกับหลังคาสังกะสี ที่จอดรถของกลางชั้น 1 ก่อนที่จะตกลงมาที่พื้น โดยความสูงไม่เกิน 3 เมตร ทั้งนี้ จากการนั่งพูดคุยกันภายในห้องสอบสวน ไม่พบว่าอีกฝ่ายมีความเครียด ทางตำรวจไม่สามารถใส่กุญแจมือได้ เนื่องจากอีกฝ่ายยังไม่ใช่ผู้ต้องหา


>> กำแพงโรงสีร้าง ล้มทับคนเสียชีวิต

18.00 น. เจ้าหน้าสมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา จุดบางซ้าย ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิต สาเหตุถูกแผ่นปูนทับ ในโรงสีร้าง ต.เทพมงคล อ.บางซ้าย จ.พระนครศรีอยุธยา จึงเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบร่างชายถูกแผ่นคอนกรีตทับร่างเสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางช้าย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 59 ปี ชาวบ้าน อำเภอลาดบัวหลวง 
เบื้องต้น คาดว่าผู้ตายน่าจะมาทุบแผ่นคอนกรีตเพื่อเอาเหล็ก แต่กำแพงเกิดล้มทับจนเสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางซ้าย ร่วมตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ก่อนมอบให้เจ้าหน้าที่กู้ภัย นำร่างส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลบางซ้าย และติดตามญาติ มารับร่างไปประกอบพิธีตามศาสนาต่อไป


>> ตร.บางละมุง รวบเครือข่ายยาเสพติด พร้อมของกลางหลายรายการ

18.00 น. ตำรวจชุดปราบปรามพิเศษ สภ.บางละมุง และ ฝ่ายปกครอง ได้ทำการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ของ เมืองพัทยา และ อำเภอบางละมุง นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี และ นายบี (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี พร้อมของกลางยาไอซ์ 2.260 กก. และ ยาบ้า 4,000 เม็ด พร้อมรถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ สีขาว ทะเบียน สระแก้ว

สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้ตำรวจ สภ.บางละมุง มีการจับกุมผู้ต้องหา 2 คน รับหน้าที่โยนยาเสพติดไว้ตามสถานที่ต่างๆ ตามใบสั่งของเอเย่นต์รายใหญ่ โดยตำรวจมีการขยายผล ไปยังเอเย่นต์รายใหญ่ รวมทั้งเครือข่ายร่วมขบวนการ จนช่วงกลางดึกที่ผ่านมา มีสายรายงานว่า มีกลุ่มเครือข่ายยนรก รายเดียวกัน กำลังนำยาบ้าจำนวน 2 มัด ( 4,000 เม็ด ) ไปโยนไว้ที่บริเวณ ป้ายโฆษณา ริมถนนสายทางหลวงหมาย 36 ในพื้นที่ ต.หนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จึงนำกำลังไปดักซุ่มสังเกตการณ์ ปรากฏว่า มีรถกระบะต้องสงสัย ยี่ห้อ โตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ สีขาว ทะเบียน สระแก้ว มาขับวนเวียนหลายรอบ ตัดสินใจตรวจสอบตรงป้าย ก็พบยาบ้าจำนวนดังกล่าวโยนทิ้งไว้ข้างถนน จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมาตำรวจมีการขับรถสะกดรอยตาม รถกระบะต้องสงสัยไปตามทางถนนเลียบทางรถไฟ จนถึงซอยหนองกระบอก ตำรวจเกรงว่ารถกระบะจะไหวตัวทัน จึงทำทีขับรถชนท้ายรถกระบะต้องสงสัย สร้างสถานการณ์เป็นอุบัติเหตุ จากนั้น นายเอ และนายบี ได้ลงจากรถ แล้วปรี่จะมาเอาเรื่อง เพราะไม่พอใจที่ขับรถไม่ระวัง ตำรวจจึงตัดสินใจแสดงตัวเป็นตำรวจ ขอตรวจสอบ จนไปพบข้อความแชท การแจ้งลูกค้าให้รับยาบ้าตรงจุดที่โยนทิ้งไว้ ริมถนนสายทางหลวงหมาย 36 ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญว่าทั้งคู่ มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในครั้งนี้

จากนั้นตำรวจได้ร่วมกับฝ่ายปกครอง อ.บางละมุง นำตัว นายเอ และนายบี ไปตรวจค้นบ้านพัก ภายใน หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ปรากฏว่าพบยาไอซ์น้ำหนักรวม 2.2 กก. อุปกรณ์ตาชั่ง ถุงพลาสติกแบบมีซิบ ปิด-เปิด ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน จึงได้ทำการตรวจยึด ซึ่งการสอบสวนทั้งคู่ ได้การยอมรับว่า ตนเองทั้ง 2 คน มีหน้าที่ โยนยาเสพติด (นักบิน) ให้กับลูกค้า ตามคำสั่งของนายสมนึก ซึ่งเป็นหัวหน้าและเจ้าของยาเสพติด โดยจะได้ค่าจ้างคนละ 500 บาท ต่อครั้งที่นำไปโยน และ ลักลอบทำมานานแล้ว ส่วนสาเหตุที่ทำลงไปเพราะต้องการหาเงินไปเลี้ยงครอบครัว โดยเฉพาะ นายเอ เมียเพิ่งคลอดลูกสาวได้เพียง 5 วันเท่านั้น

 

>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดเชียงใหม่

02.22 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่า เกิดเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.8 ลึก 1 กม. ในพื้นที่ ต.แสนไห อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ไม่มีรายงานผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือน  

 

>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศอินโดนีเซีย

02.49 น. เกองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่า กิดเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 5.5 ลึก 10 กม. บริเวณ นอกชายฝั่งตะวันตกทางตอนเหนือของหมู่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย

ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ อ.เมือง จ.สตูล ประมาณ 650 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย 

 

ข่าวยอดนิยม