24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 23 มีนาคม 2568
>> พบร่างแพทย์หนุ่มโรงพยาบาลดังย่านสุขุมวิท เสียชีวิตในคอนโดหรู
08.33 น. ร.ต.ท.อันวา อิสอ รอง สว.(สอบสวน) สน.ทองหล่อ ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิต จึงประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวรภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุภายในห้องพัก ชั้น 2 คอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่ง ย่านทองหล่อ พบร่าง ชายไทย อายุ 38 ปี อายุรแพทย์ห้องฉุกเฉิน รพ.แห่งหนึ่ง ย่านสุขุมวิท นอนหงายเสียชีวิตอยู่บนเตียงนอน มีรอยเปื้อนของหยดเลือด เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 1 วัน ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบการรื้อค้นและร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด
จากการสอบสวนเพื่อนชายรุ่นพี่คนสนิท ผู้พบเห็นเหตุการณ์คนแรก เล่าว่า ผู้เสียชีวิตไม่สามารถติดต่อได้ตั้งแต่เมื่อวาน เวลาประมาณ 21.00 น. ตอนเช้าเพื่อนชายรุ่นพี่คนสนิทโทรไปถามที่ รพ. ว่าได้มาทำงานหรือไม่ รพ. แจ้งว่าไม่ได้มาทำงาน และติดต่อไม่ได้ จึงรีบมาดูที่คอนโดและได้ใช้คีย์การ์ดเปิดเข้าไปดู พบว่าผู้เสียชีวิตแล้ว จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ให้มูลนิธิส่งศพชันสูตรที่ รพ.จุฬาฯ ก่อนให้ญาติประสานรับศพ เพื่อนำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป
>> ชายแดนไทย - เมียนมาเดือด ทหารกะเหรี่ยง KNLA บุกโจมตีทหารเมียนมาฐานครึเด ผู้อพยพทะลักข้ามแดนไทยต่อเนื่อง
10.00 น. รายงานข่าวจาก หน่วยเฉพาะกิจราชราชมนู กองกำลังนเรศวร (ฉก.ราชมนู กองกำลังนเรศวร) เปิดเผยว่า กองกำลัง (กกล.) KNLA พล.น.7 ได้นำกำลังพร้อมทั้งใช้อาวุธปืนซุ่มยิง (สไนเปอร์) และใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ทิ้งระเบิด เข้าประชิดปิดล้อม โจมตี ทหารเมียนมา พัน.ร.31 ฐานบ้านครึเด อ.แลงปอย จ.ผาอัน รัฐกะเหรี่ยง ด้านตรงข้าม บ.แม่สลิดหลวง ม.2 ต.แม่สอง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ห่างจากแนวชายแดนประมาณ 3 กม. เพื่อตอบโต้กรณีทหารเมียนมาใช้โดรนพลีชีพโจมตีบ้านพัก ผบ.สูงสุด
ทั้งนี้ กกล.KNLA พล.น.7 ได้แจ้งเตือนให้ราษฎร บ้านครึเด ให้อพยพไปอาศัยอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย เนื่องจากมีแผนจะปฏิบัติทางทหาร และนำกำลังเข้าโจมตี ทหารเมียนมา พัน.ร.31 ฐาน บ้านครึเด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำการยึดฐานทีีมั่นทหารเมียนมาแห่งนี้ให้ได้
เหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้มี ผู้ไปสู้รบจากเมียนมา (ผภสม.) จำนวนประมาณ 110 คน (ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง เด็กและคนชรา) จากบ้านทีเลอโด๊ะ อ.แลงปอย จ.ผาอัน อพยพข้ามมายังฝั่งไทย บริเวณช่องทาง ท่าข้ามธรรมชาติ ข้ามมาฝั่งไทยบริเวณบ้านแม่สลิดหลวง หมู่ 1 ต.แม่สอง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก
>> จับแรงงานต่างด้าว 19 ราย กลางแม่น้ำรันตี จ.กาญจนบุรี
11.20 น. กองกำลังสุรสีห์ โดยหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า สนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายจำนวน 19 ราย ขณะลักลอบเดินทางข้ามแม่น้ำรันตี บริเวณบ้านวังกะ ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า จะมีขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้ามาในราชอาณาจักร จึงได้วางแผนเฝ้าตรวจบริเวณดังกล่าว จนกระทั่งพบเรือต้องสงสัยแล่นเข้ามา จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบแรงงานต่างด้าวซุกซ่อนอยู่บนเรือ พร้อมผู้ควบคุมเรือ 2 ราย
จากการสอบสวนทราบว่า แรงงานต่างด้าวทั้งหมดเป็นชาวเมียนมา เดินทางมาจากบ้านบ่อญี่ปุ่น โดยมีนายหน้าชาวเมียนมาเป็นผู้จัดหา ก่อนจะพาเดินเท้าเข้ามาในประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติ จากนั้นขึ้นรถยนต์มาลงเรือที่ท่าเรือบ้านวังกะ เพื่อเดินทางไปยังท่าเรือห้วยฝรั่ง แล้วจะมีรถยนต์มารับไปส่งยังจุดหมายปลายทาง โดยแรงงานต่างด้าวต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าเป็นเงิน 15,000 – 25,000 บาท เพื่อเดินทางไปทำงานต่อที่ประเทศมาเลเซีย
เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวทั้งหมด พร้อมผู้ควบคุมเรือ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.สังขละบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งขยายผลเพื่อติดตามจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป
>> พบศพทารกเพศชาย ใส่ถุงขยะทิ้งริมทาง ตร.เร่งหาตัวพ่อ-แม่
12.16 น. พ.ต.อ.ณัชพล ผ่องสุขสกุล ผกก.สภ.หนองปรือ รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบซากศพทารก ถูกทิ้งไว้ริมถนน ภายในซอยพัฒนาการ 4 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
ที่เกิดเหตุ บริเวณริมป่าติดรั้วลวดหนาม พบถุงขยะสีดำขนาดประมาณ ไซค์ L ภายในถุงมีเสื้อสีขาว มีคราบเลือดติดไปทั่วทั้งตัว เมื่อสาดสายตาเข้าไปในถุง ก็ต้องตกใจเมื่อพบกับร่างไร้วิญญาณของทารก ห่อด้วยผ้าลายสีน้ำตาล และยังมีเศษขยะปะปนอยู่ด้วย ทิ้งไว้ท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุ เป็นที่น่าอนาถใจยิ่งนัก ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ตรวจสอบ พบว่าเป็นทารกแรกเกิดเพศชาย มีทั้งรกและสายสะดือติดอยู่ด้วย
สอบถามชาวบ้านรายแรกให้ข้อมูลว่า สังเกตเห็นถุงขยะสีดำนี้ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ก็สังหรณ์ใจแล้ว เพราะบริเวณนี้จะไม่มีใครทิ้งขยะริมถนน เนื่องจากมีที่ทิ้งอยู่ไม่ไกลจากจุดนี้ ส่วนรายที่พบว่ามีศพทารกในถุงขยะ เล่าว่า มีคนเดินมาโบกเรียกว่า พบศพเด็กทารกอยู่ในถุงขยะให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ จึงรีบโทรแจ้งดังกล่าว
เบื้องต้น พ.ต.อ.ณัชพล ผ่องสุขสกุล ผกก.สภ.หนองปรือ สั่งการให้ ร.ต.อ.ดำฉลวย สำคัญยิ่ง รอง สว.สอบสวน บันทึกภาพ และเก็บรายละเอียดในที่เกิดเหตุให้ได้มากที่สุด รวมถึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน หาเบาะแสจากกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทาง ภายในซอยที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ เคลื่อนย้ายร่างทารกน้อย ส่งไปตรวจชันสูตรพลิกศพ หาสาเหตุการตาย รวมถึงตรวจดีเอ็นเอ เพื่อติดตามตัว พ่อแม่ มาสอบปากคำเพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
>> รถนั่งส่วนบุคคลชนขอบทาง คนขับเจ็บหนัก ส่วนหญิงนั่งเบาะข้างร่างกระเด็นออกมาดับนอกรถ
12.25 น. รับแจ้งจาก สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา จุดมหาราช มีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคลชนขอบทาง และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส บนถนนทางหลวงหมายเลข 32 สายเอเชีย ฝั่งขาล่อง เข้า กทม. ช่วงหน้าปั๊มน้ำมัน ในพื้นที่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า ซิตี้ สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนขอบทาง สภาพหน้ารถพังเสียหาย จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย โดยรายที่ 1 เป็นชายไทย อายุ 43 ปี อาสาสมัครนำออกจากตัวรถ และให้การปฐมพยาบาลเบื้องก่อนเคลื่อนย้ายนำส่งโรงพยาบาลอ่างทอง
ส่วนอีก 1 ราย ร่างได้กระเด็นออกจากตัวรถ พบว่ามีอาการสาหัสหมดสติ ทางอาสาสมัครให้การปฐมพยาบาลและทำ CPR ก่อนขอสนับสนุนทีมกู้ชีพเข้าให้การสนับสนุนแต่ไม่เป็นผล และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นหญิงไทย อายุ 49 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มหาราช
>> หนุ่มวัย 22 ปีว่าที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ เสียหลัก ชนท้ายรถบรรทุก เสียชีวิตริมถนน
12.40 น. ร้อยเวรสอบสวน สภ.ดงครั่งใหญ่ ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ จักรยานยนต์ชนท้ายรถบรรทุกทราย บนถนนระหว่างบ้านแสนสี - บ้านโพนแท่น ต.ดงครั่งน้อย อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด มีผู้เสียชีวิต จึงรุดออกตรวจสอบพร้อม หน่วยกู้ภัยอโสกเกษตรวิสัย และแพทย์เวร รพ.เกษตรวิสัย
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ สีดำ ป้ายทะเบียน บุรีรัมย์ ลักษณะชนเข้ากับรถบรรทุก ฮีโน่ สีขาว ป้ายทะเบียน ร้อยเอ็ด ตรวจสอบพบว่าผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้เสียชีวิต ทางอาสาสมัครต้องใช้เครื่องมืองัดเอาร่างผู้เสียชีวิตออกมา และตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 22 ปี ทราบว่าเป็นนิสิตปี 4 สาขาดุริยางคศิลป์ ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ดงครั่งใหญ่ จะทำการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุ และมอบร่างผู้เสียชีวิตให้แพทย์ชันสูตร ณ รพ.เกษตรวิสัย และได้ติดต่อญาติมารับร่างผู้เสียชีวิตเพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป
>> ยิงน้องสะใภ้ดับ – พี่สาวกระสุนเข้าตาขวาสาหัส ปมเหตุแย่งสิทธิครอบครองบ้าน
13.04 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าข้าม รับแจ้งว่า มีเหตุผู้บาดเจ็บถูกยิงด้วยอาวุธปืน ภายในบ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร
ที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ นางศิรินาท (น้องสะใภ้) มีแผลถูกยิงกระสุนเข้าที่ศีรษะทะลุแก้ม และมีผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย ทราบชื่อ นางเซียมไนท์ (พี่สาว) โดนยิงเข้าที่เบ้าตาขวา ส่ง รพ.บางมด
ส่วนผู้ก่อเหตุทราบว่า เป็นชายไทย อายุ 69 ปี รอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ พร้อมของกลางปืนลูกโม่ ขนาด.38 มีปลอกกระสุนบรรจุในรังเพลิงทั้งหมด 5 นัด
สอบถาม ผู้ก่อเหตุ ให้การว่า มีประเด็นข้อพิพาทกับครอบครัวพี่น้องในประเด็นกรรมสิทธิ์ครอบครองบ้าน สะสมมามีการทะเลาะเบาะแว้งกันหลายครั้งจนเป็นมูลเหตุจูงใจก่อเหตุดังกล่าว ตำรวจจึงควบคุมตัว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ดำเนินการต่อไป
>> ‘ศุภมาส’ สั่ง ผู้บริหาร 2 สถาบัน สอบข้อเท็จจริง พร้อมดำเนินการทางวินัยกับนักศึกษาที่ก่อเหตุโดยไม่มีข้อยกเว้น
13.56 น. น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันภายในศูนย์การค้ามาบุญครอง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่ จึงได้สั่งการให้สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ประสานงานกับผู้บริหารของทั้งสองสถาบันเพื่อเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการทางวินัยกับนักศึกษาที่เกี่ยวข้องโดยไม่มีข้อยกเว้น รวมถึงให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสอบสวนดำเนินคดีทางกฎหมาย
รมว.อว. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กระทรวงจะเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำหนดแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างสถาบันให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน จะต้องมีการประสานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยง และติดตามสถานการณ์ของกลุ่มนักศึกษาที่มีแนวโน้มจะก่อเหตุทะเลาะวิวาท พร้อมสนับสนุนโครงการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสถาบัน เพื่อปลูกฝังแนวคิดสันติวิธี ลดความขัดแย้งระยะยาว
“เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ เพราะเป็นการกระทำที่อุกอาจ ทำให้ประชาชนต้องเดือดร้อน แน่นอนว่าจากนี้ต้องมีการยกระดับการดำเนินมาตรการที่เข้มงวดทั้งในด้านการป้องกัน และการลงโทษผู้กระทำผิด ไม่ใช่เฉพาะสองสถาบันนี้แต่จะครอบคลุมไปทุกสถาบันอุดมศึกษา เพื่อให้สถาบันการศึกษาเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ไม่ใช่เวทีความรุนแรง ยืนยันว่าจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและยั่งยืน” น.ส.ศุภมาส กล่าว
>> มอบตัวแล้ว สาวมือยิงพี่สามีดับคาบ้าน แค้นปมไม่แบ่งเงินค่าขายที่ดินให้
15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีพบร่าง น.ส.กัญญ์ธนอร อายุ 52 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืน อยู่ในสภาพนอนหงายหน้า พบบาดแผลถูกอาวุธปืนยิง เข้าที่บริเวณชายโครงซ้าย 2 ราวนมซ้าย 1 แผ่นหลัง 1 และแขนซ้าย 1 รวม 5 นัด เหตุเกิดที่บริเวณสุสานแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 22 มี.ค.
ล่าสุด พ.ต.ท.ศิรชัช หนูเทศ รอง ผกก.สส.สภ ศรีราชา และ พ.ต.ท.จิรัฏฐ์ ปานคง สว.สส. สภ ศรีราชา ได้ควบคุมตัว นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี ในข้อกล่าวหา "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครอง และพาอาวุธปืนไปในทางหมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต" เข้าสอบปากคำเพิ่มเติมที่ห้องสืบสวน ภายหลังจากที่ถูกทางญาติและเจ้าหน้าที่ตำรวจกดดันอย่างหนักให้เข้ามอบตัว ทั้งนี้ภายหลังจากการสอบสวน เจ้าหน้าที่ก็ได้ควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปหาเสื้อผ้าที่ใช้ในวันก่อเหตุรวมถึงอาวุธปืน ลูกโม่ 1 กระบอก และเครื่องกระสุน .38 อีกจำนวน 24 นัด ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
เบื้องต้น ผู้ก่อเหตุ สารภาพว่า หลังจากที่พ่อของผู้ตายได้มีที่ดินแถวย่านหนองค้อ จำนวน 10 กว่าไร่ และขายให้กับผู้ซื้อไปจำนวนกว่า 50 ล้าน และทางพ่อของผู้ตายก็ยังไม่ได้แบ่งให้ใคร จนกระทั่งสามีไปขอแบ่ง 10 ล้านบาท แต่พี่สาวเขาไม่ให้ เธอก็เลยเริ่มมีปัญหาโกรธแค้นกัน จนกระทั่งสบโอกาส จึงได้ลงมือก่อเหตุดังกล่าว
>> รถไฟเฉี่ยวชน หนุ่มวัย 30 ปีเสียชีวิต
15.15 น. รับแจ้งว่าจาก มูลนิธิการกุศลสามัคคีสว่างบูชาธรรมสถาน อุบลราชธานี มีเหตุ รถไฟเฉี่ยวชนคนเสียชีวิต ริมทางรถไฟระหว่างสถานีอุบลราชธานี - บุ่งหวาย บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 570/8 ในพื้นที่ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี
ที่เกิดเหตุ พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย อายุประมาณ 30 ปี ลักษณะถูกรถไฟ ขบวนรถท้องถิ่นที่ 422 สายอุบลราชธานี - ลำชี เฉี่ยวชน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วารินชำราบ ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก่อนมอบให้อาสาสมัครดำเนินการนำร่างผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลวารินชำราบ
>> ชิงทรัพย์ร้านทอง ย่านบางปะอิน ได้ทองรูปพรรณน้ำหนัก 160 บาท มูลค่าร่วม 8 ล้านบาท
18.00 น. สถานีตำรวจภูธรบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับแจ้งว่า เกิดเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ร้านทอง ห้างดังฯ ที่บางปะอิน ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา
คนร้ายใส่เสื้อคลุมสีดำ หลังก่อเหตุได้นั่งวินมอเตอร์ไซค์มุ่งหน้าไปทางถนนเอเซีย ขาเข้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ทรัพย์สินเป็นทองคำน้ำหนักประมาณ 160 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจ สายตรวจ และชุดสืบสวนอยู่ระหว่างการหาเบาะแสคนร้าย ได้เพื่อนำข้อมูลประสานกับ ท้องที่เกิดเหตุ คือ สภ.พระอินทร์ราชา เพื่อสืบสวนจับกุมต่อไป
>> สกัดจับแก๊งขนแรงงานเถื่อนชาวจีน เตรียมส่งปลายทาง จ.เชียงใหม่
18.00 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหาลักลอบขนแรงงานต่างด้าว จำนวน 2 ราย เป็นชายไทย อายุ 48 และ อายุ 49 ปี พร้อมผู้ต้องหาต่างด้าว 11 ราย สัญชาติจีน โดยจับกุมบริเวณถนน ทล.1 กม.533 ต.ไม้งาม อ.เมือง จ.ตาก
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงตาก ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และใช้รถวิทยุตรวจการณ์ออกตรวจตามเส้นทางที่คาดว่าใช้ในการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวอย่างต่อเนื่อง และวางกำลังซุ่มตรวจบนถนนทางหลวงหมายเลข 1 (ขาขึ้น) เพื่อสกัดขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ระหว่างนั้นพบรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน คือ นิสสันสีดำ และโตโยต้า สีบรอนซ์ ขับตามกันมาในลักษณะบรรทุกน้ำหนักเกินปกติ เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามและส่งสัญญาณให้รถทั้งสองคันหยุดเพื่อตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบว่า ภายในรถทั้งสองคันมีชายชาวต่างชาติลักษณะคล้ายชาวจีนนั่งอัดแน่นรวมกัน 12 คน โดยมีเพียง 1 คนเท่านั้นที่มีเอกสารเดินทางถูกต้อง ส่วนอีก 11 คน ไม่มีเอกสารใดๆ มาแสดง จากการสอบสวน นายสุชาติ คนขับรถนิสสัน และ นายวันมงคล คนขับรถโตโยต้า ให้การรับสารภาพว่า รับชาวต่างด้าวทั้งหมดมาจากริมถนนสามแยกแม่สอด จ.ตาก เพื่อไปส่งที่ จ.เชียงใหม่ โดยได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 4,000 บาท และทำมาแล้ว 4 ครั้ง
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาคนขับรถทั้ง 2 คน ในข้อหา “รู้ว่าต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ช่วยเหลือ ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม” และจับกุมชาวต่างด้าวชาวจีนทั้ง 11 คน ในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.ตาก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> รถอเนกประสงค์พุ่งชนต้นไม้ข้างทาง สามีเสียชีวิต ส่วนภรรยานั่งเบาะข้างบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่คาดวูบหลับใน
21.00 น. ศูนย์วิทยุนรสิงห์ สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถกอเนกประสงค์พุ่งชนต้นไม้ริมทาง บนถนนสายบางปลา หมู่ที่ 6 ต.นาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
ที่เกิดเหตุ พบรถเนกประสงค์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีดำ ป้ายทะเบียน นนทบุรี สภาพด้านหน้ารถฝากระโปรงยุบ ตัวถังรถพังยับ กระจกแตกร้าวจากแรงชนกับต้นไม้ริมทาง ตรวจสอบพบว่ามีผู้บาดเจ็บ 1 ราย เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 50 - 60 ปี มีบาดแผลถูกกระจกบาดตามร่างกายหลายแห่ง อาสาเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ จึงได้รีบให้การช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลสมุทรสาคร และพบว่ามีผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย เป็นคนขับรถ เป็นชายไทย อายุ 65 ปี ชาว อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี
ซึ่งตอนเกิดเหตุนั้นไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ แต่คาดว่าผู้เสียชีวิตอาจจะเกิดอาการวูบเฉียบพลันจากโรคประจำตัว ขณะกำลังขับรถจะกลับเข้าที่พักซึ่งอยู่ภายในโรงงาน จึงทำให้เกิดเหตุสลดดังกล่าว ตำรวจจึงส่งศพชันสูตร ก่อนประสานญาติมารับกลับไปดำเนินการตามประเพณีทางศาสนาต่อไป
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
22.17 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.1 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 62 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศจีน
23.51 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.2 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของ มณฑลยูนนาน, ประเทศจีน ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 462 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> เพลิงไหม้ร้านอาหาร ย่านพรานนก เจ้าหน้าที่ใช้น้ำดับไฟทันก่อนจะลุกลาม
01.22 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ถนนพรานนก แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ประกอบกิจการร้านอาหาร ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 1 เพลิงลุกไหม้เสียหายภาชนะประกอบอาหารลุกลามโต๊ะ สายไฟ และผนังอาคาร พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 2 ตารางเมตร ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ เกิดจากการประกอบอาหารทิ้งไว้ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนนนท์