วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 21:56 น.
กรณีนายกัน จอมพลัง พาสาวรับใช้หนีมาขอให้ช่วย หลังถูกนายจ้างทารุณเป็นประจำ เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดี โดยเหตุเกิดที่ บริเวณบ้านหลังหนึ่ง ม.1 ต.บางขุนกอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ช่วงตุลาคม 2567 ต่อเนื่องถึงวันที่ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568 โดยมีกล้องวงจรปิด โดยให้ข้อมูลว่าติดต่อเพื่อนที่เป็นพยานในคดีไม่ได้และห่วงเรื่องความปลอดภัยของเพื่อน
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี ทนายความของนายจ้าง ได้พา นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี สาวใช้ที่เป็นเพื่อนกับ นางสาวบี (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ลูกจ้างที่ถูกทำร้ายร่างกาย เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำและแสดงตัวว่ายังทำงานที่บ้านของนายจ้างเหมือนเดิม ยืนยันว่าไม่ได้รับการติดต่อจากผู้เสียหายแต่อย่างใด
โดยทนายความของนายจ้าง กล่าวว่า วันนี้ตนได้พานางสาวเอ (นามสมมุติ) ที่เป็นข่าวว่าสูญหายติดต่อไม่ได้ ซึ่งเค้าไม่ได้สูญหาย ยังทำงานที่บ้านของนายจ้างปกติ และที่เค้าบอกว่าสูญหายไปเนื่องจาก นางสาวเอ ถูกบล็อก ทำให้ติดต่อไม่ได้ และโทรศัพท์ของ นางสาวเอ ก็ไม่ได้มีใครติดต่อเข้าไปหา ซึ่งพอตนรู้ข่าวว่ามีการตามหาตัว นางสาวเอ จึงได้พาเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธ์ใจว่าเขายังอยู่และสบายดี
หลังจากให้ปากคำแล้วจะเดินทางกลับเข้าไปที่บ้านนายจ้างปกติ ยืนยันว่าไม่มีเรื่องของการหน่วงเหนี่ยวกักขัง ส่วนเรื่องที่ถูกตีก็ว่าเป็นไปตามคลิป แต่มันมีเหตุผลในการทำโทษ ในฐานะนายจ้างและลูกจ้างซึ่งมันเกินเลยไป ก็ให้ว่าไปตามขบวนการ ส่วนเหตุผลที่ทำโทษลูกจ้าง เนื่องจากเป็นเรื่องสุนัข ที่ผู้เสียหายเป็นคนดูแลและทำรุณแรงจนสุนัขป่วยถึงขั้นผ่าตัด ใช้เงินไป 2 แสนกว่าบาท และต้องทำกายภาพ จึงทำให้ นายจ้างเกิดบันดาลโทสะทำรุนแรงเกินไปซึ่งนายจ้างพร้อมที่จะเยียวยา
ทนายความของนายจ้าง กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องทองที่หายไป บ้านหลังดังกล่าวไม่มีบุคคลภายนอกเข้าไป ซึ่งทำให้ต้องสงสัยว่าเป็นบุคคลในบ้านเอาไป ตนไม่ทราบเรื่องที่นายจ้างให้เอาทองไปขาย ประเด็นที่นายจ้างรู้จักกับตำรวจเป็นเรื่องที่มีหมายจับก็ต้องมีการคุยกับตำรวจเพื่อให้จับเป็นไปตามขบวนการ ส่วนเรื่องรู้จักสนิทกับตำรวจตนไม่มีข้อมูล จากหลักฐานกล่องวงจรปิดที่เห็นว่าในมือลูกจ้างห่อของออกไปก็ทำให้น่าเชื่อว่ามีการถือของออกไป นายจ้างยืนยันว่ารักลูกจ้างคนนี้และสงสาร แต่ก็ทำร้ายร่างกาย และก็สงสารผู้เสียหายจึงประกันตัวให้
นางสาวเอ (นามสมมุติ) ก็เคยโดนเหมือนกันแต่เบากว่าเพราะไม่ได้ทำทารุณสุนัข เรื่องสาดน้ำแดงไม่มี แต่สาดอาหารพระที่ผู้เสียหายทำไหม้ จึงได้เหวี่ยงอาหารไปโดน เรื่องไม่ได้เงินเดือนไม่จริง มีแต่ผู้เสียหายเอาเงินทอนไปใช้และจดบัญชี มีการไปเที่ยวพลูวิลล่า เรื่องเงินเก็บนั้นนายจ้างจะทำธุรกิจอีกแค่ 3 ปี หลังจากนั้นจะให้เงิน 2 แสนและรถมือสอง แต่ต้องทำงานจนถึงอีก 3 ปี เป็นเงินโบนัส การตีจำนวน 98 ครั้งและตีหัวตนว่ามันรุนแรงไป นายจ้างทำเกินไป ซึ่งนายจ้างพร้อมเยียวยาตามขบวนการ ตอนนี้นายจ้างก็รู้สึกเครียดและยังไม่พร้อมชี้แจง
นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี สาวใช้ที่เป็นพยานผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนเองปลอดภัยดี และไม่มีใครติดต่อมา เนื่องจากผู้เสียหายเป็นฝ่ายบล็อกตนเอง มีเพียงตำรวจโทรแจ้งตนเอง ตนเองจึงมาพบตำรวจ โดยยืนยันว่าตนเองทำงานกับนายจ้างคนนี้มาประมาณ 1 ปีแล้ว และไม่เคยถูกทำร้ายร่างกาย อาจมีโดนดุบ้างเวลาที่ทำงานผิดพลาด แต่ตนเองก็รู้ตัวว่าเป็นคนผิด ส่วนที่ผู้เสียหายโดนทำโทษด้วยการตีหลายครั้งตามที่ปรากฏในภาพวงจรปิดนั้น ตนเองไม่เห็นเหตุการณ์ แต่เคยมีบางครั้งที่นายจ้างทำโทษผู้เสียหาย เนื่องจากผู้เสียหายทำให้สุนัขชิวาวาของนายจ้างป่วย และไม่ดูแลให้ดี เวลาป้อนยาป้อนอาหารก็มักจะบีบคอสุนัข จับกดหัว ทำให้อาการสุนัขไม่ดีขึ้น ซึ่งหลังจากที่ผู้เสียหายออกจากบ้านไป ตนเองเป็นคนดูแลสุนัข อาการก็ดีขึ้น
นางสาวเอ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้มีบางครั้งที่นายจ้างให้ผู้เสียหายถ่ายรูปกระเป๋าแบรนด์เนมเพื่อส่งให้ลูกค้าดู แต่ผู้เสียหายก็ไม่ยอมทำงาน เอาแต่เล่นโทรศัพท์ ซึ่งนายจ้างก็เคยเตือนหลายครั้งแล้ว ส่วนเรื่องเงินเดือน ตนเองก็ได้เงินจากนายจ้างตามปกติ แต่สำหรับกรณีของผู้เสียหายนั้น ก็คาดว่าได้รับเงินเดือนเช่นเดียวกัน และเวลานายจ้างให้เงินไปซื้อของ ก็มักจะเก็บเงินส่วนหนึ่งไว้ ไม่ได้คืนเงินทอนนายจ้างทั้งหมด และยืนยันว่านายจ้างไม่ได้ยึดบัตรประชาชนและโทรศัพท์มือถือ หรือห้ามติดต่อญาติพี่น้อง โดยก่อนหน้านี้ผู้เสียหายก็ยังยืมโทรศัพท์มือถือของตนเองโทรหาญาติพี่น้องบ่อยๆ ส่วนเรื่องทองนั้น มีบางเส้นที่นายจ้างให้ผู้เสียหายนำไปขายจริง แต่ทองที่หายไปเป็นคนละเส้นกัน
สำหรับนิสัยใจคอของนายจ้าง ยืนยันเป็นคนจิตใจดี เวลาตนเองมีปัญหาอะไร ก็ช่วยเหลือมาตลอด ล่าสุดปู่ของตนเองถูกรถชนเสียชีวิต นายจ้างก็ช่วยติดตามคดีและดำเนินการเรื่องเรียกร้องเงินเยียวยาให้ เพียงแต่เป็นคนละเอียดเรื่องการทำงาน โดยในบ้านมีสาวรับใช้ 2 คน คือตนเอง และผู้เสียหาย ดังนั้นหลังจากนี้ตนเองก็กลับไปอยู่กับนายจ้างเหมือนเดิม เพราะไม่ได้มีปัญหาอะไรกับนายจ้าง และนายจ้างก็ดูแลดีมาโดยตลอด ส่วนผู้เสียหายออกจากบ้านไป ผู้เสียหายไปอยู่กับอดีตแฟนหนุ่มของตนเอง หลังจากที่ตนเองเลิกรากับอีกฝ่ายได้ประมาณ 4 เดือน และตนเองก็เพิ่งมาทราบเรื่องเมื่อคืนนี้ที่อีกฝ่ายโทรมาสารภาพ
พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ พงศ์ธนารักษ์ ผกก.สภ.บางกรวย เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นคดีที่มีพยานหลักฐานค่อนข้างชัดเจน มีกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ และเห็นผู้เสียหายกำลังหยิบของบริเวณที่นายจ้างอ้างว่าเก็บทรัพย์สินไว้ จากนั้นผู้เสียหายก็หนีออกจากบ้านไป ทำให้เป็นเหตุอันควรสงสัยให้ไปขอศาลออกหมายจับในข้อหาลักทรัพย์นายจ้างได้ แม้จะเห็นภาพทรัพย์สินไม่ชัด ส่วนกรณีที่จับกุมผู้เสียหาย ไม่ใช่ตำรวจของ สภ.บางกรวย ไปจับ เป็นตำรวจหน่วยอื่นที่จับกุมตามหมายจับที่ปรากฎในระบบ และไม่ได้มีการไปค้นห้อง ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวน สภ.บางกรวย กำลังไล่กล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบเส้นทางหลังเกิดเหตุ และค้นหาทองที่หายไป ส่วนเจ้าของคดีนั้น คือ สารวัตรสอบสวน เป็นตำรวจที่ตั้งใจทำงาน รวดเร็ว ตอบโจทย์ประชาชน การที่ตำรวจทำงานเร็วและถูกโยนข้อหาแบบนี้ ก็ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดี แต่เมื่อ "กัน จอมพลัง" ขอให้เป็นคนดูแลคดีที่ถูกแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยการทรมาน หรือทารุณโหดร้าย , ข่มขืนใจผู้อื่นฯ ตำรวจนายนี้ก็พร้อมดำเนินการให้ ยืนยันเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย และเป็นธรรม
พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการให้ประกันตัวนายจ้างก็เป็นไปตามระเบียบและขั้นตอน เมื่อมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งก็ให้ประกันตัวไป ส่วนการให้ประกันตัวผู้เสียหายในชั้นพนักงานสอบสวน 40,000 บาทนั้น ผู้เสียหายและนายจ้างเป็นคนคุยกันเอง เมื่อผู้เสียหายยินยอม ไม่มีข้อขัดแย้ง พนักงานสอบสวนก็ให้ประกัน ยอมรับว่าเป็นเรื่องแปลกที่นายจ้างเป็นคนประกันตัวให้คนที่ตัวเองแจ้งความ แต่ก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งผู้เสียหายก็บอกว่าจะไปอยู่ที่บ้านเพื่อนที่มีที่อยู่ติดต่อได้ ไม่ได้กลับไปบ้านนายจ้าง ส่วน "กัน จอมพลัง" นั้นแจ้งว่าจะไปยื่นประกันในชั้นศาล ไม่ใช่ชั้นพนักงานสอบสวนตามที่ให้ข่าว พร้อมยืนยันตำรวจคนนี้ก็ไม่ได้รู้จักกับนายจ้างเป็นการส่วนตัว ส่วนตำรวจนายอื่น ตัวนายจ้างอาจเคยมาแจ้งความบ้าง แต่ก็เป็นการมาพบตามปกติ ตำรวจเป็นคนของประชาชน สามารถที่จะรู้จักกับประชาชนคนใดก็ได้ แต่ไม่พบว่ามีความสนิทสนมเป็นการส่วนตัว