วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 20:19 น.
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 ว่าที่ร้อยตรี ดร.ปริญญา ศักดิ์นาวี และนายฐิติศักดิ์ สุขสมรูป สองนักกิจกรรมในพื้นที่ตำบลบางศรีเมือง จ.นนทบุรี รับแจ้งจากพระลูกวัดของวัดแห่งหนึ่ง ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี ว่า มีชายสูงอายุป่วยเป็นอัมพฤกษ์ลุกเดินไม่ได้และยังมีอาการคล้ายกับคนป่วยเป็นวัณโรคถูกนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ที่ศาลาท่าน้ำของวัด
หลังรับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากทางวัด ว่าที่ร้อยตรี ดร.ปริญญา กับนายฐิติศักดิ์ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือ โดยพบว่าชายสูงอายุที่ถูกนำตัวมาทิ้งไว้ที่วัดแห่งนี้ เป็นชาย อายุ 54 ปี
(ขอสงวนชื่อและนามสกุล) ซึ่งป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์ไม่สามารถลุกเดินได้ ถูกนำตัวมาทิ้งไว้ที่วัดแห่งนี้ตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาในช่วงกลางดึก
จากการสอบถาม ชายคนดังกล่าว เปิดเผยว่า แต่เดิมตนเองเคยมีบ้านอยู่แถววัดเฉลิมพระเกียรติมาก่อน ต่อมาพ่อได้ขายบ้านไป ทำให้ตนไม่มีที่พักอาศัย ซึ่งในตอนนั้นตนเองยังแข็งแรงไม่ล้มป่วยอะไรก็รับจ้างทำงานทาสีบ้านมีรายได้เลี้ยงดูตัวเองโดยเช่าบ้านพักอยู่อาศัยแทน จนกระทั่งต่อมาเมื่อ 6-7 เดือนก่อน ตนเกิดล้มป่วยลงเป็นอัมพฤกษ์จนเดินไม่ได้เพราะเส้นเลือดในสมองแตก จึงไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลตามสิทธิ์ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าเพื่อผ่าตัดรักษา แล้วถูกส่งตัวกลับมาพักฟื้นทำกายภาพยำบัดที่โรงพยาบาลบางใหญ่ จนกระทั่งต่อมาทางโรงพยาบาลตรวจพบจุดดำที่ปอด ซึ่งนำชิ้นเนื้อไปตรวจสอบ ระหว่างที่รอผลทางโรงพยาบาลได้ส่งตนกลับมาพักฟื้นที่บ้าน แต่ปรากฎว่าทางเจ้าของบ้านเช่าได้นำแม่กุญแจมาล็อกประตูบ้านไว้ไม่ให้ตนเข้าไปเนื่องจากตนค้างค่าเช่าห้องพักมาหลายเดือนซึ่งเป็นช่วงที่ตนล้มป่วยเส้นเลือดในสมองแตก ทำให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธินำตนมาส่งทิ้งไว้ที่ศาลาวัดแทน
ชายคนดังกล่าว ยังกล่าวอีกว่า ตอนนี้ตนเองไม่มีที่ไป เจ้าของบ้านเช่าก็ไม่ให้ตนอยู่ ญาติพี่น้องก็ติดต่อไม่ได้ ตนจึงถูกนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ที่วัด ซึ่งตนก็ยังไม่รู้ว่าจะมีหน่วยงานใดลงพื้นที่มาช่วยเหลือตนในตอนนี้ได้บ้าง เพราะหากตนได้รับการรักษา กายภาพต่อเนื่องตนก็คิดว่าตนน่าจะหายกลับมาเดินได้ปกติ ตนก็จะหางานทำได้โดยไม่ต้องไปเดือดร้อนใคร ทุกวันนี้อาศัยรายได้จากเบี้ยคนพิการเดือนละ 800 บาทเท่านั้น
ด้าน คนดูแลวัด เปิดเผยว่า เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 5 ทุ่ม ตนเห็นรถมูลนิธิสองคันกับรถเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจขับขี่เข้ามาในวัด จากนั้นทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิก็นำตัวนายอนันต์ลงมาจากรถพร้อมกับข้าวของเครื่องใช้ไปไว้ที่ศาลาท่าน้ำ เมื่อตนได้เข้าไปสอบถามว่าพาลุงมาทำอะไรที่นี่ ทางเจ้าหน้าที่ก็บอกว่า ฝากลุงไว้ก่อนแล้วจะกลับมารับ ก่อนที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิและตำรวจจะรีบขับรถออกไป ด้วยความสงสารลุงซึ่งป่วยเดินไม่ได้ตนจึงไปหามุ้งมาให้กางลุงนอนเพราะที่วัดยุงเยอะมาก จากนั้นเช้าในวันถัดมาก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับรถเข้ามาดูลุงแล้วก็ขับออกไป โดยไม่ได้รับลุงออกไปตามที่บอกไว้ เหมือนลุงถูกนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ที่วัดเป็นเวลา 3 คืนแล้ว ตนกับแม่ค้าในวัดสงสารก็ช่วยได้แต่หาน้ำหาอาหารให้ลุงกินประทังชีวิตไปเท่านั้น และยังไม่เห็นหน่วยงานไหนเข้ามาช่วยเหลือหรือรับตัวลุงแกไปรักษาต่อเลย
ต่อมาทางพระผู้ใหญ่ของวัดทราบเรื่องว่าลุงถูกนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ที่ศาลาท่าน้ำของวัด ทำให้ตนถูกตำหนิเรื่องที่ปล่อยให้มีคนนำลุงมาปล่อยที่วัด โดยพระผู้ใหญ่ไม่อนุญาตให้ลุงมานอนพักอาศัยในลักษณะอนาถาแบบนี้เพราะไม่เหมาะสม ขนาดหมาหรือแมวทางวัดยังไม่อนุญาตให้นำมาปล่อยทิ้งไว้ที่วัดเลย แต่ลุงซึ่งเป็นคนทำไมถึงถูกนำมาปล่อยทิ้งวัดแบบนี้ ตนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือเจ้าหน้าที่มูลนิธิที่นำตัวลุงมาทิ้งไว้แล้วบอกกับตนว่า จะกลับมารับตัวลุงไป ช่วยมารับลุงไปต่อที เพราะตอนนี้ตนถูกทางวัดตำหนิและตักเตือนมาแล้ว หากว่ายังไม่มีใครมารับลุงไป จะกลายเป็นตนถูกไล่ออกจากวัดแทน
ในเบื้องต้นทางว่าที่ร้อยตรี ดร.ปริญญา ศักดิ์นาสี นักกิจกรรมในพื้นที่ ได้พยายามประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางช่วยเหลือ แต่ยังไม่สามารถติดต่อกับหน่วยงานใดๆได้ นอกจากนี้ยังพบว่าตัวของชายคนดังกล่าว ซึ่งตรวจพบจุดดำที่ปอดหรืออาการของวัณโรคในเบื้องต้น จึงทำให้โรงพยาบาลปฎิเสธการรักษาและไม่มีหน่วยงานใดรับตัวไปดูแลเพราะเกรงว่าติดวัณโรคไปด้วย จึงถูกนำตัวมาปล่อยทิ้งไว้ที่วัดแห่งนี้แทน
23 กุมภาพันธ์ 2569
22 กุมภาพันธ์ 2569
23 กุมภาพันธ์ 2569
22 กุมภาพันธ์ 2569