หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 27 มกราคม 2568

วันที่ 28 มกราคม 2568 เวลา 05:38 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 27 มกราคม 2568


>> เปิดปฏิบัติการ ทลายมังกรเทา ชลบุรี

09.38 น. ตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกันตรวจค้น 5 จุด ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี 
หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก กองกำกับการ 3 กองบังคับการ ปอศ. ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มบุคคลชาวจีน ที่มีการแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์และกลุ่มจีนเทา เพื่อนำไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบบริษัท โดยมีการถือครองทรัพย์สินในนามนิติบุคคล ซึ่งนิติบุคคลเหล่านี้ให้บริการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและจัดแพ็กเกจ โดยหลังจากการจดทะเบียนเรียบร้อยแล้วจะมีการปล่อยเช่าให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาพักอาศัยในประเทศไทย โดยรับชำระค่าบริการผ่านหลายรูปแบบ เช่น สินทรัพย์ดิจิทัล (USDT), สกุลเงินต่างประเทศ หรือเงินสด

ในการดำเนินการภายใต้ปฏิบัติการ "ทลายมังกรเทาชลบุรี Operation Dragon Slayer" พบว่ามีกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนพักอาศัยอยู่ในอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกตรวจสอบ และยังพบบ้านพูลวิลล่าที่กลุ่มชาวจีนซื้อมาเพื่อปรับปรุงเป็นธุรกิจเช่าท่องเที่ยว มูลค่าบริษัทรวมอยู่ที่กว่า 20 ล้านบาท จากการตรวจสอบบริษัทที่จดทะเบียนนิติบุคคลให้กับกลุ่มชาวจีน พบว่าเบื้องต้นมีการจดทะเบียนนิติบุคคลในลักษณะดังกล่าวทั้งหมดกว่า 40 แห่งในจังหวัดชลบุรี จึงได้มีการตรวจยึดพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องและเตรียมขยายผลในการดำเนินคดีกับเครือข่ายผู้กระทำผิดต่อไป


>> รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เสียหลักพลิกคว่ำชนเสาป้ายบอกทาง มีผู้เสียชีวิต 2 รายเป็น นทท.ชาวมาเลเซีย

09.47 น. สมาคมกู้ภัยบางสะพานน้อยกุศลสงเคราะห์ ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำและมีผู้บาดเจ็บ 2 รราย บนถนนเพชรเกษม ขาล่องใต้ ช่วง กม.415 ในพื้นที่ อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ คาวาซากิ จีทีอาร์1400 สีดำ ล้มคว่ำในป่าหญ้าข้างทาง สภาพรถพังเสียหายทั้งคัน ใกล้กันพบเสาและป้ายบอกทางสภาพถูกชนจนเสาล้มป้ายพังเสียหาย ห่างออกไปพบร่างของผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นผู้ชาย และผู้หญิง สัญชาติมาเลเซีย

ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางสะพานน้อย ทางอาสาสมัครดำเนินการนำร่างผู้เสียชีวิต ชันสูตรต่อที่โรงพยาบาลบางสะพานน้อย


>> นายกฯ คิกออฟ โอนเงินหมื่น เฟส 2 กลุ่ม 60+ เติมเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจไทยกว่า 3 หมื่นล้านบาท

10.00 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดงาน (Kick Off) โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นเฟสที่ 2 ของการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จ่ายเงิน 10,000 บาท ผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนให้ผู้สูงอายุจำนวนกว่า 3,000,000 คน ส่งผลให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยเป็นจำนวนประมาณกว่า 30,000 ล้านบาท 
นายกฯ กล่าวแสดงความยินดีกับประชาชนกลุ่มเป้าหมายของโครงการฯ และหวังให้ใช้เงินจำนวนนี้เพื่อแบ่งเบาภาระและต่อยอดในการประกอบอาชีพต่อไป พร้อมรับฟังความรู้สึกจากตัวแทนกลุ่มผู้สูงอายุที่ได้รับเงิน ซึ่งต่างขอบคุณรัฐบาลที่ช่วยเหลือและไม่ทอดทิ้งกลุ่มผู้สูงอายุ โดยจะนำเงินที่ได้รับไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง และครอบครัว

ทั้งนี้ นายกฯ ระบุว่า หากมีปัญหาติดขัดในการโอนเงิน เฟส 2 รัฐบาลจะโอนซ้ำอีก 3 ครั้งในวันที่ 28 ก.พ. 28 มี.ค. และ 28 เม.ย. ปีนี้ และหากพ้นกำหนด 3 ครั้ง จะตรวจสอบจำนวนเงินที่เหลือเพื่อนำมากำหนดวิธีสำหรับผู้ไม่มีสมาร์ตโฟนต่อไป


>> ลูกน้อง ยิงหัวหน้างานดับคาห้องทำงาน ตร.เร่งสอบสวนหาปมขัดแย้ง

11.45 น. พ.ต.ท.วาณัฐพงศ์ สันติพงศธร รอง ผกก.สส.สภ.ภูเพียง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ภูเพียง ไปที่เกิดเหตุ สำนักงานที่ดินแห่งหนึ่ง ในพื้นที่จังหวัดน่าน หลังได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันเสียชีวิต

โดยพบมีผู้เสียชีวิต 1 คน ได้แก่ นายกิจจา อายุ50 ปี นายช่างสำรวจอาวุโส ผอ.กลุ่มงานช่างและแผนที่ ถูกยิงเข้าหลายจุดตามลำตัว นอนเสียชีวิต จมกองเลือดอยู่กลางห้องทำงาน และใกล้กันพบนายนฤเบศร์ อายุ46 ปี นายช่างสำรวจชำนาญงาน นอนจมกองเลือด หายใจรัวริน ข้างตัวมีปืน 9 มม ตกอยู่ และปลอกกระสุน 9 มม อีก 5 ปลอก เจ้าเร่งช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลน่าน

อย่างไรก็ตามขณะนี้กำลังรอทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยจากการสอบถามเบื้องต้น คาดว่ามีปมขัดแย้งจากการเรื่องงาน มีการทะเลาะ มีปากเสียงกันบ่อยครั้งจนก่อเหตุลงมือยิงในครั้งนี้ โดยเจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง


>> ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ติดตามสถานการณ์ฝุ่นวันเริ่มสัปดาห์ ลมแรงพัด PM2.5 เบาลงตามคาดการณ์ โรงเรียนสังกัด กทม. เปิดเรียนตามปกติ

12.26 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ในวันเช้าวันจันทร์เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ ณ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร สำนักสิ่งแวดล้อม เขตดินแดง

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า เช้านี้ลมพัดแรง ไม่มีหมอกเหมือนเมื่อวาน สาเหตุจากลมเปลี่ยนทิศ เป็นลมจากทิศตะวันออก ตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นลมแห้งที่ไม่ได้เอาไอน้ำเข้ามาแต่พาฝุ่นมาด้วย แต่ด้วยความแรงของลมก็พาฝุ่นที่สะสมใน กทม. ออกไปด้วยเช่นกัน ทำให้สถานการณ์ฝุ่นใน กทม. ดีขึ้น ไม่มีสีแดง เป็นสีเหลืองและส้ม ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าตั้งแต่สัปดาห์ก่อน สำหรับ โรงเรียนสังกัด กทม. เปิดเรียนทั้งหมด 437 โรงเรียน แต่ยังคงเฝ้าระวังตลอด โดยแนวโน้มสถานการณ์ฝุ่นจากนี้ ด้านการระบายอากาศ 2 วันนี้ยังคงดีอยู่ แต่จะแย่อีกครั้ง 29 -30 ม.ค. 68 ด้านจุดเผา ประเทศเพื่อนบ้านฝั่งตะวันออกยังคงมีการเผาเยอะอยู่ ต้องเฝ้าระวังหากทิศทางลมพัดฝุ่นมาทาง กทม.

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวต่อว่า หากประชาชนต้องการตรวจสอบคุณภาพอากาศด้วยด้วยผ่านทางแอปพลิเคชัน Air BKK หน้าหลักจะแสดงค่าเฉลี่ยของฝุ่น PM2.5 แต่หากจะดูค่าฝุ่นรายชั่วโมงก็สามารถเปิดดูได้ เหตุผลที่แสดงค่าเฉลี่ย 24 ชม. เป็นหลัก เพราะค่าฝุ่นจะเหวี่ยงขึ้นลงไม่นิ่ง การใช้ค่าเฉลี่ยนจะกำหนดมาตรฐานในการรายงานได้ดีกว่า


>> ไฟไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยรามอินทรา 14 เพลิงลุกลามเสียหาย 6 หลังคาเรือน

13.14 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธาณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ซอยรามอินทรา 14 แยก 14 ถนนรามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในบ้าน เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง 4 หลังคาเรือน ลุกลามบ้านข้างเคียงเสียหายบางส่วน 2 หลังคาเรือน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 200 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากเพลิงลุกไหม้บ้านต้นเพลิงเสียหายหมดทั้งหลัง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางเขน


>> แจ้ง 2 ข้อหาดาบตำรวจบุกเข้าไปทำร้ายภรรยา ทำลายทรัพย์สิน อบต.นาฝาย จ.ชัยภูมิ

14.25 น. พ.ต.ท.ธนะสิทธิ์ อุดมพรวรชัย รอง ผกก.สภ.เมืองชัยภูมิ รับแจ้งจากทางศูนย์วืทยุ 191 สถานีตำรวจภูธรเมืองชัยภูมิ ว่ามีตำรวจบุกเข้าไปในห้องกองคลัง อบต.นาฝาย ตำบลนาฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ เข้าไปทำร้ายร่างกายภรรยาก่อนที่จะทำลายข้าวของแตกกระจาย ก่อนที่จะล๊อคภรรยาขึ้นไปชั้น 2 จึงประสานชุดปราบปราม และ หน่วยกู้ภัยสว่างคุณธรรมชัยภูมิ

จนท.จึงใช้อุปกรณ์ไม้ง้ามและเข้าไปเกลี่ยกล่อม ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จนท.สามารถเข้าชาจตัวใว้ได้ เบื้องต้นทราบชื่อผู้ก่อเหตุชื่อ ด.ต.ปอ (นามสมมุติ) อายุ 51 ปี ได้รับบาดเจ็บทั่วร่างกายเนื่องจากถูกเศษกระจกบาด ส่วนภรรยาชื่อนางนอ (นามสมมุติ) อายุ 51 ปี เป็นผู้อำนวยการกองคลัง อบต.นาฝาย ได้รับบาดเจ็บใบหน้าปูดบวม จนท.จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลชัยภูมิ

จากการสอบถามเพื่อนร่วมงานเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ก่อเหตุได้ขับรถกระบะโตโยต้า สีขาว ได้ขับเข้ามาบริเวณหน้า อบต.ก่อนที่จะลงจากรถมา และ เดินเข้ามาใน อบต.ก่อนที่จะถีบกระจกหน้าห้องภรรยา หรือ ห้อง ผอ.คลังจนแตกกระจายเข้าไปทำร้ายภรรยา ก่อนที่จะลากออกจากห้องมาทำร้ายต่อบริเวณหน้าห้อง ทำให้เพื่อนร่วมงานวิ่งหนีแตกกระเจิง หลังจากนั้นภรรยาได้ฉวยโอกาสวิ่งขึ้นไปชั้น 2 ของตัวอาคาร ทางผู้ก่อเหตุได้ตามขึ้นไปและทำร้ายภรรยาอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เพื่อนร่วมงานอยู่ที่ชั้น 2 ต้องปีนห้องหลบลงมา ก่อนที่จะแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือ

หลังจากที่ควบคุมสถานการณ์ได้แล้วทางฝ่ายกฏหมายเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.ธนะสิทธิ์ อุดมพรวรชัย รอง ผกก.สภ.เมืองชัยภูมิ เพื่อเอาผิดกับด.ต.ปอ ในข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการ และ ทำลายทรัพย์สินจนทำให้เสียทรัพย์ หากออกจากโรงพยาบาลชัยภูมิแล้วขอให้ดำเนินคดีตามกฏหมาย ส่วนทางผู้บังคับบัญชาอยู่ระหว่างตรวจสอบเหตุการณ์และจำดำเนินคดีพร้อมตั้งกรรมการสอบทางวินัยต่อไป


>> อุบัติเหตุรถกระบะ 2 คันชนกัน มีผู้บาดเจ็บหลายราย จ.กาญจนบุรี

15.54 น. ศูนย์วิทยุมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ ได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุ รถกระบะ 2 คันชนกันและมีผู้บาดเจ็บหลายราย บริเวณถนนแสงชูโต ฝั่งขาเข้าเมือง ใกล้เคียงทางเข้าเมืองมัลลิกา ในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีเทา ป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้ายุบพังเสียหาย และห่างออกไป พบรถกระบะ โตโยต้า สีทอง ป้ายทะเบียน ระยอง สภาพรอบคันพังเสียหาย ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 ราย โดยเป็นชาย 1, หญิง 2 และ เด็กชาย 2 ราย ทางอาสาสมัครให้การช่วยเหลือ และเคลื่อนย้ายนำส่งโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหญ้า


>> เพลิงไหม้รถยนต์ ซอยพหลโยธิน 54/1 เสียหายทั้งคัน

15.59 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธาณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ซอยพหลโยธิน 54/1 ถนนพหลโยธิน แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนิดเก๋ง ยี่ห้อมาสด้า รุ่น 3 สีดำ หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไม่ทราบสาเหตุเนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางเขน


>> ทหารพรานใช้อาวุธปืนยิง สิบตำรวจโท เสียชีวิต เหตุเกิดในพื้นที่ อ.เมืองปัตตานี

19.10 น. สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุใช้อาวุธปืนภายในบ้านหลังหนึ่ง ถนนยะรัง ซอย 3 หมู่ 8 ตำบลตะลุโบะ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อสิบตำรวจโท อับดุลกอและ เป็น จนท.ตร.สภ.ยะรัง ส่วนผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อ นายรุสกวัน รับแจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทหารพรานยังไม่ทราบสังกัด

ทางเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวผู้ก่อเหตุ ส่งพนักงานสอบสวน และอยู่ในระหว่างประสานกับหน่วยงานพิสูจน์หลักฐานเพื่อเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ


>> ผู้ว่าฯ อุตรดิตถ์ รุดที่เกิดเหตุ ไฟไหม้บ่อขยะสั่งสกัดเพลิงเร่งด่วน หวั่นลุกลามบ้านเรือนประชาชน

21.00 น. นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยนายพชรเสฎฐ์ บุญศิริสาริศา รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ และนางสาวนิรชา บัณฑิตย์ชาติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง รุดลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์

เหตุเพลิงไหม้บ่อขยะ (ขนาด 13 ไร่) ของ เทศบาลตำบลป่าเซ่า ม.7 ต.ป่าเซ่า อ.เมืองอุตรดิตถ์ จ.อุตรดิตถ์ สาเหตุชาวบ้านในพื้นที่อ้างว่าเกิดจากไฟไหม้ไร่อ้อยบริเวณใกล้เคียง ทำให้เกิดเพลิงไหม้ลุกลามมาจนถึงบ่อขยะดังกล่าว

โดยจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น อำเภอเมืองอุตรดิตถ์, ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด, สาธารณสุขจังหวัด, ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เข้าระงับเหตุ โดยในเบื้องต้น ทต.ป่าเซ่า ได้ประสาน อปท. ข้างเคียง นำรถดับเพลิง จำนวน 9 คัน เข้าพื้นที่เพื่อระงับเหตุ และได้ให้ผู้ใหญ่บ้าน ม.7 ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ เพื่อสืบสวนหาตัวคนทำผิดด้วยแล้ว

ทั้งนี้ มีหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงพื้นที่เกิดเหตุ จำนวน 1 หมู่บ้าน ระยะห่างประมาณ 1.5 กิโลเมตร ทางเจ้าหน้าที่จึงเร่งระดมน้ำเพื่อดับไฟ


>> รถนั่งส่วนบุคคลเฉี่ยวชนคนข้ามถนน บาดเจ็บอาการสาหัส อาสากู้ชีพ - กู้ภัยเร่งปั๊มหัวใจแต่ไม่เป็นผล

23.30 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถนั่งส่วนบุคคล ชนคนข้ามถนน และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส บนถนนพหลโยธิน ฝั่งขาออก บริเวณใต้สถานีบีทีเอสพลหโยธิน 24 ในพื้นที่ เขตจตุจักร กทม.

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล นิสสัน สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนคนข้ามถนน ใกล้กันที่เลนขวา พบร่างของผู้บาดเจ็บชาย 1 รายมีอาการสาหัสและหมดสติ ทางอาสากู้ชีพ - กู้ภัยเร่งช่วยเหลือด้วยการปั๊มหัวใจแต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร ทราบชื่อ นายสมพร อายุ 58 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน


>> รถกระบะชนกับรถเทรเลอร์กลางถนนกาญจนาภิเษก ฝั่งตะวันตก มีผู้เสียชีวิต 2 รายร่างติดค้างในซากรถ

02.00 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถบรรทุก และมีผู้เสียชีวิต ถนนกาญจนาภิเษก ฝั่งตะวันตก มุ่งหน้าบางบัวทอง ใกล้เคียงด่านชั่งน้ำหนัก ลาดหลุมแก้ว ในพื้นที่ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุ พบเทรลเลอร์ ฮีโน่ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ห่างออกไปพบรถกระบะ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะพุ่งลงข้างทาง สภาพหน้ารถพังเสียหายยับ ตรวจสอบภายในยานพาหนะ พบร่างของผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชายไทย อายุประมาณ 49 และ 54 ปีปี ติดค้างภายในตัวรถ อาสาสมัครต้องใช้เครื่องมือตัดถ่าง ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ลาดหลุมแก้ว  

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม