หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 21 มกราคม 2568

วันที่ 22 มกราคม 2568 เวลา 05:44 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 21 มกราคม 2568


>> ตามจับกุม นักโทษชายแหกคุกห้วยกลั้ง จ.ชุมพร อ้างคิดถึงบ้าน จะขึ้นรถไฟไปหาปู่ แต่มาโดนจับได้ก่อน

06.30 น. จากกรณี นช.เชาวพัตร์อายุ 31 ปี นักโทษคดีค้ายาเสพติด แหกคุก "เรือนจำห้วยกลั้ง" จ.ชุมพร ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 20 ม.ค. 68 ที่ผ่านมา

ความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.ฉลาด พลนาการ ผกก.สภ.หลังสวน ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบบุคคลดังกล่าวลักษณะคล้ายกับผู้ต้องขังที่หลบหนีออกจากเรือนจำชั่วคราวห้วยกลั้ง นั่งอยู่บนชานชาลาสถานีรถไฟบ้านควนหินมุ้ย ม.9 ต.นาขา อ.หลังสวน จ.ชุมพร จึงได้ประสานกับทางการรถไฟให้หยุดการชั่วคราว พร้อมสั่งการให้นำกำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบพร้อมกับ เจ้าพนักงานเรือนจำอำเภอหลังสวน นำโดย นายสมชบ แก้วภราดัย ผบ.เรือนจำอำเภอหลังสวน

เมื่อไปถึงสถานีรถไฟควนหินมุ้ย ซึ่งห่างจากเรือนจำชั่วคราวห้วยกลั้ง ประมาณ 2 กม. เจ้าหน้าที่ไม่พบ นายเชาวพัตร์ นักโทษที่หลบหนีแต่อย่างใด จึงได้กระจายตรวจค้นโดยรอบสถานีรถไฟ พร้อมกับขึ้นไปตรวจสอบบนตู้โดยสาร จนพบตัวนายเชาวพัตร์ เอี่ยมประเสริฐ นั่งอยู่บนตู้โดยสารรถไฟขบวนหลังสวน-ธนบุรี เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม และควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.หลังสวน


>> นายกรัฐมนตรี หารือประธานผู้บริหาร DP World พร้อมร่วมพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมอ่าวไทย-อันดามัน

09.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นเมืองดาวอส) ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พบหารือกับ สุลต่าน อะห์เหม็ด บิน สุลาเย็ม ประธานกลุ่มบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท DP World (UAE)

นายกฯ ยินดีที่ได้พบกับประธานกลุ่มบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท DP World (UAE) ระหว่างการประชุม WEF และยินดีที่บริษัท DP World เล็งเห็นศักยภาพของประเทศไทยมีความพร้อมในการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง พร้อมทั้งดำเนินโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ อาทิ โครงการ Land Bridge (แลนด์บริดจ์), โครงการรถไฟทางคู่ เป็นต้น เพื่อผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค

ประธานกลุ่มบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DP World พร้อมสนับสนุนไทยในการพัฒนาสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่อง (ICD) ลาดกระบัง ให้เป็น ศูนย์โลจิสติกส์ระดับภูมิภาคแบบหลายรูปแบบ สำหรับการค้าข้ามพรมแดน ผ่านการเชื่อมโยงเครือข่ายทางรถไฟ พัฒนาโครงการท่าเทียบเรือชุด B ณ ท่าเรือแหลมฉบัง รองรับการขนส่งและโลจิสติกส์ทั้งระดับประเทศและระดับโลก

อีกทั้ง จะเดินหน้าศึกษาการลงทุนโครงการ Land Bridge เพื่อสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาคอาเซียนและเชื่อมโยงไปมหาสมุทรอินเดียและกลุ่มประเทศ BIMSTEC


>> สุนัขพิตบูล ขย้ำพระเลขาเจ้าอาวาส วัดดังนนทบุรี มรณภาพคากุฎิ

09.04 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี รับแจ้งมีเหตุสุนัขพันธุ์พิตบูล กัดพระมรณภาพภายในกุฎิพระ วัดแห่งหนึ่ง ต.ไทรม้า อ.เมืองนนทบุรี เมื่อเวลา 01.00 น.ที่ผ่านมา

ที่เกิดเหตุกุฎิพระชั้นเดียว ภายในห้องพบร่างของ พระบรรณดิษ อายุ 46 ปี สภาพศพนอนคว่ำหน้า จมกองเลือด มีบาดแผลถูกสุนัขกัดข้อมือขาดหายไม่พบชิ้นส่วน และกระโหลกศีรษะด้านขวาถูกกัดแทะจนถึงกระโหลก เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 วัน

นายอู๋ อายุ 28 ปี ลูกศิษย์วัด กล่าวว่า ช่วงประมาณ 5 ทุ่ม ถึงเที่ยงคืน ตนเดินมาหาหลวงพี่ที่กุฎิเพื่อจะดูว่าหายไปไหน เพราะไม่เห็นตั้งแต่วันเสาร์ แต่ไฟในห้องยังเปิดอยู่รถยนต์ของหลวงพี่ก็จอดอยู่หน้ากุฎิ จึงเคาะประตูห้องเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบ ตนได้เอามือล่วงผ่านช่องบานเกร็ด เพื่อเปิดประตูห้อง พอเปิดออกพบว่าสุนัข พันธุ์พิตบูล ที่หลวงพี่เลี้ยงไว้วิ่งสวนออกมา ตนเดินเข้าไปดูด้านในเห็นหลวงพี่นอนเสียชีวิตจมกองเลือด จึงได้รีบไปบอกเจ้าอาวาสและโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบ

นายอู๋ กล่าวว่า หลวงพี่บรรดิษ มีตำแหน่งเป็นพระเลขาเจ้าอาวาส ส่วนสุนัขชื่อว่า จอร์ด อายุ 1 ปี กว่า หลวงพี่ไปขอมาเลี้ยงตั้งแต่เป็นลูกสุนัข โดยจะเลี้ยงอยู่ด้วยกันภายในกุฎิ ตนไม่ทราบสาเหตุที่ถูกกัด แต่หลวงพี่เคยถูก จอร์ด กัดมาหลายครั้งแล้วเพราะมันหวงของ ขนาดหลวงพี่ส่งสิ่งของให้ตน มันยังกระโดดกัดเลย หลังจากนี้ก็ยังไม่รู้ว่าใครจะเลี้ยงสุนัข เพราะทางวัดคงไม่กล้าเลี้ยงไว้

หลังสอบสวนแล้วตำรวจได้ส่งศพไปผ่าชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง


>> จนท. ช่วยเหลือชาวต่างด้าว 49 ชีวิต ถูกทิ้งที่ชายหาดท่าฉัตรไชย จ.ภูเก็ต ก่อนผลักดันกลับประเทศ

10.00 น. นายศิวัชฐ์ ระวังกุล นายอำเภอถลาง จ.ภูเก็ต ได้รับการประสานงานจาก นายวิวัฒน์ จินดาพล คณะทำงาน รมช.กระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าฉัตรไชย ว่าพบกลุ่มชาวต่างด้าว จำนวน 49 คน เดินอยู่บริเวณชายหาดไม้ขาว หน้าวัดท่าฉัตรไชย ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองอำเภอถลาง ได้ช่วยพามายังด่านตรวจภูเก็ต ต.ไม้ขาว อ.ถลาง โดยทุกคนอยู่ในอาการอ่อนล้าและอิดโรย เจ้าหน้าที่จึงได้จัดหาอาหาร น้ำ และยาตามหลักมนุษยธรรม

จากการสอบถามเบื้องต้น (ผ่านล่าม) ทราบว่า กลุ่มชาวต่างด้าวดังกล่าว ได้เดินทางมาจากประเทศบังกลาเทศกับเรือจำนวน 75 คน โดยมีเป้าหมายไปประเทศที่ 3 แต่ระหว่างทางได้ถูกทำร้ายและมีคนเสียชีวิตไปบางส่วน ก่อนคนพามาได้นำมาปล่อยไว้บริเวณชายหาดท่าฉัตรไชย ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จนกระทั่งมีชาวบ้านไปพบ และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองนำตัวมาที่ด่านตรวจภูเก็ตเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


>> รถขนยาเสพติด เมียหนีไม่ทันโดนรวบ พบของกลางยาเค 30 กก. เฮโรอีนอีก 7.5 กก.

10.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนครบาล 6 ร่วมจับกุม นางปา (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี พร้อมของกลาง เคตามีน หนักประมาณ 30 กิโลกรัม เฮโรอีน หนักทั้งหมดประมาณ 7.5 กิโลกรัม รถยนต์ เอ็มจี สีขาว ทะเบียน กทม. จับกุมได้บริเวณทางออกเคหะดินแดง ถนนจตุรทิศ แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม. เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 68 ที่ผ่านมา

สืบเนื่อง ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนและเฝ้าติดตามกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ซึ่งสืบทราบมาว่าได้ขนลำเลียงยาเสพติดมา โดยใช้รถยนต์เอ็มจี สีขาว ทะเบียน กทม. เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงสะกดรอยติดตาม มาจนถึงบริเวณที่จับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวและขอทำการตรวจค้น แต่ปรากฏว่าผู้ขับขี่รถคันดังกล่าว พยายามหลบหนีและขับรถเฉี่ยวชนรถของประชาชนในบริเวณจุดจับกุม 3 คัน และวิ่งหลบหนีไปได้ ทราบชื่อ นายพง (นามสมมุติ) สามี โดยทิ้งภรรยาคือ น.ส.ปา ที่นั่งโดยสารมาด้วย กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นพบของกลาง อยู่ในรถยนต์คันดังกล่าว จึงทำการจับกุม และขยายผลจับกุมสามีที่หลบหนี 
เบื้องต้น แจ้งข้อหา "ร่วมจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ และร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท2 (คีตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ" ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> อุบัติเหตุรถชนกัน คู่กรณีมีปากเสียงกัน ก่อนจะไล่ขับรถชนจนมีผู้เสียชีวิต

11.50 น. สน.ลุมพินี ได้รับแจ้งรถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณถนนสุขุวิท ระหว่างซอยสุขุมวิท 8 - 10 ในพื้นที่ แขวงและเขตคลองเตย กทม.

ที่เกิดเหตุ ถนนสุขุมวิทฝั่งขาเข้า บนฟุตบาทพบร่างของ นายฤทธิศักดิ์ อายุ 48 ปี คนขี่รถจยย.ถูกรถชนจนขาแข้งหักผิดรูป อาการบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่แพทย์ศูนย์ส่งกลับฯ รพ.ตำรวจ นำรถฉุกเฉินมาช่วยเหลือปฐมพยาบาลปั๊มหัวใจ ผู้บาดเจ็บเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

จากการสอบสวนพยานทราบว่า ผู้เสียชีวิต ขับขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ถูกคู่กรณีรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า อัลติส สีครีม ทะเบียน กรุงเทพมหานคร เฉี่ยวชนแล้วขับหลบหนี ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะติดตามและสกัดจับรถยนต์และคนขับได้ที่บริเวณแยกนานา

เบื้องต้น ทราบว่า ก่อนหน้านี้ทั้ง 2 ฝ่าย ได้ขับรถเฉี่ยวชนกันมาก่อน หลังเกิดเหตุได้ลงมาพูดคุยกันจนมีปากเสียงกัน นายฤทธิศักดิ์ ได้ถ่ายรูปหรือวิดีโอทะเบียนรถยนต์คู่กรณี พร้อมเดินไปตบกระจกรถยนต์ ส่วนผู้ขับขี่รถยนต์เป็นชายได้ถีบรถจยย.จนล้มลง จากนั้นนายฤทธิศักดิ์ขี่จยย.หนีออกไป คนขับรถยนต์ขับติดตามไป เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้ขับชนรถจยย.ล้มลง เป็นเหตุให้นายฤทธิศักดิ์บาดเจ็บสาหัสก่อนเสียชีวิต ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวคนขับรถนั่งส่วนบุคคลไปสอบปากคำที่ สน.ลุมพินี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย


>> ยึดอาวุธปืน พร้อมยาบ้ากว่า 6 หมื่นเม็ด เจ้าของยาไหวตัวทัน หลบหนี

12.01 น. ฝ่ายสืบสวน สภ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในชุด ชปส.ภจว.พัทลุง ร่วมกันวางแผนเข้าตรวจค้นคอกเลี้ยงวัวแห่งหนึ่ง บ้านควนแบก หมู่ที่ 9 ต.เกาะเต่า อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง

หลังสืบทราบว่า ที่จุดดังกล่าวเป็นแหล่งมั่วสุม จำหน่ายและเสพยาเสพติด ทั้งยังมีอาวุธปืนด้วย โดยขณะเจ้าหน้าที่เข้าไปยังจุดดังกล่าว ไม่พบเจ้าของคอก จึงตรวจสอบรอบบริเวณ พบตรงริมทางเข้าห่างจากคอกเลี้ยงวัว ประมาณ 20 เมตร เห็นถังพลาสติกทรงกลมสีขาววางแอบอยู่ในพงหญ้า จึงเปิดดู พบยาบ้า จำนวน 61,200 เม็ด ,อาวุธปืนพกสั้น รวม 2 กระบอก,กระสุนปืน จำนวน 51 นัด นอกจากนั้นยังมีซิมโทรศัพท์ หมายเลขต่าง ๆ อีกจำนวน 4 ซิม, บิลใบเสร็จซื้อสินค้า , สมุดบัญชีเงินฝาก จำนวน 1 เล่ม

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ ป่าพะยอม จังหวัดพัทลุงรวบรวมหลักฐานทั้งวัตถุพยานและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป


>> รถ จยย. ชนกับรถบรรทุกที่กำลังเลี้ยวกลับรถ กลางถนนไทรน้อย - ต้นเชือก มีผู้บาดเจ็บสาหัส ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

13.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไทรน้อย ตรวจสอบอุบัติเหตุ รถบรรทุก 6 ล้อชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส บนถนนไทรน้อย - ต้นเชือก ใกล้เคียงทางเข้าวัดเสนีย์วงศ์ ในพื้นที่ ต.หนองเพรางาย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ชีพและกู้ภัยกำลังเร่งยื้อชีวิตชาย 1 ราย อายุประมาณ 35-40 ปี ด้วยการปั๊มหัวใจ หลังจากชายคนดังกล่าวขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น คลิก สีขาว ทะเบียน กทม ชนกับรถบรรทุก 6 ล้อยี่ห้อ อีซูซุ ทะเบียน มหาสารคาม ทางเจ้าหน้าที่ปั๊มหัวใจนานกว่า 30 นาทีไม่เป็นผลชายคนดังกล่าวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า เบื้องต้นได้ทำการบันทึกภาพที่เกิดเหตุพร้อมกับสอบปากคำคนขับรถบรรทุกไว้ รวมถึงเก็บภาพจากกล้องวงจรปิดไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งจะต้องทำการสอบปากคำคนขับรถบรรทุกเพิ่มเติม ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหา ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบไปทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรต่อไป


>> ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์ "ไม่รับคำร้อง" ปมกล่าวหา กกต.ชงยุบก้าวไกล

17.28 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา กรณี นายธรณิศ มั่นศรี (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) (ผู้ถูกร้องที่ 1) ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย เพื่อมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล และเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ผู้ถูกร้องที่ 2) ไม่พิจารณาตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า ด้วยการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง พ.ศ.2566 เป็นกรณีที่ผู้ถูกร้องทั้งสองไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และเป็นการยกเว้นรัฐธรรมนูญ มาตรา 53 ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องตามรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา โดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้อง และเอกสารประกอบคำร้อง ไม่ปรากฏว่า ผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพและได้รับความเดือดร้อน หรือเสียหายจากการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ โดยตรงจากการกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสองอย่างไร เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นของผู้ร้องที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจของผู้ถูกร้องทั้งสองในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 เท่านั้น

กรณีไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย


>> หนุ่มใหญ่วัย 59 ปีขับรถเก๋ง เสียหลักอัดเข้าเสาไฟฟ้า ริมถนนเพชรเกษม เสียชีวิตในซากรถ

18.01 น. รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ชะอำ มีอุบัติเหตุรถนั่งส่วนบุคคลเสียหลักชนเสาไฟฟ้า และมีผู้บาดเจ็บติดอยู่ในยานพาหนะ ริมถนนเพชรเกษม ฝั่งขาเข้ากรุงทพฯ ช่วงหลัก กม.ที่ 179 ในพื้นที่ ต.ดอนขุนห้วย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จึงประสานแพทย์รพ.ชะอำ

ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. สภาพชนติดอยู่กับเสาไฟฟ้าแรงสูง ตัวรถหัก 2 ท่อนพังเสียหายยับเยินไปทั้งคัน ภายในซากพบร่างของคนขับ ถูกอัดติดกัลพวงมาลัย อาสาทีมกู้ภัย ใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่างเข้างัดซากรถนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากยานพาหนะ และตรวจสอบเอกสาร ทราบชื่อต่อมา คือ นายธนกร อายุ 59 ปี

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมด้วยแพทย์เวรร่วมตรวจสอบเบื้องต้น ก่อนมอบให้อาสาสมัครนำร่างส่ง รพ.ชะอำ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุต่อไป


>> พนักงานขับรถเก็บขยะ จอดล้างริมคลอง ก่อนรถไหลทับร่างเสียชีวิต

20.00 น. สภ.อุทัย ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุก 6 ล้อ ไหลทับ คนเสียชีวิต 1 ราย บริเวณข้างโดมอเนกประสงค์ หมู่ที่ 7 ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา

ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก 6 ล้อสีขาว เป็นรถเก็บขยะ ของ อบต.คานหาม จมอยู่ในคลองครึ่งคัน ที่ล้อหน้าด้านขวา พบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อ นายมานพ (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี เป็นพนักงานขับรถขยะคันดังกล่าว สภาพร่างถูกล้อทับร่างหัวปักจมไปในน้ำ เจ้าหน้าที่ประสานรถยกดึงรถขยะขึ้นมา เพื่อนำร่างขึ้นจากน้ำเพื่อตรวจสอบรายละเอียด จากการตรวจสอบเกียร์ของรถเก็บขยะเป็นเกียร์ว่าง

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบบริเวณที่เหตุ สอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์ และตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้กับที่เกิดเหตุ พบว่ากล้องบันทึกภาพ ก่อนที่รถไหลงลงไปในคลอง เห็นไฟหน้ารถเปิดอยู่ จากนั้นรถขยะเริ่มไหลถอยหลัง ตกลงไปในคลอง และมีชาวบ้านร้องตะโกนวิ่งเข้าไปช่วยเหลือแต่ไม่ทัน ก่อนจะให้ทางเจ้าหน้าที่สมาคมอยุธยารวมใจหน่วยกู้ภัยอยุธยานำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรสถาบันนิติวิทยาศาสตร์จังหวัดปทุมธานีต่อไป


>> นครบาล 1 สั่งดำเนินการขั้นเด็ดขาด แจ้ง 2 ข้อหาหนัก เก๋งขับรถชนไรเดอร์เสียชีวิต

20.42 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี รับแจ้งเหตุรถเก๋งไล่ชนคนขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิต ถนนสุขุมวิท บริเวณปากซอยสุขุทมวิท 10 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. จึงไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลจุฬาฯ และอาสาฯ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนั้น

พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. เปิดเผยว่า พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้ตรวจสอบพบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีว่ามีอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนกันบริเวณดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตคู่กรณีขับรถหลบหนี จึงได้ไปตรวจสอบ

ผู้เห็นเหตุการณ์ว่า คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย ชายอายุ 48 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ และชายอายุ 30 ปี ขับขี่รถยนต์ได้ขับรถเฉี่ยวชนกันมาก่อนหน้านี้ หลังเกิดเหตุเฉี่ยวชนได้ลงมาพูดคุยกันจนมีปากเสียงกัน โดยผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้ถ่ายรูปหรือวิดีโอทะเบียนรถยนต์และเดินไปตบกระจกรถยนต์ ส่วนผู้ขับขี่รถยนต์ถีบรถจักรยานยนต์จนล้ม ต่อมาผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีออกมาผู้ขับรถยนต์จึงได้ขับรถตามและเมื่อมาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุ ได้ขับขี่รถยนต์เข้าชนรถจักรยานยนต์จนล้ม จนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิตก่อนหลบหนีไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี ได้ติดตามจับกุมตัวได้บริเวณแยกนานา (สุขุมวิทซอย 4) ก่อนนำตัวมาสอบปากคำและดำเนินคดีเบื้องต้นแจ้ง 2 ข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” และ “ขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย หรือความเดือดร้อนของผู้อื่น”

อย่างไรก็ตาม ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลโดย พล.ต.ท.สยาม ได้กำชับสั่งการให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุดกับผู้ที่กระทำความผิด เบื้องต้นได้ตรวจหาแอลกอฮอล์และสารเสพติดในร่างกายแล้วไม่พบแต่อย่างใด ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการสอบปากคำประจักษ์ พยาน 2 ปาก สอบปากคำแม่ผู้เสียชีวิต 1 ปาก พร้อมยึดรถคันก่อเหตุไว้เป็นของกลางในคดีแล้ว มีรวบรวมพยานหลักฐานกล้องวงจรปิด CCTV บริเวณที่เกิดเหตุทั้งหมดอย่างรอบคอบและรัดกุมเพื่อดำเนินคดีต่อไป 


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอยเลียบวารี 23

22.39 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารรภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ หมู่ 3 ซอยเลียบวารี 23 ถนนเลียบวารี แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย เพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 25 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ ไม่ทราบสาเหตุเนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 ราย เป็นเพศหญิง อายุ 50 ปี มีอาการบาดเจ็บบริเวณใบหน้า อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลเวชการุณย์รัศมิ์ พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหนองจอก


>> ไฟไหม้ภายในชุมชนตึกแดง - บางซื่อ ลุกลามศาลาไม้เสียหายวอดทั้งหลัง

01.58 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ชุมชนตึกแดง บางซื่อ ถนนริมทางรถไฟสายบางซื่อ แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านครึ่งตึกครึ่งไม้ชั้นเดียว ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ศาลาไม้ ( อยู่นอกบ้าน ) เพลิงลุกไหม้ศาลาไม้เสียหายทั้งหมด ลุกลามประตู หน้าต่าง ฝ้าเพดานและหลังคาบ้าน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 30 ตารางเมตร อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ทำการระบายความร้อน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่สายไฟ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางโพ


>> รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ มีผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย

02.30 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุ ถนนบางม่วง - บางคูลัด ใกล้เคียงทางเข้าวัดบางม่วง ในพื้นที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน 194 กทม. ลักษณะพลิกคว่ำ และพบว่ามีผู้เสียชีวิต เป็นผู้หญิง 1 คน อายุประมาณ 25 - 30 ปี สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่  


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

02.57 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.6 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 143 กม. ยังไม่มีรายงานกระทบต่อประเทศไทย


>> รถนั่งส่วนบุคคลชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต 2 รายกลางถนนเสนานิคม 1

04.55 น. รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ ถนนเสนานิคม 1 ปากซอย 28 รถนั่งส่วนบุคคล ชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย เลนขวา ทีมงานประสานมูลนิธิร่วมกตัญญู

ม.ร่วมกตัญญู คืบหน้าที่เกิดเหตุ รถนั่งส่วนบุคคล เบนซ์ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ชนกับรถจักรยานยนต์ สีแดง ป้ายทะเบียน กทม. ห่างออกไปกลางถนน พบร่างของผู้บาดเจ็บ 2 รายมีอาการสาหัสและหมดสติ ทางอาสาสมัครตรวจสอบแล้ว พบว่าได้เสียชีวิตในเวลาต่อมาด้วยกันทั้งคู่ รายละเอียดอยู่ระหว่างตรวจสอบ พื้นที่ สน.พหลโยธิน  

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม