วันที่ 18 ธันวาคม 2567 เวลา 16:27 น.
ตำรวจไซเบอร์ รวบคู่หูมือแฮกเพจดังภาคใต้ ยึดได้ขายต่อ พร้อมขู่แบล็กเมล เตือนประชาชนระวังภัย
วันนี้ (18ธ.ค.67) เวลา 14.30 น. พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 และ พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สอท.5 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าว “รวบคู่หูมือแฮกเพจดังภาคใต้ ยึดได้ขายต่อ พร้อมขู่แบล็กเมล เตือนประชาชนระวังภัย”
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.67 ได้มีผู้เสียหายอายุ 52 ปี มีอาชีพเสริมเป็นเจ้าของค่ายเพลง และเป็นเจ้าของบัญชีแฟนเพจต่างๆ ที่ใช้ในการโปรโมตศิลปินและผลงานเพลงในค่าย โดยได้ทำงานสร้างเนื้อหามากว่า 7 ปี แจ้งกับตำรวจไซเบอร์ว่า ได้รับการติดต่อในกล่องข้อความ(แชท)จากบัญชีซึ่งเป็นบัญชีอวตารและได้แอบอ้างว่า บัญชีเพจต่างๆ ของผู้เสียหายมีการถูกนำไปขายในแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมกับส่งภาพที่แคปหน้าจอมาให้ดู ผู้เสียหายจึงเข้าใจว่า เพจของตนเองโดนแฮก ต่อมาคนร้ายจึงได้อาสาแนะนำการตั้งค่าบัญชีแฟนเพจให้ปลอดภัย ให้ผู้เสียหายทำตามขั้นตอนที่แนะนำ ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวที่คนร้ายให้ทำนั้น เป็นการตั้งค่าให้สิทธิ์คนร้ายเข้าถึงและควบคุมเพจของผู้เสียหายได้โดยไม่รู้ตัว และระหว่างการปรับตั้งค่าเพจ คนร้ายได้วิดีโอคอลตลอดเวลาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ โดยคนร้ายใช้เป็นกล้องหลังเพื่อปิดบังใบหน้า แต่คนร้ายเผลอเปิดกล้องหน้าประมาณ 1 ครั้ง ทำให้ผู้เสียหายจดจำรูปพรรณสัณฐานได้ ภายหลังผู้เสียหายเพิ่งพบว่าตนเองไม่สามารถเข้าถึงเพจของตนเองได้ จึงได้ลองติดต่อคนร้ายเพื่อขอเพจคืน กลุ่มคนร้ายแจ้งว่ายินยอมคืนเพจให้แต่ได้เรียกร้องเงินจำนวนหนึ่งเพื่อแลกกับการคืนเพจดังกล่าว ผู้เสียหายจึงโอนเงินไปให้ส่วนหนึ่ง และเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.สิชล ในเวลาต่อมา
กระทั่ง ตำรวจไซเบอร์พบข้อมูลว่า เพจของผู้เสียหายได้ถูกเปลี่ยนชื่อและถูกนำไปใช้ลงโฆษณาแปะลิงก์เว็บพนันออนไลน์ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออำนาจศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการ2 ราย คือ นายกอ(นามสมมุติ) อายุ 22 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ จ.653/2567 ลง 14 ธ.ค.67 โดยควบคุมตัวได้ที่บ้านพักใน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และจับกุมนาย มิน (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ จ.645/2567 ลง 11 ธ.ค.67 โดยควบคุมตัวได้ที่บ้านพักใน จ.ปัตตานี พร้อมของกลางเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะพร้อมอุปกรณ์ จำนวน 3 รายการ และ โทรศัพท์มือถือที่ใช้สั่งการและทำธุรกรรมทางการเงิน จำนวน 1 เครื่อง
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง, เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สําหรับตน, ร่วมกันทําให้เสียหาย ทําลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ, กระทําด้วยประการใดๆ โดยมิชอบ เพื่อให้การทํางานของระบบและข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ หรือรบกวนจนไม่สามารถทํางานได้ตามปกติ และเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคล หรือทรัพย์สินของผู้อื่น”
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองรายให้การว่า ได้ใช้บัญชีโซเชียลอวตารที่ นาย มิน สร้างขึ้นมาทักเข้าไปหาเจ้าของเพจเฟซบุ๊ก โดยมี นายกอ ผู้ต้องหาอีกรายทำหน้าที่คัดเลือกเหยื่อและส่งช่องทางการ แฮ็กให้ผู้ต้องหา แล้วหลอกผู้เสียหายให้ตั้งค่าให้ตนได้สิทธิ์เป็นแอดมินเพจ เมื่อยึดเพจได้ก็จะตัดสิทธิ์เจ้าของเพจเดิมออก เมื่อยึดเพจได้แล้ว นายกฤตฯ ก็จะโอนเงินค่าตอบแทนให้นายคุณัชญ์ หรือ มิน โดยคิดอัตราค่าตอบแทนตามยอดผู้ติดตามของเพจนั้น ในราคา 3,000 บาทต่อ 1 แสนผู้ติดตาม แต่สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท โดยคนร้ายทั้ง 2 ราย ได้รู้จักกันผ่านการเล่นเกมส์ออนไลน์ และมีความสนิทกันมาประมาณ 2-3 ปี ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาสามารถทำรายได้ไปแล้วไม่ต่ำกว่าล้านบาท
จากการตรวจสอบข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของนายกอ พบว่ามีเพจชื่อดังจำนวนกว่า 100 บัญชี ที่ถูกยึดมาโดยวิธีการดังกล่าว และนำไปซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยนในตลาดมืดอีกทอดหนึ่ง