หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 16 ธันวาคม 2567

วันที่ 17 ธันวาคม 2567 เวลา 05:41 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 16 ธันวาคม 2567


>> เพลิงไหม้บ้านพักรถไฟธนบุรี เสียหายวอดทั้งหลัง

07.20 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ บ้านพักรถไฟธนบุรี ซอยนิคมบ้านพักรถไฟธนบุรี 6 ถนนสุทธาวาส แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ใช้เป็นบ้านพักอาศัยเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย แบ่งเป็นจำนวน 6 ห้อง ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นบน เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 36 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ 
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่มิเตอร์ไฟฟ้าหน้าห้องพัก ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนนนท์


>> DSI จับสาว ขบวนการนายหน้าอุ้มบุญผิดกฎหมาย เพิ่มอีก 1 ราย

08.25 น. ชุดปฏิบัติการที่ 4 ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วม จับกุมนางสาว ศิ (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า และร่วมกันกระทำการเป็นคนกลางหรือนายหน้า โดยเรียก รับ หรือ ยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อเป็นการตอบแทนในการจัดการหรือชี้ช่องให้มีการตั้งครรภ์แทน โดยจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บริเวณอาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และรวมถึงแจ้งว่าต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับและควบคุมตัว จนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ให้ผู้ต้องหาได้รับทราบแล้ว จากนั้นได้ควบคุมตัวส่งมอบให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีการค้ามนุษย์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้รับผิดชอบเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ กรณีกลุ่มบุคคลกระทำการเป็นขบวนการนายหน้าจัดให้มีการรับตั้งครรภ์แทนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย (อุ้มบุญ) ของกองคดีการค้ามนุษย์ โดยผู้ต้องหา มีพฤติการณ์เป็นนายหน้าจัดหาหญิงมารับจ้างอุ้มบุญโดยผิดกฎหมาย ซึ่งก่อนหน้านี้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าวได้จับกุมนายหน้าที่จัดหาหญิงมารับจ้างอุ้มบุญ และแพทย์และพยาบาลที่ทำการฝังตัวอ่อนในครรภ์ของหญิงอุ้มบุญ โดยจับกุมผู้ต้องหารายนี้เป็นรายที่ 5


>> ไฟไหม้เพิงพัก ซอยแสนเกษม เสียหายวอดทั้งห้อง

08.45 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ซอยแสนเกษม ถนนประชาสำราญ แขวงคลองสิบสอง เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว โครงสร้างเหล็ก หลังคาเมทัลชีท ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้ห้องนอนเสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 12 ตารางเมตร ประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำทำการระบายความร้อนและดับถ่าน

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟติดผนังที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยหนองจอก


>> "ลูกหมี" อดีตนางแบบชื่อดัง เดินทางมาศาล แต่ไร้วี่แวว นางเอกดัง คู่กรณี

09.00 น. ที่ ศาลอาญากรุงเทพใต้ นางสาวรัศมี ทองสิริไพรศรี หรือ "ลูกหมี" ในฐานะโจทก์พร้อม นางสาวอำนวยพร มณีวรรณ์ หรือ "ทนายกุ้ง" ทีมกฎหมายของทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ได้เดินทางมาศาลเพื่อรวมฟังการไต่สวนมูลฟ้องคดีระหว่างลูกหมี "รัศมี ทองสิริไพรศรี" เป็นโจทก์ฟ้องนาง มัณฑนา (ปู) หิมะทองคำ จำเลยที่ 1 นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ จำเลยที่ 2 พร้อมทนายอีก 2 คน รวมเป็น 4 คน ในความผิดฐาน "ร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา" แต่ทางฝ่ายจำเลยทั้ง 4 คน ไม่มาศาล ศาลจึงเลื่อนไปเป็นวันที่ 17 กุมภาพันธุ์ 2568


>> กรมศุลกากร สกัดเฮโรอีน 21.8 กิโลกรัม พร้อมตรวจยึดไอซ์ – ช่อดอกกัญชา และสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า

10.00 น. นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร นายจักกฤช อุเทนสุต รองอธิบดีกรมศุลกากรพร้อมผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และสำนักงานพิทักษ์เขตแดนแห่งออสเตรเลีย (ABF) ร่วมกันแถลงข่าว "ศุลกากรบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สกัดเฮโรอีน 21.8 กิโลกรัม พร้อมตรวจยึดไอซ์ – ช่อดอกกัญชา และสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าก่อนส่งออกนอกประเทศ

สืบเนื่องจากวันที่ 15 ธันวาคม ที่ผ่านมา กรมศุลกากร โดยกองสืบสวนและปราบปราม ได้ตรวจค้นผู้โดยสารต้องสงสัย 2 ราย ณ อาคารผู้โดยสารขาออก ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ได้มีการสืบทราบและทำการเฝ้าระวังติดตามมาระยะหนึ่ง ว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดออกนอกประเทศ โดยผู้โดยสารต้องสงสัยเตรียมเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ มุ่งหน้าสู่ประเทศกานา เมื่อพบผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าวจึงทำการตรวจค้น พบเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ในสัมภาระของผู้โดยสารทั้ง 2 ราย น้ำหนัก 21.8 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 21.8 ล้านบาท

ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติดข้ามชาติ โดยการปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างกรมศุลกากร ชุดปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน (AITF) ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด รวมถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว สถานีตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และสำนักงานพิทักษ์เขตแดนแห่งออสเตรเลีย


>> หนุ่มจีนขับรถนั่งส่วนบุคคลชนต้นจามจุรี บาดเจ็บหนัก ส่วนสาวไทยนั่งเบาะข้างสาหัสก่อนไปเสียชีวิตที่ รพ.

10.36 น. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งเสียหลักชนต้นไม้ใหญ่ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่ภายในถนนอุโมงค์ต้นไม้ ม.9 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อ ฮอนด้า ซีวิค สีดำ หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร ลักษณะเสียหลักพุ่งชนต้นจามจุรีใหญ่ จนรถได้รับความเสียหายยับเยิน ตรวจสอบภายในพบร่างของ MR.CHEUK อายุ 48 ปี สัญชาติจีน ได้รับบาดเจ็บสาหัส ติดอยู่ในตัวรถหลังพวงมาลัย และอีกรายคือ หญิงไทย อายุ 21 ปี ภูมิลำเนาชาวจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนหมดสติอยู่ที่เบาะผู้โดยสารข้างคนขับ 
เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ จึงต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่าง งัดร่างผู้บาดเจ็บทั้งสองรายออกมาปฐมพยาบาลเบื้องต้น และปั๊มหัวใจเพื่อชีวิต ก่อนรีบเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แต่หญิงไทย บาดเจ็บอาการสาหัส และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

สอบถาม ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ มีเพียงชาวบ้านได้ยินเสียง รถยนต์เก๋งคันนี้เสียหลักพุ่งชนต้นไม้ดังสนั่นหวั่นไหวเมื่อมาตรวจสอบ ก็พบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บสองรายติดอยู่ในซากรถ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ เข้าช่วยเหลือดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป


>> "ลิลลี่ เหงียน" เข้าพบตำรวจ ปคบ.ให้ปากคำ กรณีเคยไลฟ์ขายของ 2 ครั้ง กับแม่ตั๊ก-ป๋าเบียร์

11.00 น. ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พนักงานสอบสวนกองบังคับการ ปคบ. เรียกตัว "ลิลลี่ เหงียน" เข้าให้ปากคำในคดี "แม่ตั๊ก กรกนก " จากกรณีที่ลิลลี่ เคยไปไลฟ์สดขายของให้แม่ตั๊ก 2 ครั้ง

โดย "ลิลลี่ เหงียน" เดินทางมาพร้อมกับผู้จัดการส่วนตัว เพื่อให้ปากคำในคดีดังกล่าว กล่าวว่า วันนี้ตนมาสอบปากคำหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกมา ในเรื่องของการว่าจ้างกรณีที่แม่ตั๊กจ้างตนไปไลฟ์สดขายของ 2 ครั้ง คือ วันที่ 16 และ 18 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งวันนี้เป็นครั้งแรกที่มาสอบปากคำ โดยก่อนหน้าหน้านั้นตนก็อยากจะมาเหมือนกันแต่ทางผู้ใหญ่บอกว่าให้ตอนที่ตำรวจเรียกดีกว่า

ซึ่งตนไม่ได้รู้จักกับแม่ตั๊กเป็นการส่วนตัว แต่เป็นการรู้จักผ่านช่างแต่งหน้าคนหนึ่ง ที่แต่งหน้าให้กับแม่ตั๊ก ซึ่งทำให้ตนได้รับงานของแม่ตั๊กผ่านจากช่างแต่งหน้าอีกที สำหรับในการไลฟ์สด 2 ครั้ง ได้รับเงินจำนวน 150,000 บาท โดยถูกหักค่านายหน้า 30,000 บาท โดยในไลฟ์มีการขายครีมกันแดด, โกโก้ , สบู่ โดยไม่มีทองคำ ซึ่งทุกครั้งที่มีการไลฟ์สดนั้น ทางแม่ตั๊กจะมีสคริปให้ เกี่ยวกับรายละเอียดของสินค้าเท่านั้น

ทั้งนี้ ในขณะที่ไลฟ์สดนั้น แม่ตั๊กได้มีเงินสดใส่ซองแดงเพื่อเป็นรางวัลในการแจกให้กับคนที่มาซื้อสินค้าด้วย แต่ยืนยันว่าไม่มีทองในซอง แต่เห็นทองซึ่งก็อยู่ตรงด้านหลังตอนไลฟ์สดเท่านั้น และในขณะที่ตนไลฟ์สดกับแม่ตั๊กไม่มีการพูดถึงเรื่องทองแต่อย่างใด 
อย่างไรก็ตาม ยืนยันประเด็นที่ว่า แม่ตั๊กจะมาลงทุนให้กับตน ในเรื่องของสินค้าอีกตัวนึงที่มีคนติดต่อเข้ามานั้น ยืนยันว่ายังไม่มีการลงทุนแต่อย่างใด


>> ตำรวจบางซื่อ จับหนุ่มวัย 30 ปี พร้อมของกลางปืนไทยประดิษฐ์ ที่ขนส่งหมอชิต

12.30 น. พ.ต.ท.วรภัทร สุขไทย รอง ผกก.ป.สน.บางซื่อ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม เข้าจับกุม นายนอ (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ในข้อหา "มีอาวุธปืนสั้น(ไทยประดิษฐ์) ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พกพาอาวุธติดตัวไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร" พร้อมด้วยของกลาง อาวุธปืนสั้น(ไทยประดิษฐ์) 1 กระบอก พร้อมแมกกาซีน 2 แม็ก โดยจับกุมได้ที่ สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ(จตุจักร) แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ออกตรวจพื้นที่ บริเวณภายในขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ(หมอชิต) แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ พบ นายนอ ยืนอยู่บริเวณดังกล่าวท่าทางมีพิรุธ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอทำการตรวจสอบและตรวจค้น จึงได้พาตัว นายนอ เข้าตรวจเครื่องสแกนโลหะ พบวัตถุต้องสงสัยลักษณะคล้ายอาวุธปืน จึงทำการตรวจค้น กระทั่งพบของกลางดังกล่าวซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าถือสีฟ้า-ขาว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยึดไว้เป็นของกลาง

จากการสอบถาม นายนอ ยอมรับว่าอาวุธปืนของกลางดังกล่าวได้ซื้อในเว็บไซต์ราคา 9,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหา และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> ศาลยกฟ้องคดี อดีตนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ฟ้องหมิ่น “อัจฉริยะ”

15.30 น. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลนัดอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ ที่ พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพฯใต้ 3 เป็นโจทก์ฟ้อง นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ในฐานความผิด หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่

จากกรณีเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2564 จำเลย ดูหมิ่นและใส่ความ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น ด้วยการไลฟ์สดในสื่อโซเชียลมีเดียของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ซึ่งเปิดเป็นสาธารณะบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ มีข้อความบางช่วงบางตอนที่ระบุถึง นายกรัฐมนตรี ในทำนองว่า ไม่สนใจเรื่อง คนที่ทำผิดกฎหมาย การขนแรงงานต่างด้าวเถื่อน ขนของหนีภาษี ทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนไม่ดี เกิดความเสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง โดย นายอภิวัฒน์ ขันทอง ผู้รับมอบอำนาจได้มาแจ้งความกล่าวโทษ นายอัจฉริยะ ไว้ที่ สน.นางเลิ้ง และพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง คดีต่อศาลอาญากรุงเทพฯใต้

เมื่อถึงเวลานัด นายอัจฉริยะ เดินทางมาฟังคำพิพากษา โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีขาดอายุความทั้ง 2 ข้อหา จึงพิพากษายกฟ้อง


>> ตร.ท่องเที่ยว ผนึกกำลัง ตม.ชลบุรี บุกจับชาวจีนเปิดออฟฟิศทำงานเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์

17.17 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 ร่วมกันบูรณาการกับ พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผู้กำกับการ ตรวจคนเข้าเมือง จว.ชลบุรี พร้อมชุดสืบสวน ตม.จว.ชลบุรี ร่วมกันนำหมายค้นศาลแขวงพัทยา ลงวันที่ 15 ธ.ค.67 เพื่อทำการตรวจค้นสำนักงานขาย ไม่ทราบชื่อ ตั้งอยู่ ถนนบุญสัมพันธ์ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

โดยเจ้าหน้าที่ ได้สืบสวนหาข่าวในพื้นที่รับผิดชอบ จนทราบว่ามีกลุ่มชาวจีนจำนวนมากลักลอบทำงานเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ โดยมีการเสนอขายและให้เช่าบ้าน คอนโดมิเนียม ที่ดิน ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง ทางช่องทางโซเชียลมีเดียและแอปพลิเคชั่นต่างๆให้กับชาวจีน อีกทั้งบ้านที่ติดต่อให้ชาวจีนเช่าจำนวน 2 หลังนั้น ยังเคยถูกใช้เป็นสถานที่ตั้งของแก็งคอลเซ็นเตอร์และได้ถูกจับกุมดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้

จากการตรวจค้นพบชาวจีน จำนวน 5 คนและบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน 1 คน ทำงานอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าว ตรวจสอบไม่พบเอกสารใบอนุญาตทำงาน จึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกจับว่ามีความผิด ตาม พ.ร.ก.การบริหารการจัดการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 รวมถึงเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน (นายหน้าอสังหาริมทรัพย์) ตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานคนต่างด้าวฯ ม.8 ประกอบ ม.101 เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน (นายหน้าอสังหาริมทรัพย์) ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522

โดยผู้ถูกจับทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าเป็นพนักงานขายและให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และใกล้เคียง และมีกลุ่มลูกค้าเป็นชาวจีน มีการโฆษณาขายทางสื่อสังคมออนไลน์ และมีรายได้ต่อเดือนรวมถึงเปอร์เซ็นต์จากการขาย เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ถูกจับส่ง พงส.สภ.หนองปรือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> รองผู้ว่าฯ พัทลุง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมผิวจราจร

18.00 น. นายปรีชา นวลน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ลงพื้นที่ ม.5 ต.ชุมพล อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมผิวจราจร เส้น พัทลุง - ตรัง ฝั่งขาออกจากพัทลุง มุ่งหน้าไป จ.ตรัง บริเวณตรงข้ามโรงเรียนอนุบาลศรีนครินทร์ ปัจจุบันรถเล็กสามารถสัญจรได้ 1 ช่องจราจร ส่วนฝั่งขาเข้า จ.พัทลุง สามารถสัญจรได้ตามปกติ พร้อมทั้งพบปะ เยี่ยมเยียน ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงพัทลุง ที่ปฏิบัติงานอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว

นอกจากนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง ได้ฝากย้ำเตือนไปยังประชาชนในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วม ไปจนถึงวันที่ 20 ธันวาคมนี้ ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา และเน้นย้ำพื้นที่แนวเชิงเขา ให้ระมัดระวังดินสไลด์ไว้ด้วย เนื่องจากฝนตกสะสมเป็นเวลานานทำให้ดินอิ่มตัว


>> ตำรวจภูธรภาค 2 ล้อมปราจีนบุรี ล็อกเป้าลุยค้น 3 วัน 59 เป้าหมาย ยึดอาวุธเพียบ

18.08 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (รรท. ผบช.ภ.2) พร้อมด้วย พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง รอง ผบช.ภ.2 และ พล.ต.ต.ภูมินทร์ สิงหสุต ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี ประชุมติดตามการปฏิบัติการในยุทธการ “ทลายรังนักเลง” EP1 ปฐมบท .. ไล่ล่านักเลงปราจีน กวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี หลังเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง สจ.โต้ง หรือ ชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์ ภายในบ้านพักของ นายสุนทร วิลาวัลย์ นายก อบจ.ปราจีนบุรี เมื่อค่ำวันที่ 11 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา

พล.ต.ท.ยิ่งยศ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี เข้าคลี่คลายสถานการณ์ และจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ 7 คน คุมตัวไว้ได้ ดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน และส่งฝากขัง ขณะนี้คุมตัวที่เรือนจำปราจีนบุรี ขณะเดียวกันตำรวจ ภ.จว.ปราจีนบุรี ร่วมกับกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 และกองบังคับการปราบปราม ยังสืบสวนขยายผลนำไปสู่การเปิดยุทธการทลายรังนักเลง เพื่อขุดรากถอนโคนตัดเส้นเลือดเครือข่ายอิทธิพลในพื้นที่ ที่เป็นภัยต่อความสงบสุขของพี่น้องประชาชน

ผลจากการเปิดยุทธการ ทลายรังนักเลง ตั้งแต่วันที่ 14 – 16 ธันวาคม 2567 ตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมกับตำรวจกองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ปูพรมตรวจค้นเป้าหมายใน 12 อำเภอ ของจังหวัดปราจีนบุรี รวม 59 เป้าหมาย ตรวจค้นพบอาวุธปืน 79 กระบอก อาวุธปืนไม่มีทะเบียน 2 กระบอก กระสุน 601 นัด จับกุมดำเนินคดีผู้ต้องหา 8 ราย


>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยประชาอุทิศ 5 ย่านดอนเมือง

22.26 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ซอยประชาอุทิศ 5 แยก 3-1 ถนนประชาอุทิศ แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวปลูกติดกันหลายหลัง ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในบ้านต้นเพลิง ลุกไหม้เสียหายทั้งหมด 5 หลัง และลุกลามบ้านข้างเคียงจำนวน 2 หลัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 200 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรภายในบ้าน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยดอนเมือง


>> ไฟไหม้รถนั่งส่วนบุคคลไฟฟ้า เสียหายวอดทั้งคัน  

03.50 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถระบบไฟฟ้า สถานที่เกิดเหตุ ซอยฉลองกรุง 1 ถนนฉลองกรุง แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพลิงลุกไหม้ รถนั่งส่วนบุคคล  สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้พลังงานไฟฟ้า เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้หมดทั้งคัน ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดกระบัง   

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม