24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 13 ธันวาคม 2567
>> หนุ่มวัย 38 ปีขับขี่รถจักรยานยนต์หลุดโค้งลงข้างสะพาน ร่างกระเด็นตกคลองส่งน้ำ เสียชีวิต
08.55 น. รับแจ้งจาก กู้ภัยสว่างท่ามะเขือ มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ แล้วผู้ขับขี่พลัดตกลงข้างทางเสียชีวิต บนถนนหมายเลข 4004 เลยบ้านคลองพัฒนา ช่วงสะพานข้ามคลองส่งน้ำ หมู่.8 ต.ท่ามะเขือ อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีขาว ไม่พบป้ายทะเบียน ล้มคว่ำอยู่ข้างทาง ส่วนผู้ขับขี่ร่างกระเด็นตกลงไปคลองส่งน้ำ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตแล้ว ตรวจสอบเอกสารทรบชื่อ นายธีรชัย อายุ 38 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองขลุง
>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถเทรลเลอร์ ช่วงแยกหนองปรือเก่า บาดเจ็บ 1 และเสียชีวิต 1 ราย
09.07 น. รับแจ้งศูนย์กู้ภัยศีลธรรมสมาคม อ.บ้านบึง มีอุบัติเหตุ รถเทรลเลอร์ชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส บริเวณแยกหนองปรือเก่า ในพื้นที่ ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีขาว ป้ายทะเบียน ระยอง ล้มคว่ำสภาพรถพังเสียหาย ใกล้กันพบรถเทรลเลอร์ ฮีโน่ สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียนหัวพ่วง ลพบุรี จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายมีอาการสาหัส โดยเป็นชาย 1 ราย มีอาการเลือดออกหู หน้าอกมีรอยช้ำ แขนขวาผิดรูป อาสากู้ภัยช่วยเหลือปฐมพยาบาล ก่อนมอบให้กู้ชีพ รพ.บ้านบึง รับดำเนินการ
ส่วนอีก 1 รายนั้น เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 30 - 40 ปี มีแผลเจาะศีรษะขนาดใหญ่ เลือดออกปากจมูกหู อาสากู้ภัยช่วยกันกดหน้าอก กู้ชีพ รพ.บ้านบึง ใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า ไม่พบสัญญาณชีพ ยืนยันเสียชีวิตที่เกิดเหตุ ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านบึง
>> ผู้ช่วย ผบ.ตร. ลงพื้นที่ปราจีนบุรี ดูที่เกิดเหตุ สั่งการกำชับคดี สจ.โต้ง เป็นธรรม โปร่งใส เด็ดขาด
09.30 น. พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร.ได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่ลานจอด สภ.เมืองปราจีนบุรี พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงแนวทางในการคลี่คลายคดียิง ส.จ.โต้ง จนเสียชีวิตในบ้านพักของ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ บุตรสาว นายสุนทร วิลาวัลย์ ที่พักอาศัยอยู่ด้วยกันว่า ในส่วนของกล้องวงจรปิดที่เสียทั้งเมืองโดยเฉพาะกล้องภายในบ้านจุดเกิดเหตุนั้น จะต้องส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานทำการค้นหา
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีข้อมูลอยู่พอสมควร และต้องพิสูจน์ทราบให้ได้ว่ากล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่จะบอกได้ว่ามือยิงคือคนในบ้านหรือคนนอกบ้าน อีกทั้งยังต้องพิสูจน์ทราบเขม่าดินปืนที่ได้มีการเก็บหลักฐานไว้หมดแล้ว ส่วนกรณีที่ว่าผู้ตายไม่มีอาวุธเข้าไป แต่คนที่ติดตามมีตำรวจอยู่ด้วยนั้น ต้องสอบสวนอย่างละเอียดด้วยเช่นกัน
จากนั้นได้เดินทางไปตรวจสอบร่องรอยหลักฐานที่บ้าน "โกทร" หรือนายสุนทร วิลาลัลย์ ก่อนจะเดินทางกลับมาที่ สภ.เมืองจังหวัดปราจีนบุรี เพื่อทำการสอบสวนผู้ต้องหาอีกครั้ง ท่ามกลางกองทัพผู้สื่อข่าวจากสำนักต่างๆ ที่มารอทำข่าวกันเป็นจำนวนมาก เช่นเดียวกับญาติของ "โกทร" ที่เดินทางมาให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง
>> รวบอดีตนักมวยไทย ค่าตัวเงินหมื่น ก่อเหตุร่วมกับพวกยิงคู่อริ แล้วลักทรัพย์
09.30 น. ตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และฝ่ายสืบสวน สภ.ปากน้ำ ร่วมกันจับกุมนายปอ (นามสมมุติ) ในความผิดฐาน “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส และร่วมกันลักทรัพย์” โดยจับกุมได้บริเวณตลาดในพื้นที่ ถนนเลียบทางรถไฟ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ
สืบเนื่องจากผู้ต้องหาร่วมกับเพื่อนได้ตามคู่อริเพื่อไปล้างแค้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากคู่อริได้ฉุดสาวของกลุ่มผู้ต้องหาไป เมื่อไปถึง กลุ่มผู้ต้องหาใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่กลุ่มคู่อริ (ผู้เสียหาย) จากนั้น กลุ่มผู้ต้องหาได้จับตัวผู้เสียหายจำนวน 1 ราย มัดแล้วนำขึ้นรถกระบะมาที่กรุงเทพฯ จากนั้นได้ ปล่อยตัวบริเวณ สน.ราษบูรณะ โดยผู้ต้องหาได้นำเอาทรัพย์สินของผู้เสียหายไปด้วย เช่น สร้อยทอง พร้อมพระเครื่องของผู้เสียหายหลายรายการ โดยกลุ่มผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุมีประมาณ 5-6 ราย ซึ่งผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลมากกว่า 20 วัน เนื่องจากถูกอาวุธปืน ไม้ มีด ของกลุ่มผู้ต้องหาทำร้าย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหา เจ้าหน้าตำรวจได้เฝ้าติดตามมาโดยตลอด จนกระทั่ง พบชายต้องสงสัยมีลักษณะคล้ายผู้ต้องหาเดินอยู่ในบริเวณตลาดในพื้นที่ ถ.เลียบทางรถไฟ กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแสดงตัวพร้อมแสดงหมายจับและขอตรวจสอบบัตรประชาชน จนกระทั่งพบว่า เป็นนายปอ ซึ่งเป็นคนเดียวกับผู้ต้องหาที่หลบหนีหมายจับฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชิญตัวผู้ต้องหา นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> ปทส.บุกค้นบ้านหรูริมแม่กลอง ซุกสัตว์ป่าหายากจากอเมริกาใต้ร่วมครึ่งร้อยชีวิต มูลค่ากว่า 3 ล้าน
10.26 น. พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รอง ผบก.ปทส.) พ.ต.อ.อภิสัณฐ์ ไชยรัตน์ ผู้กำกับการ 5 บก.ปทส.ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เจ้าหน้าที่ชุดเหยี่ยวดง นำหมายศาลจังหวัดราชบุรี เข้าตรวจค้นบ้านหรูตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง ต.คุ้งกระถิน อ.เมืองราชบุรี หลังรับรายงายลักลอบนำสัตว์ป่าหายากจากต่างประเทศมาเลี้ยงโดยผิดกฎหมาย
จากการตรวจสอบพบ นายต๋อง (สงวนชื่อสกุลจริง) แสดงตนเป็นเจ้าบ้าน พร้อมกับนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นในบ้านพัก พบว่ามีสัตว์ป่าใกล้สูญพันธ์จากทั่วทุกมุมโลกถูกขังอยู่ในกรงจำนวนมาก อาทิ ลิงทามารินหัวสำลี ,ลิงกระรอก ,ลิงเดอบราซซา สตัฟฟ์ ,ลิงกีนอล ,ลิงมาโมเสด ,ลิงเจฟฟอย ,เต่าอัลดาบร้า ,เต่าซูกาต้า ,นกแก้วแอฟริกันเกย์ ,นกโทโค่ทูแคน และงูสายพันธ์ต่างๆรวมแล้วกว่า 50 ตัว มูลค่า 3 ล้านบาท ทั้งนี้สำหรับลิงทามารินหัวสำลี และนกแก้วแอฟริกันเกย์ ถือเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธ์ที่อยู่ในบัญชี Cites 1
รายงานข่าวแจ้งด้วยว่าสัตว์ป่าที่พบส่วนใหญ่มีราคาแพงเช่น ลิงทามารินหัวสำลี ซึ่งเป็นสัตว์ป่าหายาก มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศโคลัมเบีย ทวีปอเมริกาใต้ เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธ์ พบถึง 8 ตัว ราคาตัวละประมาณ 150,000 บาท
ส่วนลิงกระรอก เป็นสัตว์ป่ามีถิ่นกำเนิดอยู่ทวีปอเมริกาใต้เช่นกัน จำนวน 10 ตัว ราคาประมาณตัวละ 75,000 บาท,ลิงเดอบราซซา สตัฟฟ์ จำนวน 2 ตัว ราคาประมาณตัวละ 300,000 บาท, ลิงกีนอล พบ 2 ตัว ราคาประมาณตัวละ 30,000 บาท,ลิงมาโมเสด พบ 2 ตัว ราคาประมาณตัวละ 50,000 บาท
สอบสวน นายต๋อง รับสารภาพว่า สั่งซื้อสัตว์ป่าหายากเหล่านี้มาจากกลุ่มเฟซบุ๊ก เพื่อนำมาเลี้ยงไว้ดูเล่น โดยไม่ได้ขออนญาตอย่างถูกต้องแต่อย่างใด จึงแจ้งข้อหา "มีสัตว์ป่าควบคุมไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต" นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปทส. ดำเนินคดี พร้อมเร่งสืบสวนหาตัวกลุ่มนายทุนที่ลักลอบนำเข้าสัตว์ป่าจากต่างประเทศโดยผิดกฎหมายต่อไป
>> ไฟไหม้บ้านเรือน ย่านซอยเอกมัย 30 เสียหายวอดทั้งชั้น
10.44 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ซอยเอกมัย 30 ถนนเอกมัย แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 3 ภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 20 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟติดผนัง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางกะปิ
>> ฆาตกรรม แทงสาวดับคาห้องพัก ตร.เร่งติดตามผู้ต้องสงสัยมาสอบสวน จ.อ่างทอง
11.40 น อาสาสมัครป่อเต็กตึ๊ง จุดเมืองอ่างทอง รับแจ้งว่า มีผู้เสียชีวิต ภายในห้องเช่าแห่งหนึ่ง บริเวณ หมู่ที่2 ตำบล ป่างิ้ว อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง
ที่เกิดเหตุ ภายในห้องพัก พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้หญิง ทราบชื่อต่อมา นส.ปัทมาพร อายุประมาณ 20 - 30 ปี นอนหงายอยู่หน้าห้องน้ำ สภาพถูกแทงด้วยอาวุธมีดที่ลำคอ และแขน จำนวนหลายแผล และภายในห้องมีร่องรอยคล้ายมีการต่อสู้กัน พบมีดปลายแหลม 1 เล่ม ตกอยู่ในถังปูน ทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บเป็นหลักฐาน
เบื้องต้น บิดาของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ลูกสาวแต่งงานกับนายกอ (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน ตัวนายภัทรกาญ ทำงานอยู่ที่ จ.ชลบุรี ส่วนลูกสาวมาทำงานเป็นเสมียนของสำนักงานแห่งหนึ่งในตัวเมืองอ่างทอง โดยเช่าห้องพักอยู่กับน้องของสามีเมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้ว ก่อนเกิดเหตุประมาณ 4- 5 วันก่อน น้องของสามีที่พักอยู่ด้วยกัน เดินทางไปทำธุระเรื่องบ้านที่ชลบุรี ทำให้ลูกสาวอยู่ห้องตามลำพัง กระทั่ง 2 วันที่แล้ว ตนติดต่อลูกสาวไม่ได้ ก็เป็นห่วง เลยชวนภรรยามาดูลูกสาวที่ห้องเช่า มาถึงเห็นว่าประตูถูกล็อกจากด้านนอก ก็แปลกใจเพราะรถยนต์ของลูกสาวจอดอยู่ ตนเองก็พยายามแง้มช่องหน้าต่างมองเข้าไป เห็นเท้าของลูกสาว จึงตัดสินใจใช้หินทุบกุญแจห้อง เมื่อเปิดเข้าไปได้ ถึงกับช็อก เจอสภาพลูกสาวนอนจมกองเลือด
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอ่างทอง ตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้เคียงห้องเช่า พบเบาะแสชายต้องสงสัยเดินออกจากห้องที่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.67 จากนั้นก็ไม่มีใครเข้าออกห้องอีกเลย ตำรวจเร่งติดตามเพื่อนำตัวมาสอบสวน
>> ตำรวจ-พม. ปูพรมตรวจจับขอทานพื้นที่สุขุมวิทชั้นใน พบขอทานพกเงินสดติดตัวกว่าสามแสนบาท เงินฝากในบัญชี 1 ล้านบาท
15.28 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รอง ผกก.สืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 (บก.ตม.1) นำกำลังตำรวจ สนธิกำลังกับ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งกรุงเทพมหานคร และ สน.ลุมพินี ลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่เศรษฐกิจสุขุมวิทชั้นใน ตั้งแต่แยกอโศก ไปจนถึงย่านนานา สืบเนื่องมาจากมีประชาชนแจ้งเบาะแสว่ามีกลุ่มขอทานจำนวนมากเข้ามากระทำการขอทานในพื้นที่ดังกล่าวส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสามารถจับกุมคนไทยจำนวน 8 ราย ในฐานความผิด “กระทำการอันเป็นการขอทาน” และจับกุมคนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา 2 ราย ลาว 1 ราย และ เมียนมา 1 ราย ในฐานความผิด “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตและกระทำการอันเป็นการขอทาน”
โดยในการจับกุมครั้งนี้พบผู้ต้องหาหญิงไทยรายหนึ่ง มีเงินสดที่ได้จากการขอทานเก็บสะสมไว้ที่ตัวจำนวนกว่าสามแสนบาท พบสมุดบัญชีธนาคารมีเงินฝากประมาณ 1 ล้านบาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดให้พนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ดำเนินการตามกฎหมาย
>> "โกทร" ยืนยันไม่ได้สั่งฆ่า "สจ.โต้ง" ลั่นรักเป็นลูกหลาน
15.40 น. พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี คุมตัว 7 ผู้ต้องหา ร่วมกันฆ่า สจ.โต้ง นำฝากขังศาลจังหวัดปราจีนบุรี โดยตำรวจได้จัดขบวนนำผู้ต้องหาแบ่งออก 3 คัน คันแรกเป็นรถกระบะควบคุมผู้ต้องหาจำนวน 4 คน ได้แก่ นายศักดิ์สิทธิ์ อายุ 34 ปี มือปืน, นายธนศรัณย์ อายุ 32 ปี มือปืน, นายธนภัทร อายุ 18 ปี ผู้ติดตามโกทร ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ และนายอภิสิทธิ์ สดชื่น อายุ 34 ปี ผู้ติดตามโกทร ส่วนคันที่ 3 เป็นรถตู้ควบคุม โดยตำรวจพยุงตัว นายสุนทร หรือ โกทร อายุ 85 ปี ขึ้นรถเพียงคนเดียว
โดยระหว่างที่ "โกทร" ถูกคุมตัวขึ้นรถ ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม "โกทร" ว่าความสัมพันธ์กับ สจ.โต้ง เป็นอย่างไร ซึ่ง "โกทร" ยอมรับว่ารักเป็นลูกหลาน พร้อมยืนยันว่าคุยเคลียร์เรื่องการลงสมัครสมาชิก อบจ. กันเรียบร้อยแล้ว และยืนยันว่าไม่ได้สั่งฆ่า
นอกจากนี้ การคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 คนนั้นตำรวจใช้ชุดเฉพาะกิจควบคุมพร้อมอาวุธครบมือ ควบคุมประกบดูแลอย่างแน่นหนา เพื่อนำตัวไปส่งศาลฝากขัง
>> ภรรยา 'สจ.โต้ง' ยื่นหนังสือขอโอนคดีมากองปราบ เกรงผู้มีอิทธิพลปราจีนบุรี
15.59 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง น.ส.ณภาภัช (สจ.จอย) ภรรยา สจ.โต้ง ปราจีนฯ และครอบครัว, ทนายเอี้ยง นายนิติศักดิ์ มีขวด และ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อขอให้โอนสำนวนคดีนายสุนทร วิลาวัลย์ กับพวกรวม 7 คน ที่วางแผนร่วมกันฆ่า สจ.โต้ง ปราจีนฯ มาที่กองปราบปราม เนื่องจากบุคคลในคดี เป็นผู้มีอิทธิพลอันดับ 1 ของจังหวัดปราจีนบุรี โดยขอให้โอนคดีที่ตำรวจ สภ.เมืองปราจีนบุรี มาให้กองบังคับการปราบปราม เป็นผู้รับผิดชอบสำนวนคดีนี้แทน และร้องขอคุ้มครองพยานด้วย เนื่องจากเกรงเรื่องความปลอดภัย พร้อมระบุ ส่วนตัวทราบว่า ในที่เกิดเหตุยังมีอีก 2 คน ที่ตำรวจไม่ได้เอาตัวมา ซึ่งตำรวจก็ทราบ เป็นผู้ชาย ซึ่ง 2 คนนี้อยู่ในบ้าน โดยมีการเอาปืนมาจ่อหลังลูกน้อง สจ.โต้ง ที่พยายามเข้าไปช่วยสจ.โต้งในบ้าน
สจ.จอย กล่าวด้วยว่า ส่วนกล้องวงจรปิดที่ระบุว่าเสียนั้น ถ้าเราจะทำอะไรในบ้าน มันควรจะเสียหรือใช้ได้ โดยอยากให้เห็นใจจอยกับลูก จึงอยากให้โอนคดีมาให้ บช.ก.ดูแลคดี “พี่โต้งนอนตายในบ้านเขา นอนตายโดยไม่มีอาวุธปืน” โดยมีตัวแทนจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง รับหนังสือดังกล่าวไว้ เพื่อยื่นต่อ พลตำรวจโทจิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พิจารณาต่อไป
>> ตำรวจ รวมกันจับกุมหนุ่มชาวอังกฤษวิ่งราวทอง 2 นักท่องเที่ยวพัทยา
16.30 น. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมตำรวจชุดสืบสวน ตำรวชุดศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติ และเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จ.ชลบุรี ร่วมกันเข้าจับกุมชายชาวอังกฤษ อายุ 31 ปี ที่ห้องพักในพื้นที่ ม.2 ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์นักท่องเที่ยวอิหร่าน และนักท่องเที่ยวอินเดียในพื้นที่เมืองพัทยา ได้ทรัพย์สินเป็นสร้อยทองคำ นำตัวไปสอบสวน
โดยชายชาวอังกฤษ ไม่ยอมให้การใดๆ แต่ตำรวจมีพยานหลักฐานจึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือให้ผลการจับกลุ่ม พร้อมขยายผลติดตามจับกุมเพื่อนที่ร่วมก่อเหตุอีกคนที่กำลังหลบหนีอยู่
สำหรับคดีนี้ เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.00 น. เกิดเหตุวิ่งราวทรัพย์นักท่องเที่ยวอิหร่าน ภายในซอยบัวขาว ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพไว้ได้คนร้ายนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มากับเพื่อนโดยสวมไอ้โม่งปิดคุมใบหน้า แล้วลงจากรถวิ่งมากระชากสร้อยก่อนวิ่งหนีไปขึ้นรถที่เพื่อนจอดรออยู่หลบหนีไป ต่อมาวันที่ 12 ธ.ค. ไปก่อเหตุกับนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์มาจอดรถบริเวณใกล้เคียงซอยเย็นสบาย คนร้ายซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ มากับเพื่อนก่อนลงมือกระชากสร้อยคอทองคำ มูลค่ากว่า 2 แสนบาทหลบหนีไป เมื่อตำรวจสืบสวนสอบสวนจนพบว่าคนร้าย 1 คนเป็นชาวอังกฤษ พักอยู่ห้องพักในพื้นที่ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงเข้าจับกุมตัวไว้ได้
>> รวบสาวซุกยาบ้า 2 พันเม็ดในถุงมะม่วง อ้างไม่รู้ว่ามียาเสพติด ซัดเป็นของเพื่อนวานให้รับ
19.00 น. นางสาว ญาณิพัชญ์ ศรีโครต นายอำเภอบางใหญ่ ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการส่งมอบยาเสพติดกันที่ บริเวณหมู่ 9 ต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี จึงสั่งการให้ นายกษิดินทร ธนาภัคธรณ์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นำกำลังอาสารักษาดินแดนบางใหญ่ที่ 6 พร้อมบูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเเม่นาง ลงพื้นที่ตรวจสอบ
จากการสืบสวนพบว่าจุดที่มีการนัดส่งมอบยาเสพติดเป็นซอยแคบ ความกว้างประมาณ 4 เมตร เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังตามจุด จนกระทั่งพบหญิงต้องสงสัยตามที่สายลับเเจ้ง ขี่รถ จยย.ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่นมีโอ สีน้ำเงิน ทะเบียน กรุงเทพมหานคร มากับผู้ชายอีกคน โดยคนขับเป็นหญิงสาวสวมหมวกกันน๊อคแบบเต็มใบ ทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.กอ (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี ส่วนคนซ้อนท้ายคือนายธอ (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น
จากการตรวจสอบ พบถุงมะม่วงแขวนอยู่หน้ารถและยังพบยาบ้าจำนวน 2,000 เม็ด อยู่ในถุงอีกด้วย จึงยึดไว้เป็นของกลางจากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองราย ทำการสอบสวนเพื่อขยายผล
น.ส.กอ ให้การอ้างว่า เพื่อนของตนให้รับมารับถุงมะม่วงที่บ้านหลังหนึ่งที่อยู่ในซอยดังกล่าว เพื่อเอาไปให้เพื่อนชื่อโอ๋ ที่ซอยสวนผัก ซึ่งตนไม่รู้เลยว่าในถุงใบนี้มียาเสพติด ซึ่งตนมาที่คลินิกบางใหญ่ จึงแวะมาเอาให้เขา ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร เพราะคิดว่ามีแค่มะม่วง จึงไม่ได้เปิดดู ซึ่งตนก็ถามคนที่ให้ถุงมะม่วงมา ว่าแขวนไว้ที่รถได้หรือไม่ เพราะกลัวมันจะกระเเทก เขาก็ตอบว่าแขวนได้ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เข้ามาในซอยนี้และก็มาไม่ถูก กว่าจะมาถึงต้องแวะถามตลอดทาง ยอมรับว่าเพิ่งเสพยาบ้ามาเมื่อ 3 วันที่แล้ว แต่ไม่ได้ขาย ถ้ารู้ว่าในถุงมะม่วงมียาบ้าคงจะไม่มาเอาอย่างแน่นอน เเละหลานชายก็ไม่รู้เรื่องเพราะตนชวนมาคลินิกเป็นเพื่อน กลับต้องมาเจอเรื่องแบบนี้
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฎิเสธ โดยอ้างว่า ไม่ทราบว่าในถุงมะม่วงมียาบ้า เนื่องจากเพื่อนวานให้มาเอาถุงมะม่วงอย่างเดียว แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ หลังจากนี้จะทำการขยายผลว่ายาบ้าที่อยู่ในถุงมะม่วงเป็นของใคร และจะเอาไปส่งให้ใคร จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางแม่นาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป
>> 2 คู่รักชาวซาอุฯ เจ็ตสกีล่มกลางทะเลพัทยา สามีว่ายน้ำเข้าฝั่งตาม จนท.ออกช่วยเหลือภรรยารอดหวุดหวิด
02.34 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุ คู่รักนักท่องเที่ยวซาอุดิอาระเบีย เจ็ตสกีล่มกลางอ่าวพัทยา เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างค้นหา
คืบหน้าเวลา 03.03 น. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ สามีแข็งแรงกว่า ได้ว่ายน้ำฝ่าคลื่นลมกลับเข้าฝั่งปลอดภัย ก่อนจะไปแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ออกช่วยเหลือภรรยา แล้วล่าสุด พบตัวภรรยาและช่วยเหลือนำกลับเข้าฝั่งเป็นที่เรียบร้อย หลังลอยคอกลางทะเลร่วม 7 ชั่วโมง
>> รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำแล้วถูกรถทับซ้ำ เสียชีวิตกลางถนน
03.55 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำแล้วถูกรถตามหลังทับซ้ำ ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส บนถนนกรุงธนบุรี ขาออกมุ่งหน้ายกระดับข้ามแยกวุฒากาศ ใกล้เคียงใต้สถานรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำอยู่เลนซ้าย และห่างออกไปช่วงกลางถนน พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 25 - 30 ปี ลักษณะถูกรถไม่ทราบชนิดทับซ้ำ ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำเหร่
>> รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ ผู้บาดเจ็บอาการสาหัส กู้ภัยทำ CPR แต่ไม่เป็นผล
04.00 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส ถนนพระราม 2 ฝั่งขาเข้า ใกล้เคียงซอยพระราม 2 ซอย 28 ในช่องทางหลัก
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีลาโน่ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม.พลิกคว่ำ ใกล้กันพบร่างของผู้บาดเจ็บ 1 ราย มีบาดแผลเปิดทีศีรษะ นอนหมดสติอยู่กลางถนน ทางอาสากู้ชีพ - กู้ภัยเร่งให้การช่วยเหลือแต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 36 ปี พื้นที่ สน.บางมด