วันที่ 2 ธันวาคม 2567 เวลา 17:01 น.
วันที่ 2 ธันวาคม 2567 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา Mr.D (นามสมมุติ) สัญชาติจีน อายุ 35 ปี หมายจับศาลอาญาที่ 5717/2567 ลงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันทำ มีใช้ นำเข้า นำออกหรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต, ร่วมกันตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต” และ Ms.Y (นามสมมุติ) สัญชาติจีน อายุ 37 ปี ในข้อหา ช่วยเหลือผู้ซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดฯ (ม.189) จับกุมได้ริมถนนลูกรังมุ่งหน้าประเทศกัมพูชา ท้ายหมู่บ้านโนนสาวแอ้ ม.2 ต.ผ่านศึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
พฤติการณ์สืบเนื่องจาก ด้วยตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้ดำเนินการกวาดล้างเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งได้มีการตรวจค้นสถานที่ซุกซ่อนอุปกรณ์และเครื่องมือที่มีไว้ ได้มาหรือได้ใช้ในการกระทำความผิด จำนวน 14 จุด ใน 9 จังหวัดทั่วประเทศ สามารถตรวจยึดเครื่อง GSM Gateway หรือ SIMBOX จำนวน 96 เครื่อง, Starlink 4 เครื่อง, ซิมการ์ดต่างประเทศและในประเทศ 22,830 ชิ้น, หน้าจอมอนิเตอร์ 24 เครื่อง และคอมพิวเตอร์ จำนวน 28 เครื่อง
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. ได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม พบว่า น.ส.เอ (นามสมมุติ) ได้ทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาสถานที่ ชำระค่าอุปโภคบริโภคต่างๆ รวมถึงเป็นผู้ดูแลการติดตั้งอุปกรณ์ เครื่อง GSM Gateway หรือ SIMBOX และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ร่วมกับแก๊งชาวจีน ซึ่งเป็นผู้บริหารจัดการระบบและเป็นนายทุนในการจัดหาสถานที่ ในจังหวัดเชียงใหม่กว่า 11 จุด เพื่อนำอุปกรณ์ดังกล่าวมาติดตั้งเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ ทั้งในและนอกประเทศ ผลการตรวจค้น พบ เครื่อง GSM Gateway หรือ SIMBOX จำนวน 600 เครื่อง, Sim card 561,213 ชิ้น, คอมพิวเตอร์ 72 เครื่อง, โทรศัพท์มือถือ 1,312 เครื่อง และอื่นๆ อีกจำนวนมาก และจับกุม น.ส.เอ (นามสมมุติ) พร้อมผู้ร่วมกระทำความผิดรวม 14 ราย ซึ่งถือได้ว่าเป็นการจับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด หลังจากนั้นได้ขยายผลเพื่อหาตัวการใหญ่ พบว่า Mr.D สามีชาวจีนของ น.ส.เอ (นามสมมุติ) เป็นตัวการใหญ่ที่คอยอยู่เบื้องหลังและคอยชักใยดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป.จึงได้ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ Mr.D แต่ Mr.D ไหวตัวทันจึงหลบหนีออกจากพื้นที่
ผบช.ก. จึงได้สั่งการให้เร่งไล่ล่าตัวคนร้ายอย่างเร่งด่วน กก.2 บก.ป. จึงได้เร่งรัดติดตามคนร้าย จนสืบทราบว่า Mr.D ได้ขับรถหลบหนีออกจากพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มายังจังหวัดนครสวรรค์ หลังจากนั้นได้ทิ้งรถไว้และเปลี่ยนมาขึ้นรถบัสสาธารณะ เดินทางมากรุงเทพมหานคร ต่อมาพยายามหลบหนีออกนอกประเทศ โดยใช้บริการขบวนการขนคนข้ามชายแดนโดยผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ยังพบว่า การพยายามหลบหนีดังกล่าว มี Ms.Y สัญชาติจีน ซึ่งเป็นภรรยาอีกคนหนึ่ง คอยให้การช่วยเหลือ ท้ายที่สุด Ms.Y ถูกตำรวจสอบสวนกลางและตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับกุมได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิขณะกำลังเดินทางออกนอกประเทศ
ขณะที่ Mr.D จนมุมถูกจับกุม บริเวณชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ติดประเทศกัมพูชา โดยตำรวจสอบสวนกลางร่วมกับตำรวจท้องที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขณะพยายามหลบหนี ออกนอกประเทศ จากนั้นได้นำตัว ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทั้งนี้ สอบถามคำให้การเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยให้การว่าไม่รู้ ไม่ได้หนี แค่จะไปเที่ยวโรงเกลือ