วันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 เวลา 17:18 น.
วันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 พระครูอ๊อดวัดเจดีย์หลวง จังหวัดเชียงใหม่ สนับสนุนฝึกช้างกู้ภัยหลักสูตรใหม่ กู้ภัยทางภูเขาเพื่อฝึกให้ช้างมีทักษะในการช่วยเหลือภัยพิบัติ กรณีที่ระบบการแพทย์เข้าไม่ถึงจะใช้ช้างในการเข้าไปรับมือ ซึ่งการฝึกฝนในครั้งนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่างครูฝึกสอนกู้ภัยทางภูเขา Isara กู้ภัยอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชและควาญช้างบ้านพักช้างตระกูลแสน ดูช้างดูดอย อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
อาจารย์ ไชยเชษฐ์ พัดสี ประธานไอซาราประเทศไทย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เราจะเห็นว่าได้มีการฝึกหลักสูตรกู้ภัยทางน้ำร่วมกับช้างเป็นที่แรกของโลก แต่หลักสูตรที่2 นี้จะเป็นหลักสูตรที่เน้นการกู้ภัยทางภูเขา เมื่อเกิดเหตุมีผู้ประสบภัยหลงป่า ได้รับอุบัติเหตุในพื้นที่ป่าเขา มีกิ่งไม้ต้นไม้กีดขวางเส้นทางการเดินทางเพื่ออพยพผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่ป่า ซึ่งระบบนี้จะเป็นการช่วยเหลือในภาวะที่ระบบการแพทย์ที่เข้าไม่ถึง จากการฝึกฝน พบว่า ช้างไม่มีอาการตื่นตัวและมีความร่วมมือในการฝึกเป็นอย่างดีซึ่งจะต้องใช้ช้างทั้งระบบอย่างน้อยจำนวน 3 เชือก โดย เชือกแรก จะทำหน้าที่เปิดทางและเคลียร์เส้นทาง เชือกที่ 2 จะเป็นช้างที่ต้องลำเลียงผู้ประสบอุบัติเหตุขึ้นอยู่บนหลังช้าง เชือกที่ 3 ก็จะเป็นช้างกู้ภัยที่กรณีมีผู้ประสบภัยอุบัติเหตุมากกว่าหนึ่งท่าน หรือลำเลียงอุปกรณ์ทางการแพทย์ฉุกเฉิน
ท่านพระครูอ๊อดวัดเจดีย์หลวงจังหวัดเชียงใหม่ได้มีการคัดเลือกช้างจำนวน 3 เชือก ในการเข้าฝึกในหลักสูตรกู้ภัยทางภูเขา คือ พลายแสนทัพ พลายวาเลนไทน์ และพลายงาม ซึ่งทั้ง 3 เชือกเป็นช้างที่มีพละกำลังและเคยทำงานลากไม้มาก่อน จึงมีทักษะในการออกพื้นที่ในกรณีเกิดเหตุในพื้นที่สูงพื้นที่ป่าเขา ซึ่งความร่วมมือนี้ถือว่าเป็นมิติใหม่ในการนำช้างมากู้ภัยทางภูเขาซึ่งความรู้นี้จำเป็นจะต้องเป็นการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างครูฝึกกู้ภัยระบบภูเขากู้ภัยของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีความใกล้ชิดกับพื้นที่ป่าและมักจะได้รับการแจ้งเหตุให้เข้าช่วยเหลือ และหน่วยงานควาญช้างในบ้านพักช้างตระกูลแสน ก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุในพื้นที่ได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งในจังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติซึ่งนักท่องเที่ยวจะนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวและถ้าหากเกิดเหตุหรือสถานการณ์ที่จะต้องนำช้างเข้าไปช่วยเหลือ ช้างกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มแรกที่จะสามารถเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยและลดอันตรายที่เกิดขึ้นได้ก่อนจะนำส่งต่อสู่ระบบการแพทย์ฉุกเฉินต่อไป


