วันที่ 11 พฤศจิกายน 2567 เวลา 05:40 น.
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 10 พฤศจิกายน 2567
>> ตำรวจพญาไท จับสึก พระพิการเดินเรี่ยไร กลางกรุงฯ
07.20 น. พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผกก.สน.พญาไท ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.โชติพิสิฐ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผกก.ป.สน.พญาไท พ.ต.ต.มิตร คุณความดี สวป. สน.พญาไท ไปตรวจสอบหลังได้รับเรื่องร้องเรียน ว่ามีชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ เดินเรี่ยไรเงิน บนถนนเพชรบุรี และลักษณะการเดินนั้น คล้ายคนพิการ พร้อมเปิดเครื่องเสียง
จากการตรวจสอบพบ นาย นิพนธ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี เดินเรี่ยไรเงินพร้อมเปิดเครื่องเสียง เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกให้หยุด และขอตรวจสอบ จากการตรวจสอบ พบว่านายนิพนธ์ เป็นพระจริง มีเอกสารหนังสือสุทธิ โดยนายนิพนธ์ ให้การยอมรับว่า ได้เดินเรี่ยไรเงินจริง เจ้าหน้าที่จึงได้พาตัวไปทำการลาสิกขา เพื่อให้พ้นสภาพจากการเป็นพระภิกษุ ณ โรงพยาบาลสงฆ์ และ ได้นำตัวมายัง สน.พญาไท เพื่อทำบันทึกจับกุมนำส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ดำเนินคดีต่อไป จากการตรวจสอบประวัติ ไม่พบว่า นายนิพนธ์ เคยก่ออาชญากรรมแต่อย่างใด
>> แม่ใจร้าย ทิ้งลูกน้อยแรกเกิดลงคลอง คนงานไปเข้าห้องน้ำพบศพลอยขึ้นอืดแล้ว
08.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านเขว้า รับแจ้งจากทางเจ้าของโรงสี หมู่ที่7 ตำบลโนนแดง อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดจังหวัดชัยภูมิ ว่าพบศพเด็กแรกเกิด อยู่ในคลองน้ำหลังโรงสีของตน จึงรุดไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์โรงพยาบาลอำเภอบ้านเขว้าและหน่วยกู้ภัยสว่างคุณธรรมชัยภูมิ
ที่เกิดเหตุซึ่งเป็นคลองน้ำ มีใบไม้ ต้นไผ่ อยู่ข้างคลอง ในน้ำพบศพเด็กชายลอยอยู่น้ำ สภาพขึ้นอืด และ มีสายสะดือติดอยู่ ซึ่งบริเวณคลองน้ำนั้นมีหญ้าปกคลุมเต็มไปหมด จะมีเฉพาะบริเวณฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นถนนและมีช่องน้ำผ่านได้
จากการสอบถาม นายสังเวียน ซึ่งเป็นเจ้าของโรงสีเราว่าเมื่อช่วงเช้าตนก็ได้มาเปิดโรงสีและให้ลูกน้องเข้ามาทำการเก็บกวาด และ ไถเนินข้าวตามปกติ กระทั่งลูกน้องของตนนั้นจะเดินมาเข้าห้องน้ำ ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังโรงสี ลูกน้องของตนก็พบว่ามีศพเด็กทารกแรกคลอดลอยขึ้นอืดอยู่ภายในน้ำ จนจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ เพราะเป็นพื้นที่อยู่ติดกับโรงสีของตนส่วนคนงานที่อยู่ภายในโรงสีแห่งนี้นั้นไม่มีคนท้องและเป็นผู้หญิงมีจำนวน2 คนและไม่มีคนท้องซึ่งทั้ง 2 คนทำหมันแล้ว ซึ่งคาดว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว อีกทั้งบริเวณรอบโรงสีของตนนั้นมีถนนตัดผ่านเข้ามาตนคิดว่าน่าจะเป็นเด็กใจแตกที่ทำตัวเองท้องและทำแท้งก่อนนำศพมาทิ้งบริเวณ ถนนด้านหลังของตนซึ่งเป็นคลองน้ำ
ด้าน ร.ต.อ.วชิระ เพชรฤทธิ์ รอง สว.(สอบสวน)สภ.บ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ หลังเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุพร้อมกับแพทย์โรงพยาบาลอำเภอบ้านเขว้าแล้วนั้น ตนก็จะได้ส่งร่างไปทำการชันสูตรและไปทำการตรวจดีเอ็นเอ เพื่อทำการหาแม่ใจยักษ์รายนี้พร้อมจะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงเพื่อตรวจสอบว่ามีบุคคลต้องสงสัยที่นำศพดังกล่าวมาทิ้งพร้อมจะเร่งให้ชุดสืบสวนเร่งลงพื้นที่ เพื่อหาตัวแม่ใจยักษ์รายนี้มาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
>> "บิ๊กโจ๊ก" โผล่เป็นประธานทอดกฐินที่วัดจอมศรี ปัดให้ความเห็นคดี "ทนายตั้ม"
10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พล.ต.อ.สุรเชชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร.เดินทางมาที่วัดจอมศรี บ้านน้ำฆ้อง ต.พันดอน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เพื่อเป็นประธานทอดกฐิน ซึ่งวัดแห่งนี้มีพระครูนิมิตเมธากร หรือ หลวงปู่ประสิทธิ์ ฐาวโร หรือ หลวงตู้สิทธิ์ เจ้าอาวาสวัดจอมศรี ที่ บิ๊กโจ๊ก ให้เคารพนับถือและศรัทธา และเคยเดินทางมาร่วมทอดกฐินทุกปี บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนสายบุญหลั่งไหลเดินทางมาร่วมทอดกฐินร่วมกับบิ๊กโจ๊กเป็นจำนวนมาก ซึ่งยอดกฐิน รวมเป็นเงินทั้งหมด 903,878.25 บาท
โดยการเดินทางทำบุญครั้งนี้ "บิ๊กโจ๊ก" ปัดให้ความเห็นเรื่องทนายตั้มกับสื่อมวลชน ขอเดินสายทำบุญ จากนั้นเดินทางไปทอดกฐินที่วัดป่าเชียงกรม ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นวัดที่ 2 ที่ร่วมทอดกฐินที่ จ.อุดรธานี ในวันนี้
>> อุบัติเหตุ รถกระบะ, รถจักรยานยนต์ และรถบรรทุก เฉี่ยวชนกันกลางถนน และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย
11.30 น. รับแจ้งจาก อาสากู้ภัยบ่อพลอยร่วมใจ มีอุบัติเหตุ รถกระบะ, รถจักรยานยนต์ และรถบรรทุก ชนกันและมีผู้เสียชีวิต บนถนนหมายเลข 3086 ใกล้เคียงแยกเข้าบ้านวังใหญ่ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีเทา ป้ายทะเบียน กาญจนบุรี สภาพหน้ารถฝั่งขวาพังเสียหาย ห่างออกไปพบรถบรรทุก 18 ล้อ ป้ายทะเบียน กาญจนบุรี จอดอยู่กลางถนน และที่ล้อหลังพบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีน้ำเงิน ไม่ติดป้ายทะเบียน สภาพพังเสียหายทั้งคัน จากการตรวจสอบ พบว่ามีผู้เสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อ นายเฉลียว และ นางชบา ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อพลอย
>> หนุ่มใหญ่ แทงสาวใหญ่ หลังถูกปัดรักเจ็บทั้งคู่ พยายามขับรถไป รพ. ชนรถชาวบ้านพังยับ และบาดเจ็บหลายราย
12.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน ได้รับแจ้งเหตุชายขับรถเก๋งชนรถคันอื่นได้รับความเสียหายจำนวนมาก และมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย ท้ายซอยพหลโยธิน 48 แยก 14 ต่อเนื่องถึงบริเวณทางเข้า รพ.สายหยุด แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม.
ที่เกิดเหตุบริเวณท้ายซอยดังกล่าว พบรถจักรยานยนต์ ลักษณะถูกชนพังเสียหาย 4 คัน รถยนต์ 2 คัน รั้วบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 4 หลัง และมีผู้บาดเจ็บอีก 6 ราย ซึ่งทั้งหมดได้รับบาดเจ็บจากการถูกรถชน ทางอาสากู้ภัยให้การช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลไปแล้ว
โดยเบื้องต้น มีรายงานว่า รถคันที่ก่อเหตุเป็นรถยนต์โตโยต้า ยาริส สีแดง ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ขับไปชนประตูทางเข้า รพ.สายหยุด ได้รับความเสียหาย ซึ่งในรถพบนายออ (นามสมมุติ) อายุ 57 ปี ได้รับบาดเจ็บ มีแผลถูกแทงและฟกช้ำบริเวณลำตัว ถูกนำตัวส่ง รพ.ภูมิพล
จากการสอบถามทราบว่า นายออ ได้แอบชอบนางจอ (นามสมมุติ) แต่นางจอ ไม่สนใจ จึงขับรถมายังที่พักของนางจอ ก่อนจะใช้อาวุธมีดแทงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นนายออ ทำร้ายร่างกายตัวเองได้บาดเจ็บ แล้วขับรถยนต์โตโยต้า ยาริส สีแดง เพื่อจะมา รพ.สายหยุด แต่ระหว่างทางเกิดเหตุเฉี่ยวชนรถชาวบ้านและคนเดินเท้า รวมถึงบ้านเรือนริมทางภายในซอย เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินเสียหาย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวนถึงสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้ต่อไป
>> ลุง 67 ขี่รถจักรยานยนต์เสียหลักชนขอบสะพานร่วงตกจากสะพานเกือกม้าข้ามรางรถไฟลงมาเสียชีวิต
13.00 น. สภ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ รับแจ้งอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์เสียหลักล้มบนสะพานกลับรถข้ามรางรถไฟ ผู้ขับขี่พลัดตกลงมาเสียชีวิต ในพื้นที่หมู่ 14 บ้านหลาสะแก ต.ตาคลี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์
ที่เกิดเหตุพบศพชายไทย อายุ 67 ปี นอนตะแคงข้างเสียชีวิตอยู่ริมทางรถไฟ สภาพกระดูกหักเกือบทั่วทั้งตัว กะโหลกศีรษะแตก ส่วนบนสะพานเกือกม้าข้ามรางรถไฟ มีรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ สีดำ ทะเบียน 419 นครสวรรค์ ล้มคว่ำอยู่ ไม่มีรอยเบรกหรือเฉี่ยวชนกับรถคันอื่น มีเพียงรอยครูดที่กำแพงขอบสะพาน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาด ขณะผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์มาถึงที่เกิดเหตุ อาจเกิดอาการวูบจากโรคประจำตัวทำให้รถเสียหลักไปครูดกับขอบสะพานแล้วร่วงตกลงมากระแทกพื้นเสียชีวิต ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เร่งสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> ศปช. ย้ำ ไต้ฝุ่น “หยินซิ่ง” ไม่ส่งผลกระทบไทย
14.00 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีและโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม หรือ ศปช. เปิดเผยว่า กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศตั้งแต่วันนี้ถึงวันพรุ่งนี้ (จันทร์ที่ 11 พ.ย. 67) ว่ามวลอากาศเย็นกำลังปานกลาง ยังแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน อย่างต่อเนื่อง ทำให้ลมหนาวพัดมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนลมในระดับกลาง ยังมีลมฝ่ายตะวันออก ลมตะวันออกเฉียงใต้ พัดเข้ามาแทรกบางช่วง อากาศเย็นในตอนเช้า สำหรับยอดดอย ยอดภู จะมีอากาศหนาว ให้ได้สัมผัสกันยาวๆ ความหนาวเย็นจะแผ่ปกคลุมอยู่
“ส่วนสถานการณ์ของพายุไต้ฝุ่นหยินซิ่ง บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 13 พ.ย. นั้น พายุนี้ยังมีกำลังแรงเนื่องจากยังอยู่ในทะเล แต่ทิศทางยังมีเปลี่ยนแปลง แต่คาดว่าจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ เนื่องจากเคลื่อนตัวมาในขณะที่มีมวลอากาศเย็นแผ่ลงปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเมื่อเคลื่อนตัวเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนาม จึงยังไม่มีผลกระทบกับประเทศไทยในขณะนี้” นายจิรายุ กล่าว
>> บุกรวบหัวหน้าคนจีนแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ หลอกลวงคนไทยและชาวต่างชาติ
14.50 น. ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 5 พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผู้บังคับการตำรวจ สอท.5 เผยเหตุ เจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุมตัว นายเจียง อายุ 33 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทุ่งสง ข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนฯ , ร่วมกันเป็นอั้งยี่ ร่วมกันเป็นช่องโจร , นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมฯ และร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 29 มี.ค. 67 เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำรวจสืบสวน ภ.8 ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ กสทช. กว่า 100 นาย เข้าปูพรมตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุด ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ในการทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนรายใหญ่ ที่ลักลอบตั้งฐานแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกคนไทย , ชาวจีน , ชาวรัสเซีย และชาวญี่ปุ่น โดยครั้งนั้นจับกุมขบวนการชาวจีน และผู้ร่วมขบวนการทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ รวม 90 คน พร้อมยึดของกลางอีกรายหลายการ เช่น คอมพิวเตอร์ 192 เครื่อง, มือถือและซิมผี 854 เครื่อง, Router กระจายสัญญาณ 22 เครื่อง, และบัญชีม้า 342 เล่ม
ซึ่งจากการขยายผล พบความเชื่อมโยงว่าขบวนการดังกล่าวมี นางสาวเรวดี อายุ 51 ปี หรือ เจ๊เล็ก รองนายกเทศมนตรีจันดี ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่ที่กลุ่มคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนมาใช้ปฏิบัติการ โดยมี นายเจียง เป็นหัวหน้าคนจีน ทำหน้าที่รับส่งคนจีนด้วยกันจากที่พักในหมู่บ้านไปส่งที่โรงแรม ใช้รถยนต์ ยี่ห้อ Ford สีส้ม ที่ขับรับส่งคนจีนเข้าออกโรงแรมและหมู่บ้าน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> สรุปยอดผู้เสียหายคดี "ดิไอคอน กรุ๊ป" ทั่วประเทศ รวม 10,460 ราย มูลค่ากว่า 3,213 ล้านบาท
16.30 น. ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) สรุปข้อมูลการรับแจ้งความร้องทุกข์ในคดี "ดิ ไอคอน กรุ๊ป" จากศูนย์รับแจ้งความร้องทุกข์ตำรวจภูธรจังหวัดและกองบังคับการตำรวจนครบาล ประจำวันที่ 10 พ.ย. 67 รวมผู้เสียหาย 6 ราย มูลค่าความเสียหาย 1.7 ล้านบาทเศษ ยอดรวมสะสม ณ วันที่ 10 พ.ย. 67 มีจำนวนผู้เสียหายที่สอบปากคำแล้ว 6,789 ราย มูลค่าความเสียหายรวม 1,978 ล้านบาทเศษ
ส่วนยอดผู้เสียหาย ที่มาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มียอดรวมสะสม ณ วันที่ 10 พ.ย. 67 จำนวนผู้เสียหายที่สอบปากคำแล้ว 3,671 ราย มูลค่าความเสียหายเฉพาะที่สอบปากคำแล้วรวม 1,235 ล้านบาทเศษ ปัจจุบัน ยอดรวมผู้เสียหายที่เข้าให้ปากคำกับศูนย์รับแจ้งความร้องทุกข์ในคดี "ดิไอคอน กรุ๊ป" จากศูนย์รับแจ้งความร้องทุกข์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 10,460 ราย มูลค่าความเสียหาย 3,213 ล้านบาทเศษ
ขณะที่ DSI เตรียมแจ้งเพิ่ม 2 ข้อหา 18 บอสในเรือนจำวันพรุ่งนี้ หลังพบหลักฐานความผิดตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และ พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง แต่เนื่องจากได้รับการประสานจากทนายความของบอสบางรายว่ายังไม่พร้อม ในวันพรุ่งนี้จึงอาจจะยังแจ้งไม่ครบ 18 ราย และหลังแจ้งข้อหาเพิ่มแล้ว พนักงานสอบสวนจะสามารถควบคุมตัวได้เพิ่มไปอีก เป็น 84 วัน หลังจากเดิมครบกำหมดที่ 48 วัน
>> หญิงวัย 39 ปีขับขี่รถจักรยานยนต์ ชนกับรถอเนกประสงค์ เสียชีวิตกลางถนนลำลูกกา
19.00 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถนั่งส่วนบุคคล มีทั้งผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส บนถนนลำลูกกา บริเวณใกล้เคียงทางเข้าวัดคลองชัน ในพื้นที่ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ - แดง รถใหม่ยังไม่ติดป้ายทะเบียน ล้มคว่ำอยู่ริมถนน และใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 39 ปี ภูมิลำเนาชาว จ.ร้อยเอ็ด และมีผู้บาดเจ็บอีก 1 รายเป็นผู้หญิง มีอาการสาหัส ทาง หน่วยกู้ภัยร่มไทรนำส่งรพ.ปทุมเวช ห่างออกไปพบรถอเนกประสงค์ ซูบารุ สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. สภาพท้ายรถและกระจกหลังพังเสียหาย
ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้น อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูคต
>> ไฟไหม้รีสอร์ตดังบางเสร่ เผาอาคารไม้ในส่วนห้องพักเจ้าของวอด
19.55 น. สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รับแจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้รีสอร์ตชื่อดัง หมู่ 11 ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลตำบลเกล็ดแก้ว และหน่วยข้างเคียงรวม 6 คัน แล้วรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบเพลิงลุกไหม้ห้องพักตัวอาคารไม้ ซึ่งเป็นส่วนที่พักเจ้าของรีสอร์ตอย่างรุนแรง โดยมีเจ้าของรีสอร์ต ยืนดูอยู่ด้วยความตกใจ หลังพยายามวิ่งเข้าไปเอาทรัพย์สินภายในห้อง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงช่วยกันระดมฉีดน้ำนานกว่า 50 นาทีเพลิงจึงสงบลง ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
เจ้าของรีสอร์ต ระบุ ขณะนั่งอยู่ได้กลิ่มเหม็นไหม้เมื่อออกไปดูพบว่ามีเพลิงไหม้ภายในห้องพักของตน มีประกายไฟและกลุ่มควันจำนวนมากจึงรีบวิ่งไปเอาถังดับเพลิงมาฉีดแต่ไม่สามารถดับได้ เข้าไปเอาเงินสดและทองคำที่เก็บไว้ออกมาได้บางส่วน ค่าเสียหายประมาณ 2 ล้านบาท
เบื้องต้นคาดเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ที่เป็นสายไฟประดับโคมไฟบริเวณหน้าห้องพัก ก่อนลุกลามไปติดห้องพักที่สร้างจากไม้ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว โชคดีที่เจ้าหน้าที่เข้าระงับเหตุได้ทัน ทำให้เกิดความเสียหายบางส่วน พรุ่งนี้เทศบาลจะได้สำรวจความเสียหาย เพื่อช่วยเหลือเบื้องต้นต่อไป
ขณะที่พนักงานสอบสวน จะได้ประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 ชลบุรี มาเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> รถนั่งส่วนบุคคล ชนเข้ากลางลำรถพ่วงที่กำลังกลับรถ กลางถนนเจ้าคุณทหาร มีผู้เสียชีวิต 2 ราย
02.50 น. รับแจ้งเบื้องต้น จากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ว่า มีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคล ชนกับรถพ่วง 18 ล้อ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ถนนเจ้าคุณทหาร มาจากแยกเจ้าคุณทหาร ประมาณ 500 เมตร ช่วงทางกลับรถใกล้เคียงปั๊ม พีที ในพื้นที่ เขตลาดกระบัง กทม.
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนเข้ากลางลำ รถพ่วง อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม.
ตรวจสอบพบว่า มีคนติดค้างภายในยานพาหนะ จำนวน 3 ราย อาสากู้ภัยใช้เครื่องมือตัดถ่าง ดำเนินการงัดรถ และสามารถนำออกมาจากตัวรถได้ 2 ราย โดยผู้บาดเจ็บมีอาการสาหัสและหมดสติ ทางเจ้าหน้าที่กำลังทำ CPR ส่วนอีก 1 รายเป็นผู้ชายที่ติดภายในนั้น ได้เสียชีวิตแล้ว
คืบหน้า ผู้บาดเจ็บหญิง 1 ราย ทางรถกู้ชีพนำส่ง รพ.สิรินธร ส่วนอีก 1 รายนั้นเป็นผู้ชาย อาสากู้ชีพ-กู้ภัยพยายามทำ CPR เพื่อยื้อชีวิตแล้ว แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา สาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ฉลองกรุง
21 กุมภาพันธ์ 2569
21 กุมภาพันธ์ 2569
อุบัติเหตุ เก๋งชนกัน 2 คัน และชนพระภิกษุมรณภาพ ในพื้นที่ท่ามะกา กาญจนบุรี
21 กุมภาพันธ์ 2569
21 กุมภาพันธ์ 2569
อุบัติเหตุ เก๋งชนกัน 2 คัน และชนพระภิกษุมรณภาพ ในพื้นที่ท่ามะกา กาญจนบุรี