วันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 เวลา 05:42 น.
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567
>> รถทัวร์ ชนกับรถบรรทุก แล้วตกข้างทางที่ จ.แพร่ ผู้โดยสารบาดเจ็บหลายราย
06.00 น. รับแจ้งจาก สภ.สอง เหตุรถพ่วงชนรถทัวร์ พิกัดบนทางหลวงหมายเลข 103 ตอน แม่ยางฮ่อ - แม่ตีบ บ้านวังดิน ต.บ้านกลาง อ.สอง จ.แพร่
เกิดเหตุรถบัสโดยสาร กรุงเทพฯ-อุตรดิตถ์ ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ขับขี่มาจาก อ.สอง จ.แพร่ มุ่งหน้าไป อ.งาว จ.ลำปาง ถึงจุดเกิดเหตุเสียหลักเฉี่ยวชนกับ รถบรรทุกพ่วงทะเบียน ชัยนาท
จากการตรวจสอบ พบว่า มีผู้โดยสารทั้งหมด 47 คน เบื้องต้นได้รับบาดเจ็บ 45 ราย สีแดง 1 ราย สีเหลือง 17 ราย สีเขียว 27 ราย ทางอาสาสมัครให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและนำส่ง รพ.ใกล้เคียง สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ
>> เพลิงไหม้ภายในร้ายขายแก๊สหุงต้ม ย่านราษฎร์อุทิศ อาสาสมัครใช้ถังน้ำยาเคมีดับทัน
06.39 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยราษฎร์อุทิศ 3/1 ถนนราษฎร์อุทิศ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารคอนกรีตชั้นเดียว ประกอบกิจการจำหน่ายแก๊สหุงต้ม ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ภายในสำนักงาน เพลิงลุกไหม้เสียหายปลั๊กไฟติดผนัง ลุกลามฝ้าเพดานและคอมพิวเตอร์ พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 4 ตารางเมตร อาสาสมัครใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟติดผนัง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางชัน
>> "ทนายตั้ม" เข้ากองปราบ ให้การคดีเจ๊อ้อย 71 ล้าน โวยตร.อุ้มพยานทั้งที่ไม่มีหมาย
10.00 น. ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง "นายษิทรา เบี้ยบังเกิด" หรือ ทนายตั้ม เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับคดีที่ น.ส.จตุพร หรือ เจ๊อ้อย แจ้งความฉ้อโกงเงินไปกว่า 71 ล้านบาท
โดย นายษิทรา กล่าวตอนหนึ่งว่า หากทางตำรวจต้องการให้ตนมาให้ข้อมูล ตนรอมาตั้งนานแล้ว ที่ผ่านมา ตนอยากให้ฝ่ายเจ๊อ้อยให้การให้เต็มที่ ตนเคยทำหนังสือมาครั้งหนึ่งตั้งแต่คดีโอนมาที่นี่ใหม่ๆ ซึ่งตนบอกว่า ขอให้สอบผู้กล่าวหาอย่างละเอียดกับพยาน โดยแยกกัน ไม่ได้อยากให้มีทนายความด้วย จริงๆตนก็รู้ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร ตนก็อยากให้ตำรวจกองปราบดำเนินการเต็มที่ ถ้าจู่ๆ ตนรีบมาเดี๋ยวตำรวจก็จะมีเวลาในการทำคดีน้อย ตนก็เลยปล่อย ไม่ได้มาหาตำรวจก่อนหน้านี้ แต่วันนี้ทางตำรวจก็ไปหาตนถึงบ้านแล้ว ตนก็เลยเข้ามา ทั้งนี้ขอฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจ การที่ไปเอาตัวพยานไปโดยที่ไม่มีหมาย ที่จริงถ้าไปอย่างถูกต้อง เอาหมายไป เขาก็ยินยอมไปทุกคน หมายมาที่ตน ตนก็ยินยอม หรือว่าพยานที่อ้างเป็นลูกน้องเก่าของตน แต่นี่คุณเล่นเอาตำรวจ 2-3 คนไป
ตนเดินทางมาวันนี้ เพื่ออยากจะชี้แจงข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม พี่อ้อยหมดรักตนแล้ว ก็ไม่น่าทำกันแบบนี้ นายษิทรา กล่าวทิ้งท้าย
>> นายกฯ เผย ครม.อนุมัติงบกลาง 2,553 ล้านบาท ฟื้นฟูเกษตรกรหลังน้ำท่วม
11.45 น. ณ บริเวณโถงกลาง ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผย ภายหลังการประชุมภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ได้สั่งการให้กระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย ร่วมกันจัดตั้งคณะทำงานเพื่อการศึกษาความเป็นไปได้และความเหมาะสม รวมทั้งเร่งดำเนินการให้สามารถนำที่ดินของรัฐที่อยู่ในความรับผิดชอบของรัฐที่มีอยู่เป็นจำนวนมากให้สามารถนำมาทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้ แต่กรรมสิทธิ์ยังเป็นของรัฐอยู่ เพื่อเน้นการส่งเสริมให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยและมีคุณภาพดีขึ้น
นอกจากนี้ ภายหลังการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า เมื่อวานที่ผ่านมา (4 พ.ย.67) ได้สั่งการให้มีความร่วมมือระหว่างกระทรวงต่าง ๆ พร้อมบูรณาการ การดำเนินนโยบายต่าง ๆ ให้สำเร็จ เช่น กระทรวงการคลัง ให้มีการเร่งรัดเบิกจ่ายงบลงทุนของภาครัฐ และให้ทุกหน่วยงานร่วมมือกันในการเชื่อมโยง ข้อมูลให้สอดคล้องกับนโยบาย Digital government ของรัฐบาล พร้อมมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย ศึกษามาตรการรองรับการขยายตัวของเมืองและการปรับผังเมืองเพื่อให้ขยายตัวรองรับภาคอุตสาหกรรม และมอบหมายให้กระทรวงเกษตรกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์เร่งหามาตรการรับซื้ออ้อย และแนวทางการเผาอ้อย ข้าวโพด เพื่อลดฝุ่น PM2.5
นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังได้อนุมัติงบกลางฟื้นฟูเกษตรกร ผู้ประสบอุทกภัยปี 2567 ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอวงเงิน 2553 ล้านบาท จำนวน 8 โครงการ ทั้งการฟื้นฟูอาชีพการฟื้นฟูพื้นที่การเกษตร และซ่อมแซมเครื่องจักรกลเกษตร รวมถึงลดหนี้สินสมาชิกสถาบันเกษตรกรกลุ่มเกษตรกร
>> ทลายผับเถื่อนย่านห้วยขวาง พบนักท่องเที่ยวต่างชาติ เกือบ 30 คน พร้อมยาเสพติด
11.50 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.ห้วยขวาง ,พ.ต.อ.ศานติ กรเกษม ผกก.ดส., นำกำลังตำรวจ สน.ห้วยขวาง และ กก.ดส. เข้าตรวจค้น อาคารพาณิชย์ 5 ชั้น ที่ ซ.ประชาราษฎร์บำเพ็ญ 4 แขวง เขต ดินแดง กทม. พร้อมจับกุม นาย สาคร อายุ 25 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ ในข้อหา เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต และยินยอม หรือปล่อยปละละเลยให้มีการ กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานบริการ และ จำหน่ายสุรานอกเวลาที่กำหนด (พรบ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ม.28)
การจับกุม สืบเนื่องจาก ตำรวจ สน.ห้วยขวาง ได้รับแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการลักลอบเปิดสถานบริการจึงประสานตำรวจ กก.ดส.เข้าร่วมตรวจสอบ พบว่าบริเวณ ชั้น 1 และ 2 มีการปรับปรุงก่อสร้างและตกแต่ง ส่วนบนชั้น 3 พบห้องที่ตกแต่งแล้วจำนวน 2 ห้อง มีการตกแต่งระบบ แสง สี เสียง และพบผู้ใช้บริการชาวจีน รวม26 คน โดยพบในห้องที่ 1 จำนวน 7 คน (ชาย 3 คน หญิง 4) และ ห้องที่ 2 จำนวน 19 คน (ชาย 13 คน หญิง 6) ทั้ง 2 ห้อง กำลังดื่มกินและรับทานอาหาร ตรวจค้นในห้องที่ 1 พบ อุปกรณ์เสพยาเสพติด และบริเวณหน้าห้องที่ 2 พบกระกระเป๋าสะพาย ซึ่งภายในพบยาเสพติดเป็นเกล็ดลักษณะคล้ายไอซ์ บรรจุในซองซิบล็อคจำนวน 4ถุง
ต่อมานาย สาคร แสดงตัวเป็นผู้ดูแล และผู้จัดการอาคาร ให้การว่า อาคารดังกล่าว อยู่ระหว่างปรับปรุงตกแต่งเป็นร้าน คาราโอเกะ แต่เนื่องจากมีลูกค้าต้องการใช้บริการ ตนจึงลักลอบเปิดให้บริการ โดยคิดค่าบริการต่อห้องราคาห้องละ 20,000 บาท เจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบใบอนุญาตสถานบริการ พบว่าร้านดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตเปิดสถานบริการ และจำหน่ายสุรา พร้อมทั้งมีการจำหน่ายสุราของกลางดังกล่าวเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด
เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหา พร้อมแจ้งสิทธิ์ให้ผู้ถูกจับทราบและเข้าใจดีแล้ว จึงเชิญตัวมายัง สน.ห้วยขวาง เพื่อจัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวผู้ถูกจับกุมพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ได้นำกลุ่มผู้มาใช้บริการ และพนักงานภายในร้าน ตรวจสารเสพติดในร่างกายที่ รพ.ตำรวจต่อไป
>> "เคนโด้" นำผู้เสียหายค้านประกัน แม่ตั๊ก-ป๋าเบียร์ หวั่นคุกคาม พร้อมเรียกร้องตรวจสอบทรัพย์สินผู้ต้องหา
12.30 น. นายเกรียงไกรมาศ พจนสุนทร หรือเคนโด้ และผู้เสียหายจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางมาที่ สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก ภายหลังทราบว่า ตำรวจ ปคบ. จะส่งสำนวนคดีร้านทองแม่ตั๊ก ให้อัยการ ในวันนี้
โดย เคนโด ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ต้องการนำผู้เสียหายมาคัดค้านการประกันตัวว่าหากได้รับการประกันตัวเกรงว่าจะออกมาข่มขู่ คุกคาม ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน จึงขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากมองว่า เป็นการเอาเปรียบประชาชนที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
อีกทั้ง ในเรื่องของการตรวจสอบทรัพย์สิน และเส้นทางการเงินของทางเจ้าหน้าที่ ยังมีข้อสงสัยและข้อพิรุธจำนวนมากที่ไม่สามารถตรวจยึดเงินที่มีการไลฟ์สด 2-3 ร้อยล้าน กระเป๋าแบรนด์เนม รวมทั้งอสังหาริมทรัพย์ จึงสงสัยว่าในเรื่องนี้ใครเป็นคนเอาไป หรือมีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ซึ่งหากผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวแล้ว คิดว่าอาจจะออกมาเสวยสุขบนความทุกข์ของผู้เสียหาย อีกทั้งคดีฟอกเงินได้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว ทั้งหมดนี้เป็นข้อสงสัยของผู้เสียหายจึงอยากเรียกร้องและคัดค้านการประกันตัว
>> ปคบ.หอบสำนวน 7 พันหน้า คดี "แม่ตั๊ก-ป๋าเบียร์" ให้อัยการพิจารณา คาดมีความเห็นทันกำหนด
13.00 น. พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ผบก.ปคบ.) พร้อมทีมพนักงานสอบสวน บก.ปคบ. นำสำนวนการสอบสวนจำนวน 18 แฟ้มรวม 2 ลัง ส่งมอบให้ นายสัญจัย จันทร์ผ่อง อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา เพื่อพิจารณายื่นฟ้อง บริษัท เคทูเอ็น โกลด์ จำกัด, นายกานต์พล เรืองอร่าม หรือป๋าเบียร์ และ น.ส.กรกนก สุวรรณบุตร หรือแม่ตั๊ก เป็นผู้ต้องหาที่ 1-3 ในความผิด 5 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน ร่วมกันโฆษณาโดยใช้ข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค ร่วมกันเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ ปริมาณ หรือสาระสำคัญประการอื่นอันเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นของตัวเองหรือผู้อื่น และโฆษณาหรือใช้ฉลากที่มีข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อควรรู้อยู่แล้วว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
พล.ต.ต.วิทยา เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานของผู้เสียหายชุดแรก จำนวน 36 คน มาส่งสำนวน รวม 18 แฟ้ม 7,000 แผ่น ให้พนักงานอัยการ ซึ่งมั่นใจในพยานหลักฐาน และคาดว่าจะสามารถพิจารณามีความเห็นทันสั่งฟ้องภายในไม่เกินวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ ก่อนกรอบเวลาที่กำหนด ส่วนรายละเอียดสำนวน ตำรวจได้มีการติดตามเส้นทางการเงิน และทรัพย์สินของผู้ต้องหา โดยสามารถอายัดทรัพย์สินส่งไปยัง ป.ป.ง.แล้ว มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท แต่ยอมรับว่าจากการตรวจค้นกระเป๋าแบรนด์เนม กระเป๋าทอง ไม่พบอยู่ในที่เกิดเหตุ
พล.ต.ต.วิทยา กล่าวต่อว่า สำหรับผู้เสียหายในเฟส 2 ขณะนี้พบผู้เสียหายมีจำนวน 1,600 ราย และมีบางส่วน ทยอยเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน คาดว่าจะสามารถรวบรวมหลักฐานส่งให้พนักงานอัยการได้ตามกรอบเวลาที่กำหนดต่อไป
>> นายกฯ หารือเลขาธิการอาเซียน ร่วมมือสู้ภัยอาชญากรรมข้ามชาติและปัญหายาเสพติด
13.30 น. ดร. เกา กิม ฮวน เลขาธิการอาเซียน เข้าเยี่ยมคารวะนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมพูดคุยถึงผลลัพธ์ของการทำงานที่ผ่านมา และสิ่งที่ต้องการทำในอนาคต โดยเฉพาะนโยบายที่เกี่ยวกับอาชญากรรมข้ามชาติและปัญหาสังคม
นายกฯ เน้นย้ำถึงการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่หลายประเทศในอาเซียนกำลังเผชิญ โดยได้เร่งดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาจากทุกภาคส่วน และยินดีรับการสนับสนุนจากอาเซียนในการแก้ปัญหานี้ด้วย รวมถึงการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งนายกฯ ให้ความสำคัญกับการศึกษาแก่ผู้ต้องขัง และการให้โอกาสกลับมาใช้ชีวิตปกติหลังจากพ้นโทษ จะสามารถช่วยลดอัตราการกระทำความผิดซ้ำได้ โดยเลขาธิการอาเซียนได้ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้เช่นกัน
>> พบศพเด็กทารถ ยัดถุงดำทิ้งถังขยะ ของคอนโดฯ
14.08 น. รับแจ้งจาก กู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ ศรีราชา ตรวจสอบเหตุพบศพทารกภายในถังขยะ บริเวณที่พักขยะของคอนโดฯ แห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ม.3 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
ที่เกิดเหตุ พบศพทารก เพศชาย 1ราย เสียชีวิตแล้วร่างกายสมบูรณ์ สายสะดือเริ่มแห้งแล้ว ถูกใส่ถุงดำมาทิ้งอยู่ในถังขยะของพื้นที่คอนโดฯ ดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อวิน พร้อมแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ ก่อนมอบให้อาสากู้ภัยนำร่างของทารกส่งชันสูตรเบื้องต้นที่โรงพยาบาลแหลมฉบัง
>> ตร.ฝากขัง พี่เลี้ยงทำร้ายเด็ก 3 ขวบ ตำรวจคัดค้านประกันตัว
15.55 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีพี่เลี้ยงทำร้ายร่างกายเด็กชาย วัย 3 ขวบ จนบาดเจ็บ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวพี่เลี้ยงมาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังจากตำรวจได้ทำการสอบปากคำผู้ต้องหาจนเสร็จสิ้น โดยทางพนักงานสอบสวนได้คุมตัวผู้ต้องหาไปพิมพ์ลายนิ้วมือทำประวัติ และทำหนังสือขออำนาจฝากขัง น.ส.จัน (นามสมมุติ) อายุ 39 ปี (พี่เลี้ยง) ที่ศาลแขวงพระนครเหนือ ในข้อหา "ทำร้ายร่างกาย และ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำ ด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550"
ทั้งนี้ ต้องรอผลแพทย์อีกครั้งในส่วนของบาดแผลว่าสาหัสหรือไม่ ถ้าผลแพทย์ออกมาว่าบาดเจ็บสาหัส จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม โดยหลังจากนี้ทางเด็กชายวัย 3 ขวบ หลังจากมีการรักษาตัวที่ รพ. เสร็จจะอยู่ในการคุ้มครองของเจ้าหน้าที่ พม. ร่วมกับเด็กชายวัย 7 เดือน จนกว่าจะติดต่อทางญาติได้
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว โดยจะมีการฝากขังทั้งหมด 5 ผัด ผัดละ 6 วัน รวมเป็น 30 วัน ก่อนจะมีการสรุปสำนวนส่งฟ้องต่อศาลต่อไป
>> รถจักรยานยนต์ชนเสาไฟฟ้า บาดเจ็บสาหัส 2 และมีเสียชีวิต 1 ราย
16.43 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนเสาไฟฟ้าข้างทาง และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส บนถนนจรัญสนิทวงศ์ ใกล้เคียงซอยจรัญสนิทวงศ์ 18 ในพื้นที เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
ที่เกิดหเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีดำ ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำสภาพรถพังเสียหาย และใกล้กันพบว่ามีผุ้ได้รับบาดเจ็บมีอาการสาหัส 3 ราย ทางอาสาสมัครให้การช่วยเหลือ และนำส่งโรงพยาบาลศิริราช จำนวน 2 รายเป็นผู้ชาย และผู้หญิง ส่วนอีก 1 รายนั้นการช่วยเหลือทำ CPR ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นหญิงไทย อายุ 18 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางกอกน้อย
>> ตม.1 สนธิกำลัง จนท. เข้าจับกุมต่างด้าว ตั้งแผงลอยขายเสื้อผ้าโดยผิดกฎหมาย ที่ตลาดโบ๊เบ๊
18.55 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 นำกำลังตำรวจ กก.สืบสวน บก.ตม.1 สนธิกำลังกับสำนักงานจัดหางานพื้นที่ 8 ลงพื้นที่ตรวจสอบตลาดโบ๊เบ๊ ตามคำสั่ง ผบ.ตร. ให้มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรม ระหว่างวันที่ 5-15 พ.ย. 67 โดยมีเป้าหมายหลัก เป็นคนต่างด้าวที่กระทำความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกฎหมายอื่นๆ
สืบเนื่องมาจากมีประชาชนแจ้งเบาะแสว่ามีคนต่างด้าวเข้ามาประกอบอาชีพต้องห้ามโดยการตั้งร้านแผงลอยขายเสื้อผ้า ลักษณะเป็นเจ้าของธุรกิจเอง ในบริเวณดังกล่าว ผลการปฏิบัติงาน สามารถจับกุมคนต่างด้าว สัญชาติลาว 5 คน, เมียนมา 1 คน, จีน 1 คน รวม 7 คน
โดยถูกแจ้งข้อหา "เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน" และ ถูกแจ้งข้อหา "เป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิ์จะทำได้ฯ (ขายของหน้าร้าน)" เบื้องต้น นำตัวคนต่างด้าวทั้ง 7 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> ไฟไหม้ภายในเต็นท์รถมือสอง เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงทัน เสียหาย 3 คัน สุนัขตาย 1 ตัว
19.00 น. ตำรวจหน่วยบริการประชาชนบางใหญ่ ต.มะขามเตี้ย เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ที่เต็นท์รถยนต์แห่งหนึ่ง ริมถนนสายสุราษฎร์ธานี - พุนพิน ใกล้สี่แยกบางใหญ่ ในพื้นที่ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี
ที่เกิดเหตุได้ปิดทำการแล้วพบรถเก๋ง และรถกระบะ จอดอยู่ประมาณ 13 คัน โดยรถต้นเพลิงเป็นรถเก๋งจอดอยู่แถวที่ 2 ด้านในสุดเพลิงกำลังโหมลุกไหม้จากภายในรถอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องรีบฉีดน้ำสกัดเปลวไฟ เนื่องจากมีรถยนต์คันอื่นๆจอดติดกันและไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกได้ทัน โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาทีสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบรถเก๋งต้นเพลิงเสียหายทั้งคัน และรถยนต์ที่จอดติดกันได้รับเสียหายอีก 2 คัน นอกจากนี้มีสุนัข อายุประมาณ 2-3 ปีที่อยู่ในกรงตาย 1 ตัว ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างสอบสวนของตำรวจ
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศลาว
21.49 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.0 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศลาว ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ ต.ริมโขง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ประมาณ 73 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> บ้านไม้เก่าทรุดตัว กู้ภัยเร่งช่วยเหลือคุณยาย ติดค้างใต้ซาก ก่อนนำส่ง รพ.
00.20 น. วันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 รับแจ้งจาก ศูนย์วิทยุพระราม199 เกิดเหตุ บ้านเรือนประชาชนทรุดตัว พังถล่ม ภายในซอยเจริญกรุง 99 แยก 10 เขตบางคอแหลม เบื้องต้นรับแจ้งว่า มีประชาชนติดอยู่ภายใน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการ
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ พบว่ามีผู้ติดค้างภายในบ้าน เป็นผู้หญิง 2 ราย อาสาสมัครช่วยเหลือนำออกมาได้ 1 ราย ส่วนอีก 1 รายนั้นยังติดค้างภายในและมีอาการสติ ทางเจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการ
ที่เกิดเหตุ บ้านเลขที่ 200/4 ตรอกบางอุทิศ 10 ลักษณะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น พบว่าโครงสร้างและหลังคาบ้านได้ทรุดตัวลงมา ตรวจสอบแล้วมีผู้ติดค้างจำนวน 1 ราย ทางอาสาสมัครกู้ภัย ม.ร่วมกตัญญู และเจ้าหน้าที่อาสาบรรเทาฯ ดำเนินการเปิดกระเบื้องหลังคา และเศษซากไม้ออก เพื่อช่วยเหลือผู้ติดค้างภายใน
เวลา 01.12 น. เจ้าหน้าที่ดำเนินการให้การช่วยเหลือผู้ติดค้างภายใน นำออกมาจากซากบ้านได้อย่างปลอดภัย เบื้องต้นผู้ประสบภัย เป็นผู้หญิง ทราบชื่อต่อมา นส.ประคอง อายุประมาณ 60 - 70 ปี มีอาการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ตอนแรกจะไม่ยอมไปทำบาดแผลเนื่องจากห่วงทรัพย์สินภายในบ้าน แต่ทางเจ้าหน้าที่เกลี่ยกล่อม จนยินยอมเดินทางไปกับรถหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์
ผู้สื่อข่าวรายงาน คืบหน้าว่า บ้านหลังดังกล่าว มีผู้พักอาศัย 2 ราย เป็นตา-ยาย เป็นอดีตข้าราชการเกษียณของหน่วยงานกระทรวงมหาดไทย หลังเกิดเหตุบ้านทรุดตัว คุณตา สามารถช่วยเหลือตัวเอง ออกมาได้อย่างปลอดภัย ส่วนคุณยายติดอยู่บริเวณใต้ถุนบ้าน อาสาฯ ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างจนช่วยเหลือออกมาสำเร็จ และต่อมาได้นำตัวคุณตากับคุณยายส่ง รพ.เจริญกรุง เพื่อตรวจเช็คอาการบาดเจ็บ
จากการสอบถามเพื่อนบ้าน ตายายอาศัยอยู่ในบ้านไม้เก่าหลังนี้หลายปีแล้ว นิสัยชอบดื้อ ไม่เชื่อฟัง เพราะเคยเตือนหลายครั้งแล้ว เรื่องบ้านไม่ค่อยแข็งแรง แล้วมีลักษณะเอียง สามารถจะทำให้เกิดถล่มได้ แต่ก็ไม่เชื่อ ตายายเคยด่าเพื่อนบ้านว่า “มึงจะมายุ่งกับกูทำไม กูอยู่ของกูมาหลายปีแล้ว” หลังจากที่บ้านหลังนี้ถล่มลงมา อาสาฯช่วยออกมาได้สำเร็จ ตากับยาย จะไม่ยินยอมไป รพ.เพื่อตรวจเช็คร่างกาย เพราะห่วงทรัพย์สินในบ้าน หลังจากนี้ จนท.ในส่วนที่เกี่ยวข้อง จะต้องตรวจสอบในการเกิดเหตุครั้งนี้ต่อไป
>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ มีผู้เสียชีวิต
00.25 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุ ถนนเลียบคลอง 3 ระพีพัฒน์ ในพื้นที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ น้ำเงิน-ดำ ป้ายทะเบียน กทม. ชนกับรถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. และมีผู้เสียชีวิตชาย 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 18 ปี สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง
>> แผ่นดินไหว พื้นที่ประเทศอินเดีย
00.40 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.9 ความลึก 10 กม. บริเวณหมู่เกาะนิโคบาร์ ภายในพื้นที่ของประเทศอินเดีย ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.พังงา ประมาณ 509 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย