24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 27 ตุลาคม 2567
>> เพลิงไหม้รถยนต์ แล้วลุกลามภายในอู่ซ่อมรถ ย่านซอยสุภาพงษ์ 1
09.23 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อู่ซ่อมรถ สถานที่เกิดเหตุ ซอยสุภาพงษ์ 1 แยก 2 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอู่ซ่อมรถ ชั้นเดียวโครงสร้างเหล็กหลังคาเมทัลชีท ประกอบกิจการอู่ซ่อมรถ ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในอู่ซ่อมรถ เพลิงลุกไหม้ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลชนิดเก๋ง หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร และลุกลามหลังคาเสียหายบางส่วน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 4 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่สายไฟฟ้า ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยสุขุมวิท
>> หนุ่มเมียนมา ขับขี่รถจักรยานยนต์ชนเสาไฟฟ้า เสียชีวิตริมถนน
11.40 น. สมาคมอยุธยารวมใจ หน่วยกู้ภัยอยุธยา รับแจ้งอุบัติเหตุจักรยานยนต์ชนเสาไฟฟ้า มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถนนภายในนิคมฯ โรจนะ 1 ในพื้นที่ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟินน์ สีน้ำเงิน - ดำ ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะชนกับเสาไฟฟ้าข้างทาง ใกล้กันพบร่างผู้บาดเจ็บ 1 รายมีอาการสาหัส มีบาดแผลแตกที่ศีรษะ มีเลือดไหลออกทางปาก จมูก และรูหู ทางอาสากู้ชีพ-กู้ภัยเร่งช่วยเหลือ แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสารเป็นชาย ชาวสัญชาติเมียนมา ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุทัย
>> ไฟไหม้เพิงพัก ซอยพระยาสุเรนทร์ 30 เสียหายวอดทั้งหลัง
11.51 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ไม่มีเลขที่ ซอยพระยาสุเรนทร์ 30 ถนนพระยาสุเรนทร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพิงพักโครงสร้างไม้ชั้นเดียว ใช้สำหรับพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในเพิงพัก เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งหลัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 5 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่ทราบสาเหตุเนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางชัน
>> รถไฟชนคน เป็นหญิง อายุ65 ปี ผู้พิการเป็นใบ้และหูหนวก เสียชีวิตริมทางรถไฟ
12.05 น. รับแจ้งจากมูลนิธิกุศลสถานตรัง ว่ามีเหตุรถไฟขบวน กรุงเทพอภิวัฒน์ - กันตัง รถชนคนเสียชีวิต บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 846/4-5 ระหว่างสถานีตรัง - กันตัง ในพื้นที่ อ.กันตัง จ.ตรัง
ที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิต 1 คน ตรวจสอบเอกสาร เป็นหญิงไทย อายุ 65 ปี จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า ผู้เสียชีวิต เป็นผู้พิการเป็นใบ้และหูหนวก ได้มาช่วยญาติขายของบริเวณใต้สะพานข้ามทางรถไฟเป็นประจำ
ก่อนเกิดเหตุ มีอาการปวดท้องจึงเดินตัดข้ามทางรถไฟไปอีกฝั่ง เพื่อเข้าห้องน้ำเป็นจังหวะเดียวกับที่รถไฟขบวนดังกล่าว แล่นผ่านพอดี ชาวบ้านและญาติช่วยกันเรียกและจะวิ่งมาห้ามก็ไม่ทัน จึงทำให้ถูกรถไฟชนผู้ตายกระเด็นไปไกลประมาณ 20 เมตร และเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่มอบศพให้ทางญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กันตัง พร้อมด้วยแพทย์เวร ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก่อนมอบให้อาสาสมัครนำร่างส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลกันตัง
>> สาวเมียนมา ขับขี่รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถบรทุก แล้วโดนทับซ้ำ เสียชีวิตกลางถนนเทพารักษ์
12.25 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก และมีผู้เสียชีวิต บนถนนเทพารักษ์ เลยแยกคลองขุด มุ่งหน้าโรงพยาบาลบางพลี ในพื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง ป้ายทะเบียน กทม. ล้มคว่ำอยู่ข้างทาง ห่างออกไปพบรถบรรทุก อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน สมุทรปราการ ใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้หญิง อายุประมาณ 30- 35 ปี สัญชาติเมียนมา ลักษณะถูกล้อรถทับ ในส่วนของสาเหตุนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี
>> รถเก๋งชนกับรถกระบะเข้ากลางลำ มีผู้บาดเจ็บเกือบสิบราย
12.38 น. รับแจ้งจาก หน่วยกู้ชีพสากเหล็ก ตรวจสอบอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบคคล ชนกับรถกระบะ และมีผู้บาดเจ็บหลายราย บนถนนใกล้แยกคลองทรายเหนือ ในพื้นที่ หมู่ที่ 6 ตำบลหนองหญ้าไทร อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล มาสด้า สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน กทม. สภาพหน้ารถพังเสียหาย และห่างออกไปพบรถกระบะ โตโยต้า สีทอง ป้ายทะเบียน พิจิตร สภาพมีร่องรอยถูกชนเข้าที่ประตูข้างขวา ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 10 ราย เป็นหญิง 7 ราย, ชาย 1 ราย, เด็กชาย 1 ราย และเด็กหญิง 1 ราย ทางอาสาสมัครเร่งให้การช่วยเหลือและนำส่ง รพ.บางกระทุ่ม และ รพ.พิจิตร สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สากเหล็ก
>> ผู้เสียหายชาวไทย-ต่างชาติ กว่า 20 ประเทศ มอบตัวแทนแจ้งความ "ดิไอคอน"
13.00 น. นายอิทธิเดช ธเนศวัฒนะ ตัวแทนผู้รวบรวมผู้เสียหายของบริษัท The Icon Group ในต่างประเทศ นำคุณนิน ผู้เสียหายชาวไทย จากฮ่องกง มาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ The Icon Group กับพนักงานสอบสวน บก.ปคบ.
โดย คุณนินเปิดเผยว่า เธอเห็นโฆษณาผ่านโซเชียลจึงได้ทักและได้รับการชักชวนผ่านแม่ข่ายที่ชื่ออักษรย่อ จ. ให้ร่วมลงทุน นอกจากนี้ตนยังเห็นป้ายโฆษณาในประเทศไทยหลายป้ายตามทางด่วน เป็นโฆษณาของ The Icon เธอเห็นว่าเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ มีแบรนด์ที่น่าเชื่อถือและตัวเธอเองนั้นก็มีอาชีพเปิดร้านขายของชำ รับสินค้าจากประเทศไทยไปขายที่เกาลูน ฮ่องกง เลยตัดสินใจเปิดบิลสินค้าคอลลาเจนกับ The Icon เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว จำนวน 2 บิล มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท อีกทั้งยังชักชวนเพื่อนชาวไทยอีก 3 คน ในฮ่องกงมาร่วมลงบิลด้วย รวมมูลค่า กว่า 2 ล้านบาท
ปรากฏว่า ต้องเป็นคนลงทุนเบิกสินค้าข้ามน้ำข้ามทะเลจากประเทศไทยไปฮ่องกง แต่ไม่สามารถขายสินค้าดังกล่าวได้เลย เพราะเนื่องจากมีราคาที่สูงและไม่เป็นที่นิยมของคนฮ่องกง ขายได้แต่เพียงแค่คนไทยด้วยกันเองเท่านั้น และเมื่อบริษัท The Icon Group เกิดปัญหา ทำให้เธอไม่สามารถเบิกสินค้าจากคลังของบริษัทได้ อีกทั้งคดีความที่เกิดขึ้น จึงส่งผลสินค้าของบริษัทขาดความน่าเชื่อถือแล้ว ยิ่งก่อให้เกิดความเสียหายและไม่สามารถคืนทุนได้ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความร้องทุกข์ เพราะถือเป็นการฉ้อโกง ทำให้เธอและเพื่อนได้รับความเสียหายรวมกว่า 2 ล้านบาท
ด้าน นายอิทธิเดช กล่าวว่า ขณะนี้ตนรวบรวมผู้เสียหายจากต่างประเทศได้มากกว่า 20 ราย ทั้งจากประเทศจีน เมียนมา ลาว กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิตาลี เยอรมนี เอสโตเนีย สวีเดน ลักเซมเบิร์ก แคนาดา สหรัฐอเมริกา มาเก๊าและฮ่องกง โดยผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นชาวไทยที่ไปแต่งงานกับชาวต่างชาติและพำนักอยู่ที่นั่น รวมทั้งยังได้ชักชวนญาติชาวต่างชาติให้มาร่วมเปิดบิลลงทุนกับ The Icon รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท ซึ่งในวันนี้ นอกจากตนได้พาผู้เสียหายจากฮ่องกงมาแจ้งความแล้ว ตนยังได้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายชาวอังกฤษและคนไทยที่อยู่ในลักเซมเบิร์ก เอสโตเนีย กับอิตาลี ให้เข้าแจ้งความแทนด้วย
>> นายกฯ ”แพทองธาร“ พร้อมจับเข่าคุย คกก.ร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยให้ยืนหนึ่งในภูมิภาค
13.30 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (28 ต.ค.) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมประชุมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน อาทินายสนั่น อังอุบลกุล ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายผยง ศรีวณิช ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย และนายสุธีร์ สธนสถาพร ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศไทยจากทุกภาคส่วน
“ที่ผ่านมา คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ระดมความเห็นจากตัวแทนภาคธุรกิจในสาขาต่าง ๆ และนำมารวบรวมเป็นข้อเสนอเพื่อให้รัฐบาลนำมาประกอบกันเป็น แนวทาง เพื่อกำหนดทิศทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ให้สอดรับกับสถานการณ์ของโลกและภูมิภาค เพื่อนำไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งในระยะเร่งด่วน ระยะกลางและระยะยาว และเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ โดยมีเป้าหมาย เพื่อนำไปสู่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดยผู้แทนภาคธุรกิจเอกชนได้เตรียมข้อเสนอ 4ด้าน อาทิแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ การช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) การบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ และแนวทางในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย “รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศโดยเฉพาะจากภาคเอกชนซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนไปด้วยกันอย่างมั่นคง ภาคเอกชนถือเป็นเครื่องจักรกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยข้อเสนอของภาคเอกชน รัฐบาลจะไปนำศึกษาเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป“ นายจิรายุกล่าว
>> กระบะชนเสาไฟก่อนพลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้า อาสากู้ภัยใช้เครื่องมือตัดถ่าง เพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากตัวรถ
14.10 น. รับแจ้งอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ มีอุบัติเหตุรถยนต์ รถกระบะเสียหลักพลิกคว่ำชนเกาะกลางถนน บริเวณเส้นทางหน้าค่ายบุรฉัตร อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี
ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ สีเทา ป้ายทะเบียน 1003 กาญจนบุรี สภาพพลิกหงายท้องล้อชี้ฟ้าบนเกาะกลางถนน และใกล้กันพบเสาไฟสภาพถูกชนล้มลงมา จากการจราจร พบว่ามีผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชาย 1 ราย สภาพร่างติดค้างในยานพาหนะ อาสาสมัครกู้ภัยรถพยาบาลรถอุปกรณ์ตัด-ถ่าง เข้าให้ความช่วยเหลือและดำเนินการใช้เครื่องตัดถ่าง และนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาด้านนอกรถ เพื่อให้ทางแพทย์เวร ได้ทำการชันสูตรพลิกศพในเบื้องต้นในที่เกิดเหตุ
ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองราชบุรี
>> ในหลวง-พระราชินี ประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน วัดอรุณราชวราราม โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค
15.14 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังท่าวาสุกรี เพื่อประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวราราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยเสด็จในการนี้ด้วย
จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ไปยังสะพานฉนวนประจำท่าเทียบเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ องคมนตรี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เฝ้าฯ รับเสด็จ ต่อจากนั้น พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลเรือเอก จิรพล ว่องวิทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้บัญชาการขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลพระกรุณารายงานจำนวนเรือและกำลังพล เสร็จแล้ว เวลา 15.20 น. เสด็จฯ ไปประทับเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ กองทหารเกียรติยศถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี
สำหรับการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ในปี 2567 นี้ กองทัพเรือดำเนินการจัดรูปขบวนตามรูปแบบโบราณราชประเพณีทุกประการ โดยจัดรูปขบวนเรือ แบ่งออกเป็น 5 ริ้ว 3 สาย มีกำลังพลประจำเรือ ในทุกริ้วขบวน จำนวน 2,412 นาย ใช้เรือพระราชพิธีทั้งสิ้น 52 ลำ
รวมถึงเรือพระที่นั่ง 4 ลำ ประกอบด้วย เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9 และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ ซึ่งระยะทางจากฉนวนน้ำท่าวาสุกรีถึงฉนวนน้ำท่าหน้าพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม รวม 3.9 กิโลเมตร
>> แผ่นดินไหว ประเทศเมียนมา
18.02 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.2 ความลึก 4 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 107 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> ยอดผู้เสียหาย "ดิไอคอน กรุ๊ป" ทั่วประเทศพุ่ง 9,472 ราย มูลค่าความเสียหายแตะเกือบ 3 พันล้านบาท
19.41 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน โดยศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) สรุปข้อมูลการรับแจ้งความร้องทุกข์ในคดีดิ ไอคอน กรุ๊ป จากศูนย์รับแจ้งความร้องทุกข์ตำรวจภูธรจังหวัดและกองบังคับการตำรวจนครบาล ประจำวันที่ 26 ตุลาคม 2567 รวมผู้เสียหาย 211 ราย มูลค่าความเสียหาย 56 ล้านบาทเศษ ยอดรวมสะสม ระหว่างวันที่ 18 – 26 ตุลาคม 2567 มีจำนวนผู้เสียหายที่สอบปากคำแล้ว 5,999 ราย มูลค่าความเสียหายรวม 1,728 ล้านบาทเศษ
ปัจจุบัน ยอดรวมผู้เสียหายที่เข้าให้ปากคำกับศูนย์รับแจ้งความร้องทุกข์ในคดีดิไอคอน กรุ๊ป จากศูนย์รับแจ้งความร้องทุกข์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 9,472 ราย มูลค่าความเสียหาย 2,918 ล้านบาทเศษ