24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 19 กันยายน 2567
>> รถเก๋ง ชนท้ายรถบรรทุกกลางถนนสายบ้านบึง - แกลง ผู้โดยสารดับ ส่วนคนขับเก๋งเจ็บเล็กน้อย
06.15 น. รับแจ้งจาก สภ.แกลง มีอุบัติเหตุ รถนั่งส่วนบุคคล ชนท้ายรถบรรทุก และมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต กลางถนนสายบ้านบึง - แกลง บริเวณแยกไฟแดงหนองกันเกรา ในพื้นที่ อ.แกลง จ.ระยอง
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล โตโยต้า อัลติส สีแดง ทะเบียน กรุงเทพมหานคร จอดอยู่กลางถนน สภาพรถด้านหน้าพังยับไปจนถึงห้องโดยสาร ตรวจสอบพบผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชาย อายุ 45 ปี บุคคลสัญชาติกัมพูชา และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส เป็นชายอีก 1 ราย ทางอาสาสมัครให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนจะนำตัวส่ง รพ.แกลง ส่วนผู้ขับขี่รถเก๋ง บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย และห่างออกไปพบรถพ่วง สีขาว จอดอยู่ในสภาพท้ายรถพังเสียหาย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เรียกคนขับรถยนต์ทั้ง 2 คันไปสอบสวนเพื่อหาสาเหตุ และจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
>> พบศพสาวหล่อที่นครปฐม คาดถูกฆ่าชิงรถ ล่าสุดตรวจพบ GPS อยู่ในจังหวัดภาคใต้
08.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม รับแจ้งเหตุพบศพในป่าหญ้าริมถนนสายนครชัยศรี-ห้วยพลู หมู่ 5 ต.สัมปทวน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม
ที่เกิดเหตุ เป็นป่าหญ้าริมถนน พบศพผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าแช่ในร่องน้ำ สภาพขึ้นอืดมีหนอนไต่ จึงนำศพขึ้นมาตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าร่างกายบริเวณส่วนที่จมอยู่ในน้ำเนื้อหนังเน่าเปื่อย เป็นลักษณะเป็นกะโหลกศีรษะและกระดูกบริเวณช่วงแขนข้างซ้าย บริเวณลำคอมีสายชาร์จโทรศัพท์สีขาวพันอยู่ ร่างกายส่วนล่างยังคงสภาพ สวมเสื้อยีนส์ มีผ้ารัดอกสีดำ กางเกงยีนส์ขาสั้น สวมถุงเท้าสีขาว
ตรวจสอบ พบทรัพย์สิน ข้อมือข้างขวาสวมใส่นาฬิกาโลหะสวมใส่ 1 เรือน, บริเวณข้อมือซ้ายสวมใส่กำไลลูกปัดสีดำ 1 เส้น ตรวจสอบภายในกระเป๋าเสื้อ พบกระเป๋าสตางค์สีเขียว มีเงินสด และเอกสาร ระบุชื่อ น.ส.ฐิติรัตน์ อายุ 47 ปี คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 7 วัน จึงมอบศพให้มูลนิธิฯ ส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่ รพ.นครปฐม
เบื้องต้น ทางญาติเล่าว่า ผู้ตายขับรถเก๋ง ยี่ห้อ MG สีดำ ทะเบียน กทม. โดยขับออกจากบ้านในพื้นที่ สน.ดินแดง เมื่อเวลา 15.00 น. ของวันที่ 10 ก.ย. 67 ที่ผ่านมา ทราบว่าเจ้าตัวมารับผู้โดยสารไปส่งยังปลายทางจังหวัดนครปฐม ปัจจุบันไม่สามารถติดต่อได้ เกรงว่าจะเกิดอันตราย
เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานคาดว่า ผู้ตายถูกคนร้ายในคราบผู้โดยสารลวงมาแล้วทำร้ายแล้วชิงรถ แล้วนำศพมาทิ้ง ส่วนประเด็นอื่นก็ยังไม่ตัดทิ้ง ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนหาเบาะแสและให้ชุดสืบสวนตรวจกล้องวงจรปิดและตามรถยนต์ของผู้ตาย ซึ่งได้เบาะแสว่ารถขับไปทางภาคใต้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีโดยเร็ว
>> เหตุฆาตกรรม นายฮ้อย 2 พ่อลูก ตร.เร่งสืบหาคนร้าย เพื่อทำการจับกุม จ.กาฬสินธุ์
08.30 น. สมาคมร่วมใจสินธุ์การกุศล สำนักงานใหญ่ อ.ยางตลาด รับแจ้งจาก สภ.ยางตลาด ว่ามีเหตุฆาตกรรมที่บริเวณทุ่งนาบ้านโนนสวรรค์ ม.8 ต.หนองอิเฒ่า อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์
ที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตชาย 2 รายทราบชื่อต่อมา นายเหรียญ อายุ 61 ปี และ นายปิยพงษ์ อายุ 32 ปี ทราบว่าเป็นพ่อ-ลูก ถูกยิงด้วยอาวุธปืนและถูกแทงด้วยอาวุธไม่ทราบชนิดทั้ง 2 ราย นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณท้ายรถกระบะขนวัว และได้ตรวจสอบบริเวณโดยรอบ พบเชือกที่คาดว่าจะใช้เป็นอุปกรณ์ในการก่อเหตุ
และห่างออกไป พบปลอกกระสุนปืนไม่ทราบขนาดตกอยู่ 2 ปลอก ซึ่งจุดที่คาดว่าจะเป็นจุดฆาตกรรมอยู่ภายในป่าของเขตอำเภอกันทรวิชัย จึงได้ประสานแพทย์เวร รพ.ยางตลาด, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยางตลาด พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบและเก็บวัตถุพยานหลักฐานบริเวณจุดเกิดเหตุ ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนต่อไป
>> รถกระบะพุ่งลงคลองน้ำ กู้ภัยลงงมค้นหา พบสาวใหญ่ผู้ใหญ่บ้าน ร่างติดอยู่ภายในยานพาหนะ
10.00 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ (ขุนรัตนาวุธ) มีอุบัติเหตุ รถยนต์ตกคลองน้ำ บริเวณถนนเส้นทางหนองสาหร่าย - ท่าม่วง ม.7 ต.หนองสาหร่าย อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นคลองน้ำขนาดกว้างใหญ่ พบร่องรอยล้อรถยนต์ที่เหยียบหญ้าล้มข้างริมคลอง เหนือผิวน้ำมีคราบน้ำมัน และมีสิ่งของขวางทางกั้นน้ำ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นรถยนต์ จึงประสานทีมสายธาร(ชุดปฏิบัติการค้นหาใต้น้ำมูลนิธิขุนรัตนาวุธ) และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครในพื้นที่ ลงตรวจสอบทันที
โดยการตรวจสอบ พบว่าเป็นรถยนต์ 1 คันจมอยู่ในน้ำ เป็นกระบะ มาสด้า สีขาว ป้ายทะเบียน กาญจนบุรี ภายในห้องโดยสารพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย อาสาสมัครจึงดำเนินการใช้รถลากเพื่อทำการเคลื่อนย้ายขึ้นจากน้ำ ก่อนจะนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากตัวรถ และตรวจสอบเอกสาร ทราบชื่อต่อมา นางมะลิ อายุ 53 ปี เป็นผู้ใหญ่บ้านของ หมู่ 7 ต.หนองสาหร่าย ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พนมทวน
>> ปภ. เผยยังมี "น้ำท่วม" ในพื้นที่ 6 จังหวัด เร่งระดมสรรพกำลังให้ความช่วยเหลือ
10.30 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พิษณุโลก หนองคาย บึงกาฬ พระนครศรีอยุธยา และสตูล รวม 31 อำเภอ 165 ตำบล 910 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 33,667 ครัวเรือน ส่งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่พร้อมดูแลให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยอย่างต่อเนื่องและเต็มกำลัง
ขณะที่ ปภ. รายงานว่าในระหว่างวันที่ 16 ส.ค. – 19 ก.ย. 67 เกิดสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ 30 จังหวัด ประชาชนได้รับผลกระทบ 147,744 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิตรวม 45 ราย และได้รับบาดเจ็บรวม 24 คน ซึ่งปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 6 จังหวัด รวมพื้นที่ได้รับผลกระทบ 31 อำเภอ 165 ตำบล 910 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 33,667 ครัวเรือน รายละเอียด
>> ก.มหาดไทย ช่วยเหลือเอกสารสำคัญสูญหายในพื้นที่ภัยพิบัติ ยื่นขอมีบัตรใหม่โดยไม่ต้องใช้เอกสาร
11.05 น. นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล โฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า เปิดเผยว่า ขณะนี้ ได้มีประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย กังวลถึงกรณีที่เอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สูญหายไปพร้อมน้ำท่วม อาจทำให้เสียสิทธิในการขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝนปี 2567
ทางกรมทางปกครองจึงได้ออกแนวทางปฏิบัติ ขั้นตอนการขอมีบัตรประจำตัวประชาชน ในพื้นที่ประสบสาธารณภัย โดยประชาชนที่จะขอทำบัตรใหม่ ขอเปลี่ยนบัตร เนื่องจากบัตรหมดอายุ บัตรหาย บัตรชำรุด สามารถยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเขต ศาลาว่าการเมืองพัทยา และสำนักงานเทศบาลที่เปิดให้บริการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน ได้ทุกแห่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ มีระบบตรวจสอบฐานข้อมูลทะเบียนบัตรว่า ลายพิมพ์นิ้วมือ และภาพใบหน้าถูกต้องตรงกับเจ้าของรายการหรือไม่ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นได้ว่า จะไม่มีการถูกสวมสิทธิโดยบุคคลอื่น
ส่วนการขอคัดรับรองเอกสารทะเบียนราษฎร สามารถติดต่อได้ ณ สำนักทะเบียนในเขตพื้นที่ ซึ่งจะได้รับการยกเว้น หรือลดค่าธรรมเนียม เป็นระยะเวลา 15 วัน นับแต่วันที่มีประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย และกรณีมีเหตุจำเป็น ให้ขยายระยะเวลาได้อีก 15 วัน รวมเป็น 30 วันได้
>> รถจักรยานยนต์ 2 คันชนกัน บาดเจ็บ 1 และเสียชีวิต 1 ราย
12.03 น. รับแจ้งจาก กู้ชีพ สว่างอริยะนครนายก มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ 2 คันชนกัน และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บริเวณแยกเมืองปราณี ในพื้นที่ ตำบลท่าช้าง อ.เมือง จ.นครนายก
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีขาว ป้ายทะเบียน 5284 นครนายก ลักษณะชนกับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีเทา ป้ายทะเบียน 273 นครนายก และใกล้กันพบร่างผู้เสียชีวิตชาย 1 ราย อายุประมาณ 40 - 50 ปี และมีบาดเจ็บอีก 1 ราย ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพฯ ให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาล ก่อนนำส่ง รพ.นครนายก ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครนายก
>> นายกฯ ตรวจความพร้อม การจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ให้กำลังใจกำลังพลฝีพาย ทำหน้าที่อย่างเต็มที่
14.45 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตรวจขั้นตอนการปฏิบัติและความพร้อมของการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค รวมถึงขั้นตอนการปฏิบัติในการรับเสด็จพระราชดำเนินฯ และการซ้อมเป็นรูปขบวนเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา ครั้งที่ 7 ณ โรงเรือพระราชพิธี ท่าวาสุกรี และวัดอรุณราชวรารามราชวรวิหาร
ภายหลังรับฟังการบรรยายสรุปขั้นตอนต่าง ๆ นายกฯ ร่วมรับชมขั้นตอนการปฎิบัติและการซ้อมจัดรูปขบวนเรือ พร้อมชื่นชมและเป็นกำลังใจให้กำลังพลฝีพาย ซึ่งกำลังพลฝีพายมีความสำคัญอย่างยิ่ง เป็นการร่วมแสดงความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้กำลังพลทุกคนภาคภูมิใจและตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้การจัดพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินด้วยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในวันที่ 27 ตุลาคม 2567 เป็นไปได้อย่างสมพระเกียรติสูงสุด
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ กองทัพเรือได้เตรียมความพร้อมของกำลังพลฝีพายและทุกภาคส่วน รวมถึงเพื่อให้การจัดงานในครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สง่างาม และสมพระเกียรติ และเปิดให้ประชาชนเข้าชมการซ้อมพายเรืออย่างใกล้ชิด มีชาวไทยและชาวต่างชาติให้ความสนใจการซ้อมฯ รวมถึงเข้าเยี่ยมชมเรือพระราชพิธีเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือว่าเป็นการแสดงถึงการถวายความจงรักภักดีต่อสถาบัน และส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ
>> นายกฯ ชื่นชมเยาวชนไทยผลิตผลงานสร้างสรรค์ กระตุ้นเตือนเยาวชนไทยห่างไกลยาเสพติด
15.00 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศการประกวดโครงการสื่อสาร สร้างสรรค์ รู้เท่าทันยาบ้า ภายใต้หัวข้อ "How to say no to YABA ?" โดยได้แสดงความชื่นชมเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ และสร้างผลงานที่น่าสนใจให้หลายคนตระหนักถึงอันตรายจากยาเสพติด พร้อมขอให้เยาวชนยึดหลักว่า ยาเสพติดทำให้เสียสุขภาพ มากกว่าเสียเงินทอง ขอให้เยาวชนทุกคนตั้งใจคงความคิดค่านิยมที่ดี ๆ และช่วยเผยแพร่ให้เพื่อน ๆ ของเราได้มีความเชื่อและความคิดที่ดีด้วย
นายกฯ ย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง โดยใช้ทุกมาตรการเพื่อป้องกันปราบปรามสกัดกั้น การลักลอบนำเข้ายาเสพติด เน้นย้ำในการบำบัดรักษาฟื้นฟู ตลอดจนบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด รวมทั้งจะติดตามการดำเนินงานต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ปัญหายาเสพติดคือ งานใหญ่ ไม่สามารถทำคนเดียวได้ ขอความร่วมมือจากเยาวชนทุกคนต้องช่วยกันทำให้ประเทศของเราสังคมของเราปลอดภัยจากยาเสพติด
>> น้ำโขงลด เทศบาลหนองคายเปิดประตูระบายน้ำ เกือบทุกบานแล้ว
16.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลเมืองหนองคาย เปิดประตูระบายน้ำแล้ว 9 ประตู เหลือเพียง 2 ประตูที่ระดับน้ำโขง และระดับประตูระบายน้ำมีระดับใกล้เคียงกัน คาดจะเปิดได้ครบทั้งหมดในวันพรุ่งนี้ (20 ก.ย.) ซึ่งจะทำให้การระบายน้ำออกจากตัวเมืองหนองคายทำได้รวดเร็วขึ้น และหากมีฝนตกหนักในพื้นที่จากอิทธิพลของพายุลูกใหม่ ก็จะทำให้การระบายที่ท่วมฉับพลันทำได้เร็วขึ้น หลังเปิดประตูน้ำก็จะทำให้น้ำที่ท่วมถนนประจักษ์เข้าสู่สภาวะปกติได้ในเร็ว ๆ นี้
ระดับน้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดหนองคาย ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ วัดแล้วมีระดับอยู่ที่ 11.44 เมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง 76 ซม. และยังมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง
>> ไฟไหม้ตึกแถวริมถนนเมืองราษีไศล ได้รับความเสียหาย 7 คูหา
17.30 น. สภ.ราษีไศล รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ตึกแถว ริมถนนในตัวอำเภอราษีไศล ตำบลเมืองคง อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นตึกแถว 2 ชั้น ครึ่งปูนครึ่งไม้ ต้นเพลิงเป็นร้านจำหน่ายรถจักรยานไฟฟ้า เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเทศบาลตำบลเมืองคง นำสายดับเพลิงเข้าฉีดเข้าฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิง แต่เพลิงมีแนวโน้มจะขยายวงกว้าง และลุกลามไปยังพื้นที่ข้างเคียง โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ไว้ได้
จากการตรวจสอบเบื้องต้น เพลิงไหม้ลุกลามตึกแถวได้รับความเสียหายประมาณ 7 คูหา ซึ่งประกอบด้วย ร้านจำหน่ายจักรยานไฟฟ้า 4 คูหา, ร้านจำหน่ายและรับซ่อมโทรศัพท์มือถือ, ธนาคาร และร้านขายก๋วยเตี๋ยว
ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริง ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน จะลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุต่อไป
>> พายุลมฝนถล่มภูเก็ต ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับสายไฟฟ้าแรงสูงขาดขวางถนน สายกมลา-ป่าตอง
17.36 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เกิดพายุลมแรงและฝนตกหนักในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ส่งผลให้พื้นที่ บริเวณ ถนนสายกมลา-ป่าตอง อ.กะทู้ มีต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับสายไฟฟ้าแรงสูงขาด ขวางการจราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจ จราจร สภ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต รุดไปที่เกิดเหตุพบต้นไม้เทียมขนาดใหญ่ซึ่งอยู่บนเนินเขาล้มทับสายไฟแรงสูงขาด
จากนั้นประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคป่าตองเข้ามาดำเนินการ ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ป่าตองคอยอำนวยความสะดวกในการสัญจรรถที่ สัญจรผ่านไปมา ซึ่งสามารถสัญจรได้เพียง 1ช่องทางโดยให้รถวิ่งสวนเลนกัน ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการซ่อมแซมสายไฟฟ้า และตัดต้นไม้ออก
ห่างจากบริเวณดังกล่าวประมาณ 200 เมตร มีดินสไลด์ลงมาจาก เนินเขา และคาดว่าต้นไม้ ที่อยู่ข้างบนอาจจะล้มโค่นลงมาขวางถนนก็อาจเป็นไปได้ ถ้าหากมีฝนตกลงมาอย่างหนัก เจ้าหน้าที่ต้องปิดกั้น การจราจรไว้ 1 ช่องทาง โดยการนำกรวยมาวางไว้ เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีลมแรงกรรโชกตลอดเวลา
>> รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำบนสะพาน มีผู้เสียชีวิตเป็นชายต่างชาติ
01.45 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส บนสะพานข้ามแยกยมราช ถนนพิษณุโลก ฝั่งขาออกมุ่งหน้าถนนเพชรบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีดำ ป้ายทะเบียน 1689 กทม.ล้มคว่ำอยู่กลางสะพาน ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 รายเบื้องต้นลักษณะเป็นชายชาวต่างชาติ อายุประมาณ 50 - 55 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของ สน.นางเลิ้ง