24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 25 สิงหาคม 2567
>> เพลิงไหม้ภายในอาคารศูนย์การค้า ย่านจตุจักร ลุกไหม้ของเล่นเด็กและกองเสื้อผ้าเสียหาย
06.43 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ อาคารศูนย์การค้าตึกแดงวินเทจ จตุจักร เลขที่ 511 ถนนกำแพงเพชร 2 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 9 ชั้น ประกอบกิจการห้างสรรพสินค้า ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 4 ภายในร้านจำหน่ายของเล่นเด็ก เพลิงลุกไหม้ของเล่นเด็ก และกองเสื้อผ้า พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 10 ตารางเมตร เจ้าหน้าที่ของอาคารใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยทำการระบายความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟติดผนัง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยพหลโยธิน
>> อุบัติเหตุที่ถนนสายปทุมธานี - สามโคก รถกระบะชนกัน มีผู้เสียชีวิต 2 ราย
07.17 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถกระบะชนกัน และมีผู้บาดเจ็บหลายราย ถนนสายปทุมธานี - สามโคก บริเวณใกล้เคียงทางเข้าซอยถังดอกบัว ในพื้นที่ ต.บางเตย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีขาว ป้ายทะเบียน พระนครศรีอยุธยา, รถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว ป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร, รถกระบะ อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน พระนครศรีอยุธยา ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายเป็นชายไทย อายุ 36 ปี นำส่ง รพ.ปทุมธานี และหญิงไทย อายุ 63 ปี นำส่ง รพ.กรุงสยามฯ ส่วนในจุดเกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชายไทย อายุ 54 ปี และชายไทย อายุ 29 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก
>> รถกระบะ เสียหลักพุ่งลงข้างทาง มีผู้เสียชีวิต 2 รายและเจ็บหลายราย
10.30 น. รับแจ้งจากอาสาฮุก 31 จุดเทพสถิต มีอุบัติเหตุรถกระบะ เสียหลักลงข้างทาง และมีผู้เสียชีวิต ริมถนนสุรนารายณ์ ในพื้นที่บ้านนองจะบก อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ
ที่เกิดเหตุ พบรถกระะบ อีซูซุ สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน ชัยภูมิ ลักษณะเสียหลักตกข้างทาง ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย ทางอาสาสมัครให้การช่วยเหลือและนำส่ง รพ.เทพสถิต และในจุดเกิดเหตุพบว่ามีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 2 ราย ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เทพสถิต
>> นายภูมิธรรม เยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วม อ.ท่าวังผา จ.น่าน เร่งทุกหน่วยสำรวจช่วยเหลือเยียวยา ปชช.
11.00 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี และคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยภาคเหนือ และสถานการณ์น้ำในภาพรวมของพื้นที่ จ.น่าน โดยมีนายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน รายงานสรุป สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ อ.ท่าวังผา จ.น่าน ในวันที่ 20-21 สิงหาคม 2567 ได้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่อำเภอท่าวังผา ได้รับผลกระทบรวม 11 อำเภอ 65 ตำบล มีน้ำไหลเข้าพื้นที่การเกษตร สวนสาธารณะหมู่บ้าน และบ้านเรือนประชาชน จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่าได้รับความเสียหายโดยรวม 43 ครัวเรือน ขณะนี้สถานการณ์น้ำลดลงและเริ่มคลี่คลาย
โดยจะมี อบต. เทศบาล ทหารและภาคเอกชนช่วยระดมทำความสะอาด ซ่อมแซม ฟื้นฟูบ้านเรือนของประชาชน พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่ชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจและสถานที่สำคัญต่าง ๆ โดยทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองได้จัดชุดปฏิบัติการเร่งให้ความช่วยเหลือด้านการดำรงชีพแก่ประชาชนที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง
จากนั้น รองนายกรัฐมนตรีพบปะให้กำลังใจพี่น้องประชาชน และมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัย ตำบลศรีภูมิ ทั้งตำบล จำนวน 728 หลังคาเรือน พร้อมกล่าวว่า รัฐบาลห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ได้สั่งการให้ทุกภาคส่วน เร่งฟื้นฟู และช่วยเหลือให้กลับคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว รวมถึงให้หน่วยงานด้านการคมนาคม จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกการจราจรแนะนำเส้นทางเลี่ยงที่ปลอดภัย รวมทั้งจัดป้ายแจ้งเตือนประชาชนให้รับทราบ รวมทั้งเร่งซ่อมแซมเส้นทางที่ชำรุด/ถูกตัดขาด เร่งเคลียร์พื้นที่ที่รับความเสียหาย ถนนหนทางต่างๆ เพื่อให้ประชาชนใช้สัญจรได้โดยเร็ว
>> รวบหนุ่มค้ายาเสพติด คาบ้านพัก พร้อมยาบ้า 462 เม็ด
11.19 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ร่วมกันจับกุม นาย ก๊อต (นามสมมุตติ) อายุ 31 ปี ความผิดฐาน จำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ประเภท 1 เมทแอมเฟาตามีน พร้อมยึดยาบ้า จำนวน 462 เม็ด โดยจับกุม บริเวณบ้านหลังหนึ่ง ต.คำเขื่อนแก้ว อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี
พฤติการณ์ ชุดสืบสวนฯ บก.รน.ได้รับแจ้งว่า มีนายก๊อต อายุประมาน 30-35 ปี มีพฤติการณ์ลักลอบมั่วสุมจำหน่ายและเสพยาบ้าที่บ้านหลังหนึ่ง ม.5 บ.คันเปือย ต.คำเขื่อนแก้ว อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี เจ้าหน้าตำรวจจึงได้เดินทางไปตรวจสอบพบ นายก๊อต อยู่ภายในบ้านที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าแสดงตัว ขอเข้าตรวจค้นตัวและเข้าค้นที่พักหลัง
จากการตรวจค้นพบว่ามียาเสพติด จำนวน 462 เม็ด ซ่อนอยู่ที่บริเวณภายในบ้านของผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งให้นายก๊อต ทราบว่าการกระทำนี้ผิดต่อกฎหมายต้องถูกจับแจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิตามกฎหมายหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ ได้นำตัวผู้ต้องหาส่ง พนักงานสอบสวน สภ.สิรินธร เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
>> ปภ. รายงานน้ำท่วมภาคเหนือ คร่าชีวิตอย่างน้อย 9 ราย หลายพื้นที่ระดับน้ำเริ่มลดลง
14.02 น. ศูนย์อำนวยการบรรเทาสาธารณภัย (ส่วนปฏิบัติการ) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้มีรายงานในช่วงเช้าว่าตั้งแต่วันที่ 16-22 ส.ค. มีสถานการณ์น้ำท่วมในเขต 12 จังหวัด มีบ้านเรือนได้รับผลกระบ 30,807 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 22 ราย (เฉพาะ จ.ภูเก็ต 13 ราย) และบาดเจ็บ 19 ราย และจนถึงวันที่ 25 ส.ค. ยังมีสถานการณ์น้ำท่วมในภาคเหนือ 5 จังหวัดคือ จ.เชียงราย จ.พะเยา จ.น่าน จ.แพร่ จ.เพชรบูรณ์ มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบ 21,824 ครัวเรือน
รายงานแจ้งอีกว่า เฉพาะ จ.เชียงราย น้ำยังท่วมหลายอำเภอโดยเฉพาะ อ.เทิง อ.ขุนตาล อ.เชียงของ มีผู้เสียชีวิตแล้ว จำนวน 2 ราย แต่ระดับน้ำเริ่มลดลง เช่นเดียวกับอีกหลายจังหวัดที่ระดับน้ำเริ่มลดลง ประกอบด้วย จ.พะเยา ที่มีผู้เสียชีวิต 2 ราย, จ.น่าน มีผู้เสียชีวิต 3 ราย, จ.แพร่ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย, ส่วน จ.เพชรบูรณ์ ไม่มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ
>> เปิดรายชื่อผู้สูญหายทั้ง 3 ราย จากเหตุอุโมงค์คลองไผ่ถล่ม ในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน
15.49 น. นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังได้รับรายงานเหตุการณ์อุโมงค์คลองไผ่ถล่ม และมีผู้สูญหายจำนวน 3 ราย จากกรมการขนส่งทางราง (ขร.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เบื้องต้นทราบว่า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2567 เวลาประมาณ 23.00 น. เกิดเหตุอุโมงค์คลองไผ่ ของสัญญา3-2 งานก่อสร้างอุโมงค์มวกเหล็กและลำตะคอง ในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯมหานคร-นครราชสีมา ในระหว่างการก่อสร้าง ดินหลังคาอุโมงค์ได้พังถล่มลงมาทับคนงานก่อสร้างและรถแบ็คโฮ ใกล้เคียงสถานีรถไฟคลองขนานจิตร โดยจุดที่ดินถล่มห่างจากปากทางอุโมงค์ ระยะทางประมาณ 2-3 กม.และได้รับแจ้งว่ามีบุคคลสูญหาย จำนวน 3 ราย คือ นาย หูเสียงหมิ่น สัญชาติจีน (ผู้ควบคุมงาน), นาย ตงชิ่นหลิน เพศชาย สัญชาติจีน (ขับแบคโฮ) และ แรงงานชาวพม่า ไม่ทราบชื่อ (ผู้ขับรถบรรทุก)
ทั้งนี้ ภายหลังจากได้รับรายงานตนได้รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและห่วงใยผู้สูญหาย โดยตนได้กำชับให้การกรมการขนส่งทางรางและการรถไฟแห่งประเทศไทยลงพื้นที่หาสาเหตุ ตรวจสอบมาตรฐานการก่อสร้างอุโมงค์รถไฟทุกแห่งให้มีความปลอดภัย หากพบว่ามีการข้ามขั้นตอนการก่อสร้างให้ระงับการก่อสร้างชั่วคราวไว้ก่อน เพื่อตรวจสอบให้มั่นใจก่อนดำเนินการก่อสร้างต่อ และกำหนดแนวทางการป้องกัน พร้อมทั้งให้ รฟท. ประสานหน่วยกู้ภัยในพื้นที่และผู้รับจ้างงานก่อสร้างอำนวยความสะดวก เพื่อเร่งดำเนินการตักดินที่ถล่ม และเร่งค้นหาผู้สูญหายอย่างเต็มความสามารถ
>> ผู้ว่าฯ สุโขทัย สั่งเร่งอพยพเคลื่อนย้ายสิ่งของประชาชน อ.ศรีสำโรง หนีน้ำทะลักไหลท่วม
16.40 น. นายสุชาติ ทีคะสุข ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย พร้อมด้วย พันเอก เฉลิม สีเจริญ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุโขทัย ฝ่ายทหาร, รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย ,ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุโขทัย, และผู้นำท้องที่ท้องถิ่น อำเภอศรีสำโรง ดำเนินการจัด ชุดบรรเทาสาธารณะภัย ช่วยเหลือประชาชน และจิตอาสาภัยพิบัติ จาก กองพันทหารขนส่งที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 และกองพันทหารเสนารักษ์ที่ 23 กองบัญชาการช่วยรบที่ 3 ร่วมกับประชาชนจิตอาสา และกู้ภัยในพื้นที่
เข้าดำเนินการอพยพคนในพื้นที่ หมู่ที่ 6 ตำบลวังใหญ่ หมู่ที่ 8 ตำบลวังทอง อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย และช่วยการเคลื่อนย้ายสิ่งของบ้านเรือนประชาชน บริเวณสะพานสิริปัญญารัตน์ หมู่ที่ 6 ตำบลวังใหญ่ อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย เนื่องจากได้เกิดคันดินตลิ่งใต้สะพานทรุดตัวลง ทำให้น้ำทะลักเขาพื้นที่บ้านเรือนประชาชาชน และพื้นการเกษตรของประชาชน
>> รมว.ธรรมนัส ลุยสุโขทัยติดตามน้ำท่วม กำชับกรมชลฯ คุมสถานการณ์จนกว่าจะคลี่คลาย
17.50 น. ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ณ ประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ อำเภอสวรรคโลก
ปัจจุบันปริมาณน้ำที่ไหลมาจากจังหวัดแพร่ ได้ไหลมาถึงจังหวัดสุโขทัยแล้ว โดยที่สถานีวัดน้ำ Y.14A อ.ศรีสัชนาลัย เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,333 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ส่วนที่ตัวเมืองสุโขทัย สถานีวัดน้ำ Y.4 มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 474 ลบ.ม.ต่อวินาที ต่ำกว่ากำแพงป้องกันตลิ่งประมาณ 30-40 เซนติเมตร ระดับน้ำแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน
กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำเหนือ โดยการหน่วงน้ำไว้ที่เหนือประตูระบายน้ำบ้านหาดสะพานจันทร์ อ.สวรรคโลก และใช้คลองหกบาท คลองยมน่าน แม่น้ำยมสายเก่า และแม่น้ำน่าน ช่วยตัดยอดน้ำหลากก่อนที่จะเข้าสู่ตัวเมืองสุโขทัย พร้อมควบคุมการระบายน้ำผ่าน ปตร.บ้านหาดสะพานจันทร์ ลงสู่แม่น้ำยมสายหลัก ให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด นอกจากนี้ ได้ระดมกำลังพลนำกระสอบทรายมาเสริมแนวป้องกันริมตลิ่งแม่น้ำยม โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่อย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบเพิ่มเติม พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำอีกหลายจุดในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังตลอดเวลา รวมถึงนำเครื่องจักรเครื่องมือเข้าไปกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ตักเศษซากวัชพืชที่ลอยมากับน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำให้ดียิ่งขึ้นด้วย หวังลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้มากที่สุด
>> รมว.สาธารณสุข เตือนประชาชนเก็บของ-ย้ายผู้ป่วยติดเตียง หลังสุโขทัยแนวกั้นน้ำพังเสียหายหลายจุด
18.30 น. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในจังหวัดสุโขทัย ระบุว่า จากการลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์น้ำในจังหวัดสุโขทัย พบว่า หลายจุดแนวคันดินกั้นน้ำได้รับความเสียหายแล้ว ส่งผลให้น้ำสามารถไหลเข้าพื้นที่บ้านเรือน และพื้นที่เกษตรของพี่น้องประชาชนแล้ว เช่น ที่บริเวณสะพานสิริปัญญารัตน์ ต.วังใหญ่ อ.ศรีสำโรง ที่ได้มีการเสริมแนวคันดินพร้อมคลุมด้วยพลาสติกไว้ ขณะนี้ ได้พังเสียหายแล้ว
โดยจุดนี้ ตนได้ลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นจุดเสี่ยงที่ตนมีความเป็นห่วงอย่างมาก แต่ถึงแม้จะมีการเตรียมรับมือเสริมแนวกั้นน้ำไว้ล่วงหน้า ก็ไม่สามารถต้านมวลน้ำที่ไหลมาปริมาณมากได้
ทั้งนี้ จากการสำรวจสถานการณ์น้ำ ยังพบว่า หลังแนวกั้นน้ำได้รับความเสียหายประมาณ 30 นาที น้ำก็เริ่มไหลเข้าท่วมถนนที่บริเวณหมู่ 6 ตำบลวังใหญ่ ส่งผลให้บางจุดไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้แล้ว ขอเน้นย้ำให้พี่น้องประชาชน เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเดินทางด้วยความระมัดระวัง ซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดสุโขทัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็เร่งช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วนแล้ว นอกจากนี้ตนยังได้ให้สาธารณสุขจังหวัด เตรียมการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ทั้งทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ สำหรับให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็ว ทีมปฏิบัติการทางสิ่งแวดล้อมสำหรับการดูแลสุขาภิบาล ทีมจัดส่งยาและเวชภัณฑ์ให้แก่ประชาชน
>> ปภ. ส่งทีมค้นหาและกู้ภัย USAR Thailand สนธิกำลังปฏิบัติการเหตุอุโมงค์ถล่มโคราช
21.03 น. กรณีเกิดเหตุอุโมงค์โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มช่วงบริเวณสถานีรถไฟคลองขนานจิต อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งจุดเกิดเหตุห่างจากปากทางเข้าอุโมงค์ เป็นระยะทางประมาณ 3-4 กิโลเมตร ทำให้มีผู้สูญหาย จำนวน 3 ราย เป็นชาวจีน จำนวน 2 ราย และชาวเมียนมา 1 ราย ในเบื้องต้นบริษัทได้นำรถจักรกลทำการเคลียร์พื้นที่ เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่เข้าดำเนินการค้นหาและช่วยเหลือผู้ที่สูญหาย
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 5 นครราชสีมา และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา ได้สนับสนุนปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบเหตุร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้ ปภ.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ทีมค้นหาและกู้ภัยในเขตเมืองแห่งชาติ Uban Search and Rescue Team หรือ USAR Thailand พร้อมด้วยเครื่องมือค้นหากู้ภัยแบบพิเศษ เช่น เครื่อง Life Detector เครื่องตรวจจับสัญญาณผู้รอดชีวิต และ Search Camera อุปกรณ์ค้นหาผู้รอดชีวิตใต้อาคารถล่ม ซึ่งได้ออกเดินทางเพื่อเข้าร่วมปฏิบัติการค้นหาในเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว
>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา
23.51 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.9 ความลึก 22 กม. บริเวณนอกชายฝั่งทางตอนใต้ ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ประมาณ 349 กม. ไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย