หน้าแรก > อาชญากรรม

รวบแก๊งเทรนเนอร์สาวดาวติ๊กต็อก หลอกลงทุน FOREX เสียหายกว่า 6 ล้านบาท

วันที่ 21 สิงหาคม 2567 เวลา 16:06 น.


รวบแก๊งเทรนเนอร์สาวดาวติ๊กต็อกคาคอนโดหรู หลอกลงทุน FOREXเสียหายกว่า 6 ล้านบาท

วันที่ 21 สิงหาคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) นำกำลังจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาตามหมายจับเครือข่ายหลอกลงทุน Forex จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย

1. น.ส.อภิญญา (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี

2. นายรัฐรุจน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี

3. น.ส.ประภากร (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี

พร้อมด้วยของกลาง 1.สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 10 เล่ม  2.บัตรเอทีเอ็ม จำนวน 6 ใบ 3.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 6 เครื่อง 4.แท็บเลต จำนวน 2 เครื่อง 5.โน้ตบุ๊ค จำนวน 2 เครื่อง ตรวจยึดทรัพย์สิน อาทิ กระเป๋าแบรนด์เนม , รถยนต์สปอร์ต ยี่ห้อ โลตัส , 9.รถยนต์ BMW จำนวน 1 คัน , ทองคำแท่ง จำนวน 2 แท่ง น้ำหนักรวม 7.5 บาท มูลค่ารวมประมาณ 6,000,000 บาท

โดยเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

เนื่องด้วยประมาณ เดือน มกราคม 2567 กลุ่มผู้เสียหายจำนวน 16 ราย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เนื่องจาก ถูกอินฟลูเอนเซอร์ TIKTOK เทรนเนอร์สาวขวัญใจชาวโซเชี่ยลซึ่งมียอดผู้ติดตามกว่า 1 ล้านราย ชักชวนให้ร่วมลงทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศ (FOREX) เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหายกว่า 6 ล้านบาท

จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า บัญชีผู้ใช้งานแพลตฟอร์มโซเชี่ยลมีเดีย TIKTOK คือ น.ส.อภิญญา ซึ่งเป็นอินฟลูเอนเซอร์ด้านการออกกำลังกาย มียอดผู้ติดตามจำนวนมากทางโซเชียลมีเดียกว่า 1 ล้านราย ได้ชักชวนให้ร่วมลงทุนเทรด FOREX ผ่านแอพพลิเคชัน TIKTOK, INSTAGRAM, YOUTUBE, LINE FACEBOOK โพสต์ชักชวนลงทุน ในเว็บไซต์บริษัทหนึ่ง โดยอ้างว่าเป็นแพลตฟอร์มการลงทุนของประเทศอังกฤษให้ผลตอบแทนสูงเฉลี่ยร้อยละ 84-96 ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ เมื่อสนใจร่วมลงทุน จะมีการส่งรายละเอียดและคลิปเสียงแนะนำการลงทุน ผ่านโปรแกรมซูม (ZOOM)

จากการตรวจสอบพบว่าคดีนี้มีผู้ร่วมกระทำความผิดในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำ ได้แก่ นส.อภิญญา, นายรัฐรุจน์, น.ส.ประภากร, นายศิวัช เป็นผู้ชักชวน ผ่านเว็บไซต์  และให้โอนเงินไปลงทุนผ่านบัญชีธนาคาร นายสันติสุข โดยช่วงแรกของการลงทุนผู้เสียหายได้รับผลตอบแทนตามที่โฆษณาจริง แต่ต่อมาไม่มีการจ่ายผลตอบแทนและเว็บไซต์ได้ปิดตัวลง จากการตรวจสอบพบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวไม่มีอยู่จริง และบริษัท SULFVER ไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคลทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกทั้งไม่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.)

พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหา ทั้ง 5 ราย และจากการตรวจสอบพบว่านายศิวัชฯ และนายสันติสุขฯ ถูกดำเนินคดีในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนอยู่ระหว่างต้องโทษจำคุกในเรือนจำทั้งสองราย ต่อมาในวันที่ 20 สิงหาคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน กก.4 บก.ปอศ.ได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นจำนวน 3 จุดในพื้นที่ กทม. และจังหวัดนครปฐม 
 
กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้  พร้อมของกลางที่ใช้ในการกระทำความผิด และตรวจยึดทรัพย์สินมีค่าจำพวกรถยนต์หรูจำนวน 2 คัน สินค้าแบรนด์เนม จำนวน 7 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 6,000,000 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายนำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ.ดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งจากการสอบถามคำให้การ ผู้ต้องหาทั้งสามรายให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่รับว่าได้ชักชวนผู้เสียหายลงทุนจริง
 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม