หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 5 สิงหาคม 2567

วันที่ 6 สิงหาคม 2567 เวลา 05:39 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 5 สิงหาคม 2567


>> รถบรรทุก ชนกับรถจยย. บาดเจ็บเป็นนักเรียน 3 รายโดยมี 1 รายไปเสียชีวิตที่ รพ.

08.00 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู จ.ลพบุรี มีอุบัติเหตุรถบรรทุก ชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บหลายราย บริเวณ 4 แยก ซอย 24 สายโท ต.หนองบัว อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถ 10 ล้อ บรรทุกอาหารไก่ อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร ลักษณะชนกับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เทน่า สีดำ ป้ายทะเบียน ลพบุรี และใกล้กันพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย โดยมีอาการสาหัส 2 ราย, ส่วนอีก 1 รายยังรู้สึกตัว ทางอาสากู้ภัยเร่งให้การช่วยเหลือและนำตัวส่งที่โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราชลพบุรี และที่โรงพยาบาลพัฒนานิคม และทราบว่า 1 รายที่สาหัส ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา เป็นชายไทย อายุ 15 ปี

ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 รายนั้น เป็นเด็กชาย 14 ปี, ชายไทย อายุ 15 ปี ทั้ง 3 คนเป็นนักเรียนชั้นมัธยมต้นของโรงเรียนในพื้นที่ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พัฒนานิคม


>> รถจักรยานยนต์ชนกับรถบรรทุก มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

08.14 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ชนกับรถบรรทุก และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส บนถนนเส้นทางเขาสามสิบหาบ - ท่ามะกา บริเวณใกล้เคียงร้านรับซื้อของเก่าเขาช่อง ในพื้นที่ ม.6 ต.เขาสามสิบหาบ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ดรีม สีน้ำเงิน ลักษณะชนกับรถบรรทุก 10ล้อ ฉีโน่ สีขาว ตรวจสอบพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายมีอาการสาหัส และได้เสียชีวิต ในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกทราบชื่อ นายทวีศักดิ์ อายุ 41 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริง อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่ามะกา


>> นายกฯ ประชุมบริหารจัดการน้ำ เร่งรัดทำแผนแก้ปัญหาน้ำเร่งด่วน เสนอ ครม. ภายใน ส.ค. นี้

09.20 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือการบริหารจัดการน้ำ ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ถ.สามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือปริมาณฝนที่กำลังจะมาเพิ่มในระยะต่อไป

นายกฯ รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ และกล่าวถึงปัญหาน้ำซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่ประเทศไทยต้องเผชิญทุกปี พร้อมมอบหมายให้กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะทำแผนงานและโครงการที่สามารถเร่งรัดดำเนินการใน 3 ปี และพิจารณาโครงการสำคัญระยะยาว เพื่อให้ “น้ำถึงไร่นา น้ำสะอาดทุกหมู่บ้าน แก้ไขปัญหาภัยพิบัติน้ำ” ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เน้นเสริมประสิทธิภาพของโครงการที่มีอยู่เดิมให้ใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ก่อนพิจารณาก่อสร้างโครงข่ายการบริหารจัดการน้ำ และระบบการกระจายน้ำเพิ่มเติม เพื่อให้การใช้งบประมาณฯ เป็นไปอย่างเหมาะสม

สำหรับแผน 3 ปี ในด้านทรัพยากรน้ำ มอบหมายให้ สทนช. เร่งรัดการยกร่างแผน 3 ปี ด้านทรัพยากรน้ำและโครงการสำคัญให้แล้วเสร็จ เพื่อเสนอต่อครม. ภายในเดือนส.ค. นี้ และให้ทุกหน่วยงานบริหารจัดการน้ำโดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบกับประชาชน เน้นการสื่อสารและแจ้งเตือนล่วงหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ GISTDA ประเมินภาพถ่ายในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก ให้ สทนช. บูรณาการร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย ติดตาม เฝ้าระวังสถานการณ์ บริหารจัดการและแก้ไขปัญหาในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด


>> 'อนุทิน' แจงเหตุเขื่อนขุนด่านฯ ปล่อยน้ำกลางดึก ยังไม่ถึงขั้นภัยพิบัติ

11.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการปล่อยน้ำเขื่อนขุนด่านปราการชลว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างกำลังดำเนินการ โดยสถานการณ์ยังไม่ถือเป็นภัยพิบัติ พื้นที่ผลกระทบก็ลดลง

นายอนุทิน กล่าวต่อว่าผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคนต้องตื่นตัวตลอดเวลา ซึ่งสถานการณ์ที่จังหวัดนครนายกเมื่อคืนที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่น้ำมาตอนกลางคืน และมีฝนตกฉับพลัน ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ขอไปฟังรายงานที่กระทรวงก่อน และคงไม่ต้องกำชับในพื้นที่เสี่ยงภัยเพราะเป็นสิ่งที่พึงปฏิบัติในช่วงเวลานี้อยู่แล้ว

ส่วนกรณีที่เกิดขึ้นเป็นการปล่อยน้ำแบบฉุกเฉินโดยไม่แจ้งคนที่อยู่ท้ายเขื่อนจะต้องกำชับอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่ได้เป็นแบบที่ผู้สื่อข่าวว่า โดยหลังจากนี้จะนำไปประเมิน ซึ่งเมื่อมีเหตุการณ์แบบนี้ก็ดำเนินการตามแผน อาจมีอะไรที่นอกเหนือแผนบ้าง ซึ่งตรงนี้อาจต้องตัดสินใจแบบเร่งด่วน ดังนั้นต้องไปดูว่าอะไรที่ตัดสินใจกระทันหันแล้วมันดีหรือไม่ดี แต่ตนเองขอความเห็นใจว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคนต้องมีแผนรองรับอุทกภัยอยู่แล้ว ไม่ต้องไปบอกหรือกำชับ เขาต้องเตรียมแผนอยู่แล้ว


>> ก.พาณิชย์ ช่วยพ่อค้า-แม่ค้า ลดค่าเช่าตลาดนัด 3 เดือน ก่อนเงินดิจิทัลวอลเล็ตออก

11.25 น. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจของรัฐบาล ในช่วงก่อนที่จะมีการคิกออฟโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้

ตามที่ได้มีการหารือร่วมกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2567 ที่ผ่านมา ว่า ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ได้เริ่มดำเนินการช่วยเหลือประชาชน และผู้ประกอบการรายเล็กแล้ว โดยได้ทำการงดการจัดเก็บค่าใช้พื้นที่รายเดือนให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้าในศูนย์อาหารสวัสดิการกระทรวงพาณิชย์ จำนวน 43 ร้านค้า และงดเก็บค่าเช่าแผงตลาดนัดสวัสดิการกระทรวงพาณิชย์ จำนวน 993 แผง และผู้ประกอบการร้านค้าในอาคารของสำนักงาน และลานชั้นสาม อีก 1,047 ร้านค้า เป็นเวลา 3 เดือน

สำหรับการจัดตลาดนัดพาณิชย์ทั่วประเทศ ขณะนี้สำนักงานพาณิชย์จังหวัด ได้เริ่มเตรียมความพร้อม โดยอยู่ระหว่างการกำหนดวัน เวลา ในการจัดตลาดนัดพาณิชย์ทุกเดือน อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ ระยะเวลา 3 เดือน


>> ผู้การฯ แจง การจับแก๊ง "โคลัมเบีย" ตระเวนชิงทรัพย์ ไม่เกี่ยวกับนโยบายฟรีวีซ่า

14.51 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.วรชาติ แสนคำ ผบก.ศูนย์สืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1 เผยถึง กรณีมีการนำคลิปข่าวจับชาวโคลัมเบีย ไปแชร์ต่อ และอ้างว่าเป็นผลมาจากนโยบายฟรีวีซ่า นั้น ขอชี้แจงว่า การบกุมชาวโคลัมเบีย เป็นการสืบสวนขยายผลของเจ้าหน้าที่ศูนย์สืบสวนฯ ตำรวจภูธรภาค 1 เนื่องจากผู้เสียหายที่มีบ้านอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร ร้องเรียนสิ่งของที่อยู่ในบ้านหายพร้อมแจ้งความ เจ้าหน้าที่จึงเริ่มทำการตรวจสอบและพบพฤติกรรม กลุ่มคนร้ายเป็นชาวต่างชาติ ที่เข้ามาเช่าที่พักในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ใช้วิธีการเช่ารถยนต์ตระเวนออกก่อเหตุ

จะเลือกหมู่บ้านจัดสรรที่ รปภ. ไม่เข้มงวด เช่น มีรถผ่านเข้าหมู่บ้านแล้วอนุญาตให้เข้าได้ทันทีโดยไม่มีการตรวจสอบ จากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุจะเข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินในบ้าน จะเลือกเฉพาะชิ้นเล็กที่มีราคาแพง เพราะกลุ่มคนร้ายมีความเชี่ยวชาญ เมื่อก่อเหตุเสร็จจะนำของไปขายและออกนอกประเทศ เว้นระยะแล้วค่อยกลับมาใหม่

พล.ต.ต.วรชาติ ระบุว่า ตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมชาวโคลัมเบีย ไปแล้ว 7 กลุ่ม กลุ่มผู้ก่อเหตุมี กลุ่ม ๆ ละ 4 - 5 คน เดินทางเข้าไทยผ่านทางกัมพูชา จะไปของวีซ่าเข้าประเทศไทยผ่านสถานทูตไทยที่กัมพูชา แล้วเข้ามาทางด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ไปพักรวมกันในพื้นที่ จ.ชลบุรี ทาง ตำรวจภูธรภาค 1 ได้ประสานข้อมูลกับตำรวจภูธรภาค 2 เป็นระยะ

“ยืนยันว่า การจับกุมชาวโคลัมเบียที่เข้ามาก่อเหตุ ไม่เกี่ยวกับนโยบายฟรีวีซ่า เพราะกลุ่มชาวโคลัมเบีย ที่มาก่อเหตุโจรกรรมทรัพย์สินในประเทศไทย เข้ามาก่อเหตุ 7-8 ปี แล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะเกิด แต่คนกลุ่มนี้จะรู้ช่องทางและพื้นที่การก่อเหตุ เนื่องจากพฤติกรรมซ้ำๆ เดิมๆ”


>> 5 ใน 13 ทรชนตากใบ รุมโทรมเด็ก ป.6 เข้ามอบตัว

15.00 น. สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส ให้การรับตัวผู้ก่อคดีรุมโทรมเด็กหญิง ป.6 ชั้น อายุ 12 ปี จำนวน 5 คน ยังไม่ทราบชื่อ ซึ่งมีอายุระหว่าง 16 ปี ถึง 24 ปี จากผู้ปกครองที่นำตัวมาส่งให้ ซึ่งภายหลังการรับมอบตัวจากผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำบุคคลทั้ง 5 ไปทำบันทึกการรับมอบตัวและทำการสอบสวนปากคำที่ชั้น 3 ของอาคาร สภ.ตากใบ โดยที่ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องรวมทั้งสื่อมวลชน เข้ารับฟังหรือสังเกตการณ์ รวมทั้งห้ามการบันทึกภาพ

และจากการสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเด็กหญิง ป.6 ที่ถูก 13 ทรชนรุมโทรม ด้วยการออกอุบายจะพาไปกินโรตีตามที่เป็นข่าวนั้น ทราบว่า ทางพนักงานสอบสวน สภ.ตากใบ ได้สอบปากคำเด็กหญิง ป.6 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้ส่งสำนวนกลับมายัง สภ.ตากใบ จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ไปหมู่บ้านดังกล่าว โดยใช้จิตวิทยาในการกดดันเพื่อให้ผู้ร่วมก่อเหตุได้รับทราบว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดเจ้าหน้าที่รู้ตัว 13 เดนทรชนที่ร่วมก่อเหตุรุมโทรมเด็กหญิง ป.6 แล้ว จนเป็นที่มาที่ไปของผู้ปกครองได้นำตัว 5 เดนทรชนเข้ามามอบตัวกับผู้กำกับการ สภ.ตากใบ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน

ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ เด็กหญิง ป.6 ซึ่งมี 13 เดนทรชนก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศนั้น มีด้วยกัน 5 ครั้งต่างกรรมต่างวาระ ซึ่งบางคนมีการล่วงละเมิดหลายครั้ง ในส่วนของผู้ร่วมก่อเหตุอีก 8 คน ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ตากใบ ได้มีข้อมูลจากการสอบปากคำของผู้ร่วมก่อเหตุที่ผู้ปกครองพามามอบตัวแล้ว รวมไปถึงคำให้การของ เด็กหญิง ป.6 ซึ่งเจ้าหน้าที่จะมีการออกหมายเรียกบุคคลส่วนที่เหลือ เดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวนในโอกาสต่อไป หากเพิกเฉยเจ้าหน้าที่ก็จะออกหมายจับต่อไป


>> หนุ่มขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถกระบะ เสียชีวิตร่างกระเด็นบนทางเท้า พร้อมสุนัขข้างกาย 1 ตัว

16.00 น. รับแจ้งจาก สมาคมกู้ภัยนเรศวร จังหวัดหนองบัวลำภู มีอุบัติเหตุกระบะ ชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต บริเวณ 3 แยกไฟแดงบ้านหวังหมื่น ในพื้นที่ ต.หนองบัว อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู

ที่เกิดเหตุ พบเป็นรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีดำ ไม่ติดป้ายทะเบียน ลักษณะชนกับ รถกระบะ อีซูซุ สีเทา ป้ายทะเบียน หนองบัวลำภู และห่างออกไปบนทางเท้า พบผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นชายไทย อายุ 29 ปีภูมิลำเนาชาว อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี พร้อมน้องหมา 1 ตัว

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองหนองบัวลำภู พร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลหนองบัวลำภู ร่วมกันตรวจสอบและชันสูตรพลิกศพที่เกิดเหตุ เบื้องต้นผู้เสียชีวิตร่างกายและศีรษะโดนกระแทกอย่างแรง ทำให้กระดูกหักหลายส่วนและมีแผลฉีดขาด

เจ้าหน้าที่ร้อยเวรได้มอบร่างผู้เสียชีวิต ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนเรศวรดำเนินการ และนำส่งกลับบ้านภูมิลำนำ บ้านโนนหวาย ต.โนนหวาย อ.หนองวัวซอ จ. อุดรธานี เพื่อให้ญาตินำร่างไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาต่อไป


>> กรมอุตุฯ เตือนฝนถล่มเกือบทั่วไทย หนักสุด 37 จังหวัด

17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ส่งผลให้ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก
ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

สำหรับบริเวณทะเลอันดามันตอนบนตั้งแต่จังหวัดระนองขึ้นมา ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองในระยะนี้ไว้ด้วย


>> ฝนถล่ม อ.วังสะพุง จ.เลย มีน้ำเอ่อน้ำท่วม ถนนเส้นทาง บ้านเรือนได้รับผลกระทบ 15 หลังคาเรือน

18.00 น. นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้รับรายงานจากอำเภอวังสะพุง ว่าห้วงเวลาที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นตำบลหนองงิ้ว อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ส่งผลให้น้ำป่าไหลหลาก เอ่อล้นข้ามถนน และเข้าท่วมหมู่บ้านกกกอก หมู่ 8 และท่วมอาคารเรียนโรงเรียนบ้านหมากแข้งกกกอก ส่งผลให้น้ำเอ่อข้ามถนน และเข้าท่วมหมู่บ้านกกกอก หมู่ที่ 8 บ้านเรือนราษฎรได้รับผลกระทบ 15 หลังคาเรือน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 40 คน โรงเรียนบ้านหมากแข้งกกกอก อาคารเรียนน้ำเอ่อท่วม 1 หลัง และบ้านพักครู 1 หลัง

ทางอำเภอวังสะพุง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งพื้นที่ และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบเหตุ และประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจให้กับประชาชนได้ทราบข้อเท็จจริงถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ปัจจุบันระดับน้ำได้ลดลงแล้ว รถสามารถผ่านไปมาได้ และกลับเข้าสู่ภาวปกติแล้ว


>> รถพยาบาล ชนกับรถกระบะกลางแยก มีผู้บาดเจ็บหลายราย

19.30 น. ศูนย์นเรนทร (สพฉ.) รับแจ้งจากศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการจังหวัดกาญจนบุรี มีอุบัติเหตุ รถกระบะ ชนกับรถโรงพยาบาล ขณะส่ง ต่อผู้ป่วยไปโรงพยาบาลท่าม่วง บริเวณแยกมิราเคิลออฟไลฟ์ ถนนแสงชูโต หมู่3 ตำบล ท่าม่วง อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถตู้ โตโยต้า สีขาว (รถพยาบาล) ลักษณะชนกับรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีเลือดหมู ตรวจสอบพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 6 ราย ทางอาสาสมัครให้การช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ท่าม่วง


>> ไฟไหม้พัดลมเพดาน บนอาคารโรงเรียนเมืองลำปาง จนท.คาดเปิดพัดลมไว้แล้วไม่ได้ปิด

20.30 น. หน่วยกู้ภัยสว่างนครลำปาง รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในอาคารเรียน 4 ชั้น ของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ เทศบาลเมืองลำปาง จ.ลำปาง

ที่เกิดเหตุ พบว่ามีกลุ่มควันดำและแสงเพลิง กระจายออกมา นอกอาคาร ทางเจ้าหน้าที่เข้า ตรวจสอบเป็นเพลิงไหม้พัดลมเพดาน ชั้น 4 ของอาคารเรียนห้องภาษาไทย ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการดับไฟ และเพลิงสงบในเวลาต่อมา เบื้องต้นคาดว่า เกิดจากพัดลมที่ติดผนังถูกเปิดทิ้งไว้ จนเกิดความร้อนและช็อตจึงเกิดไฟลุกไหม้ ก่อนเจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมเพลิงไว้ได้ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองลำปาง


>> ไฟไหม้บ้านร้าง เสียหายวอดเกือบทั้งหลัง

22.32 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยพุทธมณฑลสาย 3 ซอย 22 ถนนพุทธมณฑลสาย 3 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ใช้เป็นที่พักอาศัย ( บ้านร้าง ) ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในบ้าน เพลิงลุกไหม้เสียหายจำนวน 1 ห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 9 ตารางเมตร อาสาสมัครใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากวัยรุ่นเข้าไปมั่วสุมและจุดไฟเผา ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยทวีวัฒนา


>> ไฟไหม้บนอาคารพาณิชย์ติดถนนสุขุมวิท ย่านเอกมัย เสียหายวอดทั้งชั้นและลุกลามข้างเคียง

23.09 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น ประกอบกิจการจำหน่ายดอกไม้สดและพวงหรีด ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 2 เพลิงลุกไหม้บริเวณชั้นที่ 2 ชั้นที่ 3 และลุกลามอาคารข้างเคียงบริเวณชั้นที่ 3 เสียหายทั้งหมด พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 128 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่สายไฟฟ้า ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 ราย เป็นเพศชาย อายุ 14 ปี ได้รับบาดเจ็บ อาการไฟลวกบริเวณแขนขวา อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลสุขุมวิท พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยคลองเตย


>> แผ่นดินไหว ที่แม่ลาว จ.เชียงราย

01.59 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 1.4 ความลึก 4 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.โป่งแพร่ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย ไม่มีรายงานผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือน 


>> แผ่นดินไหว ที่อำเภอพาน จ.เชียงราย    

02.36 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 1.4 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย ไม่มีรายงานผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือน 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม