หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 1 สิงหาคม 2567

วันที่ 2 สิงหาคม 2567 เวลา 05:46 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 1 สิงหาคม 2567


>> ผู้ว่าฯเชียงราย สั่งเปิดปฏิบัติการ"เชียงรายฟ้าใส" จัดระเบียบสังคมฯ ปราบปรามยาเสพติด

06.00 น. นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย สั่งการให้ นายกองรบ กระทุ่มนัด ป้องกันจังหวัดเชียงราย ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดเชียงราย ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พาน และชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด

เข้าตรวจสอบบ้านพักแห่งหนึ่ง ในหมู่ที่ 1 ตำบลม่วงคำ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เนื่องจากได้รับการแจ้งเบาะแสมาว่าบ้านหลังดังกล่าวมีวัยรุ่นทั้งหญิงและชายอยู่กันหลายคนมีการมั่วสุมเสพยาเสพติด และเป็นศูนย์กลางในการกระจายยาเสพเสพติดให้กับวัยรุ่นในหมู่บ้านจนติดงอมแงม

จากการเข้าปิดล้อมตรวจค้น ในระหว่างเข้าตรวจสอบมีกลุ่มวัยรุ่นหลบหนีปีนข้ามกำแพงได้จำนวนหนึ่ง แต่เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าจับผู้หลบหนีได้ 1 คน และตรวจสอบบริเวณโดยรอบ พบบุคคลอีกจำนวน 3 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน โดยในขณะตรวจค้นยังมีอาการมึนเมาอยู่

ซึ่งจากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบ พบยาเสพติดประเภทยาบ้า เบื้องต้นประเมินได้กว่า 5,000 เม็ด ยาไอซ์อีกจำนวนหนึ่ง อาวุธปืนจำนวน 5 กระบอก เป็นปืนสั้น 3 กระบอก ยาว 2 กระบอก ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าผู้ต้องหา ในรถ กระจายรอบพื้นที่ เครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนมาก อาวุธมีด 7 เล่ม เลื่อยโซ่ยนต์จำนวน 3 เครื่อง และอุปกรณ์การเสพ กระจายทั่วบริเวณอีกจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงนำของกลางทั้งหมดพร้อมตรวจยึดรถยนต์กระบะจำนวน 4 คัน รถมอเตอร์ไซต์จำนวน 3 คัน เพื่อพิสูจน์ความผิดและขยายผลต่อไป


>> ชายพิการวัย 45 ปี พลัดตกฝายน้ำล้น ก่อนถูกกระแสน้ำพัดจมหาย ด้านกู้ภัยเร่งค้นหา

08.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี นำชุดกู้ภัยทางน้ำ กว่า 30 นาย ลงพื้นที่บ้านพญากัมพุช ต.โป่งน้ำร้อน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี หลังรับแจ้ง มีชายตกฝายน้ำล้น สูญหายภายในน้ำ

นายประพิศ ญาณปัญญา นายอำเภอโป่งน้ำร้อน เปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อวานนี้ (31 ก.ค.67) ผู้สูญหายคือ นายโค้ก อายุ 45 ปี ชาวบ้านโป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี มีอาการป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรงที่ขาทั้ง 2 ข้าง ซึ่งขณะเกิดเหตุ ได้เดินไปใกล้เคียงฝายน้ำล้น ห่างจากบ้านเล็กน้อยและตกลงไปในฝาย จึงลอยคอมาเกาะขอบตลิ่งบริเวณบ้านชาวบ้าน เมื่อชาวบ้านเห็นจึงรีบโทรแจ้งญาติ แต่ด้วยกระแสน้ำในคลองมีความเชี่ยงแรง จึงถูกน้ำพัดร่างนายโค้ก ไปตามกระแสน้ำจนจมหายไป

จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ท้องถิ่น กู้ภัย ทหาร อส. และจิตอาสา ช่วยกันค้นหา แต่เนื่องจากสภาพน้ำในลำคลองไหลแรงมากจึงไม่สามารถนำเรือหรือชุดประดาน้ำลงไปค้นหาในลำคลองได้ การค้นหาทำได้แต่เพียงเฝ้าสังเกตและใช้โดรนบินตรวจอยู่ริมฝั่งคลองเท่านั้น แต่ยังไม่พบร่างของผู้จมน้ำแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าทุกฝ่ายยังคงเดินหน้าค้นหาผู้สูญหายอย่างต่อเนื่องโดยปรับแผน นำทีมประดาน้ำและทีมเคลื่อนที่เร็วจาก อ.เมือง และ อ.สอยดาว รวม 28 นาย ปูพรมลอยคอ จนตลอดฝาย พร้อมกันนี้ ทีมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยเทศบาลโป่งน้ำร้อน ได้นำเครื่องจักร และเลื่อยยนต์พร้อมเจ้าหน้าที่ มาตัดกิ่งไม้ที่ขวางทางน้ำไหลเพื่อเร่งระบายน้ำให้ลดลงโดยเร็ว


>> ไฟไหม้บ้านเรือนประชาชนเสียหายทั้งหลัง อาสากู้ภัยช่วยเหลือหญิงชราและลูกชาย ถูกไฟลวกนำส่ง รพ.

09.00 น. กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเลย ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่ หมู่ที่ 3 ต.นาอ้อ อ.เมืองเลย จ.เลย

ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งไม้ครึ่งปูน เพลิงอยู่ระหว่างโหมไหม้รุนแรง ทางเจ้าหน้าที่อาสาบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยรถดับเพลิง อำเภอเมืองเลย, เทศบาลตำบลนาอ้อ และพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมระดมใช้หัวฉีดน้ำเพื่อควบคุม ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบลง เบื้องต้นพบว่าเสียหายหมดทั้งหลัง ขณะเกิดเหตุ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย เป็นหญิงไทย อายุ 81 ปีเจ้าของบ้าน ได้รับบาดเจ็บบริเวนแขนซึ่งเกิดจากความร้อนของไฟขณะขึ้นไปช่วยหลานซึ่งอยู่ชั้นบนของบ้าน และ ชายไทย อายุประมาณ 40 - 50 ปี เป็นบุตรชายของเจ้าของบ้าน ซึ่งอาศัยอยู่บ้านข้างเคียง ได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนเกิดจากความร้อนของไฟ ทางอาสาสมัครช่วยเหลือปฐมพยาบาล ไม่พบผู้เสียชีวิต ในส่วนของสาเหตุนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเลย


>> นายกฯ เผยเตรียมเชิญหน่วยงานปราบยาเสพติดสหรัฐ ลงพื้นที่ภาคเหนือสิ้นเดือนนี้

09.20 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความคืบหน้าในการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชาว่า มีความคืบหน้าอยู่สองอย่าง คือการพูดคุยกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทั้งสองประเทศ เข้าใจว่าในช่วงสัปดาห์หน้า หรือปลายสัปดาห์นี้ ฝ่ายไทยจะเดินทางไปกัมพูชาเพื่อพูดคุยกัน และในช่วงเดือนกันยายน ตนเองอาจจะเดินทางไปคุยเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่ง

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เมื่อวานนี้ ได้พูดคุยเรื่องยาเสพติดกับทูตสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหน่วยที่ทำงานเกี่ยวกับยาเสพติดของสหรัฐ ก็มีการประสานงานกับ ป.ป.ส.ของเราอยู่แล้ว แต่อาจจะยังไม่ได้ลงไปในพื้นที่มากนัก ดังนั้น หากตนเองมีโอกาสลงพื้นที่ภาคเหนืออีกครั้ง คาดว่าในช่วงปลายเดือนนี้ ก็จะเชิญเขาไปด้วย เพราะไม่ใช่แค่ยาบ้าอย่างเดียวที่เพิ่มขึ้นมา เฮโรอีนก็เพิ่มขึ้นสี่เท่าตัว ซึ่งมีปลายทางคือประเทศออสเตรเลียกับสหรัฐอเมริกา 
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีมาตรการเด็ดขาดหรือไม่ นายกระบุว่าปัจจุบันก็ทำกันอยู่ โดยมี 25 จังหวัดหลัก โดยเฉพาะจังหวัดน่านและร้อยเอ็ด ที่จะทำให้เป็นจังหวัดสีขาวให้ได้ ภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ วิธีหลักคือการเอ็กซเรย์คน ตรวจปัสสาวะและนำกลับเข้ากระบวนการ


>> นักท่องเที่ยวชาวจีน ถูกต้นไม้ล้มทับ ขณะเล่นซิปไลน์ เสียชีวิต 1 เจ็บ 1

12.00 น. ทางศูนย์กู้ชีพเอราวัณ ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวจีนประสบอุบัติเหตุ ขณะเล่นเครื่องเล่นประเภท Zipline เหตุเกิดบริเวณหมู่ 2 ต.เทพเสด็จ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดรถกู้ชีพเข้าให้การช่วยเหลือ โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นผู้ชาย อายุ 46 ปี สัญชาติจีน ถูกต้นไม้ล้มทับใส่ จนกระดูกหัก เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพได้ทำการช่วยเหลือปฐมพยาบาล และนำส่งรักษาต่อยังโรงพยาบาล นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ยังพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบเป็นผู้หญิง อายุ 44 ปี สัญชาติ จีน

โดยจากการสอบถามทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นักท่องเที่ยวชาวจีนทั้ง 2 ราย เป็นสามีภรรยากัน เดินทางมาเล่นเครื่องเล่น Zipline ดังกล่าว ขณะกำลังจะเดินทางกลับจากจุดเล่นฐานสุดท้ายมายังบริเวณสำนักงาน และได้เดินข้ามสะพานแขวน โดยขณะเกิดเหตุต้นไม้ในบริเวณดังกล่าว ได้เกิดล้มลงมาทับบริเวณสะพานสลิงที่นักท่องเที่ยวทั้ง 2 คน กำลังเดินผ่าน และถูกล้มใส่นักท่องเที่ยวทั้งสอง และกระเด็นตกสะพานสลิงสูง 15 เมตร ลงมาบนพื้นดิน จนทำให้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต

ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพยังได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าสอบสวน ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากการที่ในพื้นที่มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ดินไม่สามารถรับน้ำหนักต้นไม้ใหญ่ได้ จึงทำให้เกิดดินสไลด์ จนเป็นเหตุให้ต้นไม้ล้มดังกล่าว ทั้งนี้ทางจังหวัดเชียงใหม่ได้ประสานกงสุลประเทศจีนทราบเรื่องนี้แล้ว ซึ่งทางจังหวัดจะให้ความช่วยเหลือเยียวยาตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะมีการวางมาตรการป้องกันการเกิดเหตุซ้ำในลักษณะดังกล่าวต่อไป


>> เพลิงไหม้บนอาคารพาณิชย์ ย่านบางรัก เสียหายวอดทั้งห้อง

12.07 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือน สถานที่เกิดเหตุ ซอยเจริญกรุง 45 ถนนเจริญกรุง แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 5 ชั้น ประกอบกิจการที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 5 ใช้เป็นที่พักอาศัยและเก็บของ เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 12 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่พัดลมตั้งพื้น ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางรัก


>> นายกฯ ตรวจเยี่ยม ติดตามความพร้อมการป้องกันและรับมือน้ำท่วม กทม.

13.30 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมเตรียมความพร้อมการป้องกันและรับมือน้ำท่วม โดยมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ประธานสภากรุงเทพมหานคร นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางวันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

ภายหลังรับฟังบรรยายสรุปฯ นายกรัฐมนตรีกล่าวมอบนโยบายว่า เนื่องจากปีนี้มีปรากฏการณ์ลานีญา ทำให้ปริมาณฝนตกมากกว่าปกติ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนและภาคอีสาน ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่กรุงเทพมหานครในช่วงเดือนนี้ไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน ดังนั้น รัฐบาลและกรุงเทพมหานคร จึงต้องเตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์น้ำที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนและในพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญ

นายกรัฐมนตรีกล่าวให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ กทม. และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึง กทม. เฝ้าระวังและประกาศเตือนพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เตรียมช่วยเหลือประชาชนในเหตุการณ์เฉพาะหน้าทั้งกรณีน้ำท่วมและการระบายน้ำ จัดหาพื้นที่แก้มลิงเพื่อรองรับน้ำที่รอการระบาย พร้อมรับมือน้ำเหนือหลากและน้ำทะเลหนุน รวมถึงการควบคุมปริมาณน้ำในคลองต่างๆ ให้เกิดความเหมาะสม เช่น การเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง การขุดลอกท่อระบายน้ำ และทางน้ำไหล การขจัดขยะและวัชพืชตามท่อระบายน้ำต่างๆ เพื่อให้ไม่เกิดปัญหาติดขัดกรณีที่มีฝนตกในพื้นที่ในจำนวนมาก โดยเน้นย้ำให้ กทม. ต้องร่วมมือกับทางหน่วยงานปกครอง (ปภ) กรมชลประทาน และกรมทรัพยากรนน้ำ ตลอดจนหน่วยงานความมั่นคง สนับสนุนการทำงานอย่างเต็มที่ในทุกมิติ โดยเฉพาะในพื้นที่สุ่มเสี่ยง และชุมชนแออัด ซึ่งคาดว่าจะเกิดน้ำท่วมอย่างแน่นอน ขอให้ กทม.กำหนดจุด วางแผน เตรียมมาตรการให้ความช่วยเหลือ พร้อมเฝ้าระวัง แก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนให้ประชาชนได้อย่างรวดเร็ว


>> อดีตตำรวจวัยเกษียณ คว้าปืนรัวใส่อดีตเมียดับ ก่อนจ่อขมับยิงตัวเองตาม ตร.คาดปมหึงหวง

13.30 น. สภ.ย่านตาขาว รับแจ้งเหตุมีอดีตสามียิงภรรยาเสียชีวิต เหตุเกิดภายในบ้านหลังหนึ่ง และตัวผู้ก่อเหตยังอยู่ในบ้านในพื้นที่ ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบประตูรั้วหน้าบ้านถูกล็อกสนิทด้วยแม่กุญแจจากด้านใน เจ้าหน้าที่จึงมองลอดผ่านช่องกำแพงรั้ว เห็นผู้ก่อเหตุ ทราบชื่อต่อมา คือ ร.ต.ท.สมโชค อายุ 70 ปี อดีตตำรวจเกษียณอายุราชการ ยืนถืออาวุธปืนเดินวนเวียนอยู่ในบ้าน ก่อนจะได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงถอยร่นออกมา พร้อมประสานชุดปฏิบัติการพิเศษศรีตรัง (หนุมานตรัง) เข้าร่วมเคลียร์พื้นที่

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ทำการพังประตูรั้วบ้านเข้าไป เมื่อเปิดประตูหน้าบ้านเข้าไปภายในบ้านพบ ร่าง ร.ต.ท.สมโชค ผู้ก่อเหตุ ใช้อาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. ยิงเข้าที่ขมับขวาตัวเอง 1 นัด นอนเสียชีวิตบนแคร่ไม้ ตรวจสอบบริเวณหน้าประตูห้องนอนพบรอยคราบเลือดหยดเป็นทางยาว ภายในห้องนอนพบร่างของ นางสมคิด อายุ 71 ปี ซึ่งเป็นอดีตภรรยาของผู้ก่อเหตุ สภาพนั่งบนพื้นหลังพิงเตียงนอนเสียชีวิต ตามร่างกายพบถูกยิงด้วยอาวุธปืนกระบอกเดียวกันกับผู้ก่อเหตุรวม 16 นัด ต้นแขนซ้ายถูกฟันด้วยของมีคม ใกล้กันพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่บนพื้น 16 ปลอก นอกจากนี้ ยังพบแม็กกาซีนอีก 2 อันภายในไม่มีกระสุน ถูกยิงออกหมดแล้ว

ส่วนประเด็นปัญหา คาดว่าน่าจะเกิดจากฝ่ายชายเพิ่งเลิกกับภรรยาได้ประมาณ 1 เดือน ก่อนที่ภรรยาจะย้ายไปพักอยู่กับญาติ ที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช และเพิ่งกลับมาอยู่บ้านหลังนี้เมื่อประมาณ 3 วันก่อนเกิดเหตุ ซึ่งอาจจะยังหึงหวงกันอยู่ เบื้องต้นทางญาติไม่ได้ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิตของทั้งคู่ ทางตำรวจจึงมอบศพให้กับญาตินำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป


>> พบร่างนักท่องเที่ยวชาวฮอลแลนด์ กลายเป็นศพบนหุบเขาหงอนนาค จ.กระบี่

14.00 น. จากกรณีนักท่องเที่ยวพ่อแม่ลูก ชาวฮอลแลนด์ ได้เดินเท้าขึ้นไปเที่ยวบริเวณยอดเขาหงอนนาค เขตอุทยานแห่งชาติ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี หมู่ 3 ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ แล้วเกิดพลัดหลงกับ ลูกชาย อายุ 18 ปี เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ล่าสุดทางกู้ภัยฯ แจ้งว่า ได้พบนักท่องเที่ยวรายดังกล่าวแล้ว นอนเสียชีวิตในซอกหินใต้หงอนนาค โดยด้านนายกฤษณ์วิกรม แกล้วกล้า หน.ส่วนกู้ภัยอุทยานแห่งชาติที่ 6 จ.ภูเก็ต หัวหน้าทีมกู้ภัยให้ข้อมูลว่า คาดว่าจุดพบศพสูงจากพื้นประมาณ 450 เมตร เจ้าหน้าที่กู้ภัยยฯต้องประเมินสถานการณ์ว่า จะใช้วิธีโรยศพลงข้างล่าง หรือดึงกลับไปยังด้านบน อย่างไหนสะดวกกว่ากัน แต่คาดว่าจะใช้เวลาจึงจะนำศพกลับมายังที่ทำการหน่วยอุทยานฯ ได้


>> รถกระบะ ชนคนข้ามถนน เสียชีวิตกลางถนนเพชรเกษม

16.08 น. ได้รับแจ้งจาก มูลนิธิสว่างสรรเพชญ มีอุบัติเหตุรถกระบะชนคนข้ามถนน และมีผู้เสียชีวิต ถนนเพชรเกษม บริเวณใกล้เคียงทางเข้าวัดหนองปลาไหล อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ เชฟโลเล็ต สีเทา ป้ายทะเบียน สมุทรสาคร จอดอยู่กลางถนน ในสภาพกันชนและกระจกหน้ารถมีร่องรอยการเฉี่ยวชนได้รับความเสียหาย และห่างออกไป พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 50-60 ปี ไม่พบเอกสารติดตัว มีรอยสักที่แผ่นหลังและหน้าอก ใส่เสื้อสีชมพู กางเกงยีนส์ขาสามส่วน ในส่วนของสาเหตุนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาย้อย


>> โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ชี้แจง หลัง จนท.บังคับใช้กฎหมายที่บ้านคลองช้าง จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 3 รายพร้อมของกลางอาวุธสงคราม

17.00 น. พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุการณ์ หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วมประจำจังหวัดปัตตานี ได้สนธิกำลัง 3 ฝ่าย เข้าบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง หลังได้ขว้างระเบิดแสวงเครื่อง (แบบไปป์บอมบ์) และเปิดฉากการยิงเข้าใส่เจ้าหน้าที่เป็นระยะ เพื่อพยายามหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้สกัดกั้นและทำการยิงตอบโต้จนเกิดการปะทะกันขึ้น เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 นาย และเสียชีวิต จำนวน 1 นาย เมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อเช้านี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าถากถางพื้นที่เพื่อกระชับวงล้อม ระหว่างนั้นได้ตรวจพบผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต จำนวน 3 ราย ทราบชื่อ นายรอบี อายุ 30 ปี, นายอิสมาแอ อายุ 30 ปี และ นายต่วนอาเดล อายุ 26 ปี

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานฯ เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ จากการตรวสอบพบวัตถุพยาน ประกอบด้วย อาวุธปืนสงคราม AK-102 จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนสงคราม M16 จำนวน 1 กระบอก และปืนพกสั้น จำนวน 2 กระบอก จึงได้รวบรวมวัตถุพยานหลักฐานต่าง ๆ เพื่อขยายผลหาความเชื่อมโยงติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอแสดงความเสียใจกับญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังคงมีเจตนารมณ์ในการแก้ไขปัญหาตามแนวทางสันติวิธี โดยพร้อมเปิดโอกาสให้ผู้กระทำผิดเข้ามอบตัวเพื่อต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม และให้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองตามขั้นตอนของกฎหมาย


>> คุณตาวัย 77 ปีถูกเพื่อนร่วมงานทำร้าย ก่อนขึ้นไปนอนในรถแล้วไม่ลงมาอีกเลย ตร.คุมตัวหนุ่มเพื่อนร่วมงาน อ้างไม่ได้ตั้งใจตีให้ตาย

18.50 น. สภ.ไทรน้อย ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตอยู่ในรถยนต์ ที่จอดอยู่ในพื้นที่ หมู่ 10 ต.ไทรใหญ่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะโตโยต้า รุ่น รีโว่ สีขาวตอนเดียว ทะเบียน กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ข้างทาง กระจกหน้ารถติดสติ๊กเกอร์ตัวใหญ่คำว่า"งานจราจร" แต่ประตูข้างรถไม่มีเครื่องหมายของหน่วยงานราชการใดติดอยู่ ในรถบนเบาะที่นั่งคนขับพบร่างของ นายประเสริฐ อายุ 77 ปี ชาวอำเภอบางใหญ่ จ.นนทบุรี พนักงานขับรถของบริษัทเอกชนที่รับตีเส้นจราจร สภาพสวมเสื้อโปโลสีขาว กางเกงขายาวสีดำ ส่วนที่เบาะนั่งข้างคนขับพบกุญแจรถวางไว้ สภาพศพพบที่แขนขวามีรอยลักษณะถูกตี

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวนายออ ซึ่งยังคงทำงานอยู่ในบริษัทมาสอบสวน ให้การรับสารภาพว่าทำร้ายร่างกายผู้เสียชีวิตจริง จึงแจ้งข้อหาเบื้องต้นพร้อมกับตรวจยึดไม้ไผ่ด้ามไม้กวาดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไทรน้อย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนร่างผู้เสียชีวิต มอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป


>>รถจยย. เร่งแซงรถกระบะไม่พ้น ชนประสานงากับรถจยย. ฝั่งตรงข้าม นักเรียนชั้น ม.1 ดับ และมีเจ็บสาหัสอีก 2 ราย  

21.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางบัวทอง ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนกัน และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 3 ราย เหตุเกิดบริเวณโรงแรมแห่งหนึ่ง ใกล้เคียงทางไปวัดสามง่าม ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 100 สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ลักษณะชนประสานงากับ รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 125i สีดำ ป้ายทะเบียน 1658 กทม. ใกล้กันพบว่ามีผู้บาดเจ็บ 2 ราย อาสากู้ภัยช่วยเหลือและนำส่ รพ.บางบัวทอง ส่วนในจุดเกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิต 1 คน ตรวจสอบเอกสาร เป็นเด็กชาย อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ปทุมธานี สภาพศพนอนตะแคงเสียชีวิต สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ ใส่กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน-ขาว และห่างออกไปพบรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีเทา-ดำ มีร่องรอยเฉี่ยวชนบริเวณข้างกระจกด้านขวาแตก

จากการสอบถาม คนขับรถกระบะ กล่าวว่า ตนขับรถกระบะกำลังจะกลับบ้าน เห็นรถจยย.คันที่ขับขี่ตามหลังตนมา แซงขวาขึ้นไป แล้วแซงไม่พ้นชนประสานงากับรถ จยย. ที่ขับสวนเลนมา แล้วกระเด็นมาชนรถของตน ซึ่งขณะนั้นฝนตก คาดว่าคงมองไม่เห็นกัน เพราะมีรถคันนึงไม่มีไฟด้านหน้า ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป  


>> แผ่นดินไหว ประเทศเมียนมา

00.34 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.0 ความลึก 2 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 71 กม.  ไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย 
 

>> รถจักรยานยนต์ชนขอบทาง มีผู้เสียชีวิต

01.15 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ และมีผู้เสียชีวิต ถนนรังสิต - นครนายก ฝั่งขาออก ช่วงสะพานคลอง 13 ในพื้นที่ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ดรีม สีน้ำเงิน ป้ายทะเบียน 488 กรุงเทพมหานคร สภาพล้มคว่ำติดอยู่ข้างขอบปูนกั้นทาง ในช่องทางก่อนถึงทางกลับรถใต้สะพาน และใกล้กันพบร่างของผู้ขับขี่เสียชีวิตในสภาพนอนหงาย มีแผลเปิดที่ใบหน้า ตรวจสอบเป็นผู้ชาย อายุประมาณ 20 - 30 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ธัญบุรี  

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม