24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 9 กรกฎาคม 2567
>> พบสาวถูกฆาตกรรม ภายในห้องพักย่านสามเสน เจ้าหน้าที่เร่งล่าตัวผู้ต้องสงสัย
08.00 น. ตำรวจ สน.สามเสน รับแจ้งมีเหตุคนเสียชีวิต ภายในห้องพักแห่งหนึ่ง ถนนนครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
ที่เกิดเหตุเป็นห้องพัก ชั้น 2 พบว่าประตูล็อกจากข้างนอก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้เจ้าของหอพักเป็นคนเปิดประตูเข้าไปด้านใน พบร่าง น.ส.เขมฤทัย อายุ 30 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องเช่าดังกล่าวศพอยู่ในสภาพขึ้นอืด ใกล้กันพบอาวุธมีดยาวตกอยู่ จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
สอบถามเจ้าของห้องพักทราบว่า ผู้เสียชีวิตทำงานเป็นแม่บ้านอยู่ที่รัฐสภา และพักอาศัยอยู่กับแฟนชื่อ นายสุนัย อายุ 24 ปี ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นผู้ต้องสงสัย หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามตัวมาทำการสอบปากคำต่อไป
ต่อมา จากการชันสูตรศพพบว่าเสียชีวิตมาแล้ว 7-10 วัน มีร่องรอยถูกอาวุธมีดแทง 1 แผลบริเวณลำตัว ซึ่งพบมีดอยู่ภายในห้องพักดังกล่าว
>> จับโจรวัย 18 ก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ ย่านราษฎร์บูรณะ ก่อนถูกชาวบ้านช่วยกันล้อมจับ
08.30 น. ชาวบ้านช่วยกันล้อมจับโจรขโมยรถจักรยานยนต์ ภายในซอยประชาอุทิศ 33 (ทุ่งครุ) แยกย่อยซอยที่ 7 ได้ของกลางเป็นรถจักรยานยนต์ 4 คัน แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ นำตัวผู้ต้องหาวัยเพียง 18 ปี ไปสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมถึงผู้ร่วมขบวนการณ์ที่โรงพัก
โดย นายสมัย อายุ 41 ปี และ นาย พงศธร อายุ 27 ปี ได้นำกลุ่มเพื่อนและชาวบ้านจำนวนหนึ่งไปล้อมจับโจรที่บ้านหลังหนึ่ง ซอยประชาอุทิศ 33 แยก 7 ถนน ประชาอุทิศ แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร เมื่อผู้เสียหายทั้งสองคนเดินทางไปถึงหน้าบ้านดังกล่าวจึงได้พบกับ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี อยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว และพบรถจักรยานยนต์ ที่นายเอ ได้ขโมยมา 4 คัน จอดเรียงรายอยู่หน้าบ้าน เมื่อผู้เสียหายเห็นรถของตนเองจอดอยู่บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ทำการเรียกนายเอ ออกมาพูดคุยและทำการควบคุมตัวเอาไว้ แล้วแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ มารับตัวไปไว้ที่ สน.เพื่อรอการตรวจสอบต่อ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการควบคุมตัวนายเอ ไปสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมที่ สน.ราษฎร์บูรณะ และจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
>> ตาวัย 72 ปี ขี่รถ จยย.เสียหลักล้ม ร่างกระเด็นตกบ่อน้ำบาดาล ลึกกว่า 8 เมตรเสียชีวิต
09.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิประสาทบุญสถาน พิษณุโลก และเจ้าหน้าที่ตำรวจ รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักล้ม และคนขับขี่กระเด็นตกลงไปในบ่อน้ำบาดาล บริเวณถนนกลางทุ่งนา ใกล้กับโรงเรียนบ้านห้วยชัน ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีฟ้า-ขาว ล้มคว่ำอยู่ติดกับปากบ่อซีเมนต์ที่ทำเป็นบ่อน้ำ มีความลึกกว่า 8 เมตร ตรวจสอบพบว่ามีร่างของชาย 1 คนอยู่ใต้ก้นบ่อลักษณะคว่ำหน้า ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์โรยตัวลงไปนำร่างขึ้นมาด้านบน และตรวจสอบเอกสาร ทราบชื่อคือ นายสนาม อายุ 72 ปี เป็นชาวบ้านอยู่ที่ หมู่ 5 ต.ท่านางงาม
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางระกำ พร้อมแพทย์เวร ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุก่อนนำร่างผู้เสียชีวิต ส่งชันสูตรนิติเวชเพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจนต่อไป
>> ปิดตำนาน คดีหวย 30 ล้าน ครูปรีชา-เจ๊พัช-เจ๊บ้าบิ่น รับสารภาพคดีเบิกความเท็จ
09.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ ศาลจังหวัดกาญจนบุรี นัดสืบพยานโจทก์ คดีที่ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือ ลุงจรูญ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา นางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น และนางพัชริดา พรมตา หรือเจ๊พัช ในความผิดฐานร่วมกันเบิกความเท็จต่อศาล โดยในวันนี้ ลุงจรูญไม่ได้มาด้วย เนื่องจากต้องไปเยี่ยมพ่อที่มีอาการป่วย ส่วนการสืบพยานโจทก์ในวันนี้ก็คงจะเป็นการสืบพยานในส่วนของทนาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครูปรีชา ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าไปในศาลว่า ในวันนี้ได้เดินทางมาร่วมรับฟังการสืบพยานโจทก์ตามนัดหมายของศาล โดยยืนยันว่าเป็นการเบิกความไปตามความเป็นจริง ที่ตนเชื่อว่าสลากชุดที่ถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 30 ล้านบาทนั้น เป็นสลากของตนจริง และไม่ได้มีเจตนาที่จะเบิกความเท็จอย่างที่ถูกฟ้อง
ต่อมาทนายของฝ่ายลุงจรูญเผยความคืบหน้าว่า จำเลยทั้ง 3 คน คือ ครูปรีชา เจ๊พัช และเจ๊บ้าบิ่น ได้รับสารภาพเป็นที่เรียบร้อย โดยศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 28 ตุลาคมนี้
>> "ทนายเดชา" หวัง ศาลเมตตา "อนุรักษ์ " อดีต ส.ส.เพื่อไทย เรียกรับสินบน 5 ล้าน เชื่อหลักฐานไม่เพียงพอ
10.00 น. ที่ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายเดชา กิตติวิทยานันท์ (ทนายเดชา) ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ ในฐานะทนายความของ นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ อดีต ส.ส.มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย (จำเลย) ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ คดีเรียกรับสินบน 5 ล้านบาท จาก นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เมื่อครั้ง นายอนุรักษ์ ดำรงตำแหน่ง รองประธานอนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ 2 ใน กรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 ในการพิจารณางบประมาณ โครงการขุดเจาะน้ำบาดาลพลังงานแสงอาทิตย์
โทย ทนายเดชา ให้สัมภาษณ์ถึงคดีดังกล่าวว่า ศาลฎีกาสั่งจำคุก 6 ปี นายอนุรักษ์ ศาลเชื่อว่ามีการเรียกรับเงินจริง และวันนี้ (9 ก.ค.) ก็มาฟังว่าศาลฎีกาจะตัดสินอย่างไร ยังมีความคาดหวังว่าศาลอาจจะยกประโยชน์ เพราะคดีนี้ไม่มีเส้นทางการเงิน มีแต่คำพูดของ นายศักดา เพียงปากเดียว ก็ยังมีความหวังว่าพยานหลักฐานอาจจะไม่เพียงพอ ทั้งนี้ หากผลออกมาเป็นลบ ก็เข้าคุก ทำอะไรไม่ได้แล้ว ต้องรอพระพระราชทานอภัยโทษ ทำใจอย่างเดียว
>> กกต. ยังไม่รับรอง ส.ว.ชุดใหม่ เหตุไม่มีข้อสรุปตามเดิม มีประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม กกต.นัดประชุมถกต่อเช้าพรุ่งนี้
13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. นัดประชุมโดยมีวาระพิจารณาประกาศรับรองผลการเลือกสมาชิกวุฒิสภา รวมถึงเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับกระบวนการเลือก ส.ว. ซึ่งเป็นการพิจารณาต่อเนื่อง หลังจากเมื่อวานนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปเนื่องจากกรรมการยังมีความเห็นต่างและนัดประชุมอีกครั้งในบ่ายวันนี้ แต่การประชุมวันนี้ก็ยังไม่ได้ข้อสรุปจะมีการประกาศรับรอง ส.ว.ชุดใหม่และมีการนัดประชุมกันอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ เวลา 09.00 น
โดยมีรายงานว่า วันนี้ที่ประชุมได้พิจารณาวาระเรื่องการประกาศผลการเลือก ส.ว. แล้ว แต่เห็นว่า ยังมีบางประเด็นที่ต้องให้ทางสำนักงาน กกต. ตรวจสอบเพิ่มเติมในส่วนของผู้ได้รับเลือกเป็น ส.ว. เพื่อให้มีข้อเท็จจริงเพียงพอสำหรับการลงมติประกาศผลการเลือก ส.ว. ซึ่งถ้ามีความชัดเจนในข้อมูลนี้ จะทำให้ กกต. สามารถพิจารณาได้ว่าสมควรประกาศผลหรือไม่
>> ครม. อนุมัติงบกลาง 1,939 ล้านบาท เดือน ม.ค.-เม.ย. 67 จ่ายย้อนหลังให้กับ กฟน.- กฟภ. ชดเชยลดภาระค่าไฟฟ้าประชาชน
13.34 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 9 ก.ค. 67 ได้อนุมัติงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ปี 67 วงเงิน 1,939.75 ล้านบาท ให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) รัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงมหาดไทย ดำเนินมาตรการเพื่อลดค่าภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าแก่ประชาชนตามนโยบายรัฐบาลสำหรับค่าไฟฟ้าในเดือน ม.ค. - เม.ย. 67 ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ
โดยมาตรการนี้ได้แบ่งเบาภาระประชาชนในช่วงเวลาที่ราคาพลังงานสูง ซึ่งตลอด 4 เดือนที่ผ่านไป ทั้ง 2 หน่วยงานได้ดูแลช่วยลดภาระให้ประชาชนไปรวมแล้ว 17.73 ล้านราย ด้วยวงเงินงบประมาณรวม 1,939.75 ล้านบาท แยกเป็นการดูแลของ กฟน. ครอบคลุม 2.38 ล้านราย ภายใต้งบประมาณ 356.30 ล้านบาท และ กฟภ. 15.35 ล้านราย งบประมาณ 1,583.45 ล้านบาท
>> เจอตัวแล้ว แม่ใจร้ายทิ้งทารกฝาแฝด หมกถังขยะ สารภาพกินยาขับ ตกใจเลยเอาไปทิ้งถังขยะ
15.43 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางชื่อ พร้อมชุดสืบสวน สน.บางซื่อ ร่วมกันจับกุมหญิงสัญชาติเมียนมา อายุ 18 ปี ได้ที่หน้าห้องเช่า แห่งหนึ่งในซอยพหลโยธิน 13 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา พนักงานฝ่ายรักษาความสะอาดเขตพญาไท พบศพเด็กทารกเพศชายสันนิษฐานว่าเป็นฝาแฝด 2 ศพอายุครรภ์ 4-5 เดือน บนรถเก็บขยะภายในซอยพหลโยธิน 13 หลังพบศพ ฝ่ายสืบสวน สน.บางซื่อ ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณห้องพักอพาร์ตเมนต์ภายในซอยดังกล่าว กระทั่งทราบว่าหญิงสัญชาติเมียนมาคนดังกล่าว อยู่ระหว่างตั้งครรภ์พักอยู่ จึงเข้าตรวจสอบภายพบคราบเลือด โดยไม่พบตัวหญิงคนดังกล่าว
สอบสวนทราบว่าหายออกจากห้องไปตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ฝ่ายสืบสวนจึงเฝ้าอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ จนพบตัวหญิงคนดังกล่าว ขณะเดินกลับมาที่ห้องพักจึงจับกุม สอบสวนรับสารภาพว่า ทารกฝาแฝดทั้ง 2 ศพ เป็นลูกของตนจริง โดยกินยาขับออก เมื่อเด็กคลอดออกมาพบว่าเด็กทั้ง 2 คนเสียชีวิตแล้ว ด้วยความตกใจจึงนำศพใส่ถุงพลาสติกนำไปทิ้งไว้ที่ถังขยะหน้าอพาร์ตเมนต์ และรับว่าเข้ามาอาศัยในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต
เบื้องต้นนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ดำเนินคดีข้อหา ทำให้ตนเองแท้งลูกหรือยอมให้ผู้อื่นทำให้ตนแท้งลูก ขณะมีอายุครรภ์เกิน 12 สัปดาห์ และเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตต่อไป
>> รถจักรยานยนต์ชนเสาปูนกั้นทาง เสียชีวิต 2 ราย
16.16 น. รับแจ้งจากมูลนิธิเพชรเกษมน่าน มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ และมีผู้เสียชีวิต ริมถนนสายท่าวังผา-เชียงคำ บริเวณพื้นที่รอยต่อ บ้านสบเป็ด ต.ผาตอ อ.ท่าวังผา และ อ.สองแคว จ.น่าน
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ-แดง ป้ายทะเบียน 8131 น่าน ลักษณะชนเสาปูนกั้นทางแล้วพลิกคว่ำลงร่องน้ำข้างทาง ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต เป็นผู้ชาย 2 รายภูมิลำเนาชาว อ.สองแคว ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าวังผา
>> สืบนครบาล รวบ “ติ๊ก-นาวา” แฝงตัวบ้าน ceo สื่อโฆษณา ขโมยภาพโบราณอายุ 120 ปี
17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล จับกุมตัว นายนาวา อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง โดยกล่าวหาว่า ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุมหรือรับของโจร
โดยย้อนกลับไปตั้งแต่ปลายปี 65 นายนาวา หรือติ๊ก ได้สมัครงานเข้ามาเป็นพนักงานขับรถให้กับซีอีโอหนุ่มดังกล่าว แรกเริ่มเป็นเพียงคนขับรถธรรมดา แต่ด้วยด้วยทักษะความสามารถพิเศษใช้เวลาเพียงปีเศษ ทลายกำแพงความไว้ใจจากคนในบ้านจนสามารถเข้านอกออกในได้ทุกพื้นที่ภายในบ้าน กระทั่งคนร้ายได้พบกับสมบัติล้ำค่าดังกล่าวคือ “พระบรมฉายาลักษณ์” พร้อมลายพระปรมาภิไธยโบราณ อายุ 120 ปี จำนวน 4 ภาพ มรดกตกทอดของ “ตระกูลดัง”
กระทั่งเมื่อวันที่ 4 พ.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุเพลิงไหม้ในคฤหาสน์ดังกล่าว คนร้ายไร้ความตื่นตระหนกเข้าประกบเจ้านายทำทีห่วงใยก่อนจะพาออกจากคฤหาสน์จนหมด ก่อนช่วงชิงสถานการณ์อลหม่าน เข้าไปฉกเอาสมบัติล้ำค่าจำนวน 4 ภาพ ยกขึ้นรถตรงดิ่งไปยังตลาดมืดทันที และยังกลับมาทำงานอย่างปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซีอีโอหนุ่มตรวจสอบทรัพย์สินในคฤหาสน์ก็พบว่าสมบัติอันล้ำค่าหายไป จนต้องขึ้นโรงพักแจ้งความดำเนินคดี กระทั่ง เจ้าหน้าที่พบเบาะแสจากตลาดมืด จึงออกหมายจับคนร้ายรายนี้ได้ในที่สุด
ซึ่งกำลังชุดสืบนครบาล บุกไปจับกุมตัว นายนาวา ที่กลางถนนย่านปทุมวัน ซึ่งในขณะจับกุมคนร้ายยังคงทำงานเป็นคนขับรถให้ซีอีโอหนุ่มอยู่เสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลังจับกุมตัวได้นำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางนา เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย
ชั้นจับกุมผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่าได้ลักทรัพย์ของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมลายพระปรมาภิไธยโบราณ อายุกว่า 100 ปี ไปจริง โดยนำภาพไปจำหน่ายยังร้านค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้ง 4 รูป มูลค่ารวมกว่า 100,000 บาท แต่ที่แท้จริงแล้ว ทรัพย์ดังกล่าวตกทอดมรดกจากรุ่นสู่รุ่น กว่า 100 ปี มูลค่าไม่สามารถประเมินราคาได้ เนื่องจากเป็นทรัพย์สินที่หายากและมีมูลค่าแก่ทางจิตใจของครอบครัวและตระกูลของผู้เสียหายเป็นอย่างมาก
>> ไฟไหม้รถยนต์ บนต่างระดับรัชวิภา เสียหายวอดทั้งคัน
19.19 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ บนสะพานต่างระดับข้ามแยกรัชวิภา ซอยวิภาวดี รังสิต 19 ถนนวิภาวดี รังสิต แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพลิงลุกไหม้รถยนต์นั่งส่วนบุคคล สีแดง หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่ห้องเครื่อง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางซ่อน
>> รถตู้ชนกับรถบรรทุก 4 ล้อเล็ก มีผู้เสียชีวิต
19.20 น. รับแจ้งจาก หน่วยกู้ภัยตระการร่วมใจคุณธรรม มีอุบัติเหตุรถตู้ ชนกับรถกระบะ และมีผู้บาดเจ็บหลายราย ถนนทางหลวงหมายเลข 2050 เส้นทาง ตระการพืชผล - ห้วยยาง ช่วงหลัก กม.ที่ 53+800 ในพื้นที่ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถตู้ โตโยต้า สีเทา ป้ายทะเบียน 5616 กทม. ลักษณะชนท้ายรถบรรทุก 4 ล้อเล็ก อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน 7031 อุบลราชธานี มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 รายอาสาสมัครให้การช่วยเหลือและนำส่ง รพ.ตระการพืชผล และมีผู้เสียชีวิต 1 ราย พื้นที่ สภ.ตระการพืชผล
>> โจ๋วัยรุ่นยะลา ทะเลาะวิวาทใช้อาวุธปืนยิงคู่อริกระสุนพลาดไปถูก เด็กหญิงวัย 14 ปี บาดเจ็บ
20.00 น. ศูนย์วิทยุ สภ.เมืองยะลา ได้รับแจ้งว่ามีเหตุกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทใช้อาวุธปืนยิงกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 1 ราย เหตุเกิดบริเวณแยกเบอร์เส้ง ใกล้แฟลตตำรวจ เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา
ที่เกิดเหตุ พบแต่เพียงรอยเลือดจำนวนหนึ่ง ใกล้กันพบปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 1 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ ญาติช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทราบภายหลัง ผู้ได้บาดเจ็บเป็นเยาวชนหญิง อายุ 14 ปี มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่บริเวณขาขวา ได้รับบาดเจ็บ แพทย์และพยาบาลกำลังเร่งช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
จากการสอบถามในเบื้องต้น ทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มวัยรุ่น จำนวน 3 คน ขับขี่และซ้อนท้ายรถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า ซูเมอร์เอ็กซ์ แล้วใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่คู่อริ จำนวน 2 นัด กระสุนไปถูกเด็กหญิง อายุ 14 ปี ได้รับบาดเจ็บ หลังก่อเหตุกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว ได้ขับขี่รถ จยย.หลบหนีมุ่งหน้าไปทางปั๊มน้ำมัน ปตท.มลายูบางกอก
ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บปลอกกระสุน และเข้าตรวจสอบภาพวงจรปิดในบริเวณแฟลตตำรวจเพื่อเป็นหลักฐานในการติดตามผู้ก่อเหตุต่อไป
>> ตำรวจ สภ.แม่สาย ถือหมายศาลตามรวบ "ทหารเกณฑ์โหด" ฆ่าแฟนสาวแม่บ้านรัฐสภา
20.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สาย จ.เชียงราย นำกำลังชุดสืบสวนถือหมายศาลทหารกรุงเทพฯ ไปจับพลทหารสุนัย อายุ 24 ปี แฟนหนุ่มของผู้ตาย คือ น.ส.เขมฤทัย อายุ 30 ปี ทำงานเป็นแม่บ้านรัฐสภา ถูกอาวุธมีดแทงเข้าที่ลิ้นปี่ 1 แผล นอนเสียชีวิตในห้องพักอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ในซอยวัดประชาระบือธรรม เขตดุสิต กทม. ทางแพทย์คาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 7 วัน เหตุเมื่อเวลา 11.30 น.ที่ผ่านมา
จากการสอบสวน เจ้าของอพาร์ตเมนต์ เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตมาสัญญาเช่าตั้งแต่ ก.ย. 65 ช่วงแรกเห็นผู้ตายพักเพียงลำพังคนเดียว แต่มาช่วง 3-4 เดือนหลัง มีแฟนหนุ่มของผู้ตายเทียวไปเทียวมา พบเห็นครั้งสุดท้ายเมื่อปลายเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งออกจากห้องพักไปพร้อมกับกระเป๋าเป้และถุงผ้าอีกหนึ่งใบ จากนั้นก็ไม่กลับเข้ามาอีกเลย กระทั่งวันเกิดเหตุ ทางลูกบ้านได้กลิ่นต้องสงสัยออกจากห้อง จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาดูถึงทราบว่ามีคนเสียชีวิต ลูกบ้านได้กลิ่นมาตั้งแต่ช่วงวันที่ 3 ก.ค. แต่ไม่กล้าไปงัดห้องผู้ตาย เมื่อโทรสอบถามผู้ตายทางไลน์ก็ไม่ตอบกลับ
ทางด้าน พ.ต.อ.เทคนิค จันสี ผกก.สภ.แม่สาย เปิดเผยว่า ภายหลังได้รับแจ้งจาก สน.สามเสน ได้ติดต่อประสานฝ่ายทหารดำเนินการควบคุมตัวพลทหารสุนัย ส่งมอบให้ตำรวจ สภ.แม่สาย ทำบันทึกจับกุมตามหมายจับและส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สามเสน ควบคุมตัวพลทหารสุนัย ทาแน่น ไปดำเนินคดีที่ สน.สามเสน ต่อไป
>> แผ่นดินไหวแถวเกาะสมุย
00.14 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.0 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ไม่มีรายงานผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือน
>> ไฟไหม้เพิงไม้เก็บของ เสียหายวอดทั้งหลัง
02.26 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ไม่มีเลขที่ ซอยหทัยราษฎร์ 22 ถนนหทัยราษฎร์ แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นเพิงพักโครงสร้างไม้หลังคาเมทัลชีท ประกอบกิจการเพิงเก็บของ ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ภายในเพิงพักเก็บของ เพลิงลุกไหม้เสียหายทั้งหมด พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 3 ตารางวา รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากจุดยากันยุงทิ้งไว้ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางชัน
>> แผ่นดินไหว ที่ลำปาง
03.59 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 1.1 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.เสริมกลาง อ.เสริมงาม จ.ลำปาง ไม่มีรายงานผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือน