หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 3 กรกฎาคม 2567

วันที่ 4 กรกฎาคม 2567 เวลา 05:57 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 3 กรกฎาคม 2567


>> "บิ๊กต่อ -บิ๊กก้อง" แถลงผลปฏิบัติการยุทธการพิทักษ์ประชาราษฎร์ 767 ปราบปราม ผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้าง และแก๊งอาชญากรรม

10.00 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นำแถลงข่าวผลปฏิบัติการพิทักษ์ประชาราษฎร์ 767 ปราบกลุ่มผู้มีอิทธิพล มือปืนรับจ้างและแก๊งอาชญากรรมทั่วประเทศ โดยสั่งการให้ทุกกองบัญชาการทั่วประเทศ ทั้งนครบาลและภูธรภาคทั้ง 9 ภาค ดำเนินการกวาดล้างอาชญากรรมทั้ง 183 จุด 200 เป้าหมายทั่วประเทศ มีกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเป็นตัวกลางหลักในการประสานงานและกวาดล้างจับกุม

สำหรับผลปฏิบัติการดังกล่าว ได้ดำเนินการกับเป้าหมายทั้งแก๊งอาชญากรรม แก๊งเงินกู้ทวงหนี้โหด ผู้มีอิทธิพลซึ่งเกี่ยวข้องกับนักการเมืองท้องถิ่น กลุ่มฮั้วประมูล และบุกรุกที่สาธารณะ โดยผลจากการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 87 ราย ยึดปืนไม่มีทะเบียน 746 กระบอก / ปืนมีทะเบียน 134 กระบอก /อาวุธสงคราม 2 กระบอก /วัตถุระเบิด 3 ลูก /ไซเลนเซอร์ 2 อัน / กระสุนปืน 6,936 ลูก /แมกกาซีน 40 อัน /ยาบ้า 7 ล้านเม็ด /ยาไอซ์ 545.98 กรัม / ยาเค 114.41 กรัม / ยาอี 403 กรัม / รถยนต์ 40 คัน / รถจักรยานยนต์ 79 คัน /สมุดบัญชี 13 เล่ม / และบัตรกดเงินสด 3 ใบ

โดยผลปฏิบัติการที่สำคัญ อาทิ แก๊งฮั้วประมูลกำนันนก มีการดำเนินการทั้งหมด 11 โครงการ ซึ่งมี 2 โครงการ พบพยานหลักฐานว่า เครือข่ายกำนันนกมีบริษัทของผู้ใหญ่โยชน์ พ่อของกำนันนก ชนะการประมูล โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันอย่างเป็นธรรม โดยมีทีมฮั้วประมูล ทีมซื้อขายรายชื่อ และ บริษัทที่สมยอม โดยบุคคลที่เกี่ยวข้องมากกว่า 70 คน


>> กทม. สั่งระงับโครงการฯ เหตุเครนล้ม 7 วัน เร่งหาสาเหตุและตรวจสอบความปลอดภัย

11.01 น. นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงเหตุเครนล้ม ภายในซอยอ่อนนุช 86 เขตประเวศ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 ก.ค. ว่า

สำหรับเครนที่ล้มเป็นเครนของโครงการก่อสร้างโรงงานเตาเผามูลฝอย ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน สามารถรับน้ำหนักได้ 12 ตัน มีความยาว 70 เมตร สูง 20 เมตร จากการตรวจสอบเบื้องต้น เครนดังกล่าวได้ล้มทับรถปูนและอาคารสำนักงาน พบผู้เสียชีวิตเพศชาย จำนวน 2 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บเพศชาย จำนวน 4 ราย อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลสิรินธร ล่าสุดกลับบ้านแล้ว 3 ราย อีก 1 ราย อยู่ระหว่างประสานส่งต่อไปยังโรงพยาบาลตามสิทธิ์ ในส่วนของสาเหตุที่เครนล้ม อยู่ระหว่างการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (สพฐ.) และเจ้าหน้าที่วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ฯ (วสท.)

กรุงเทพมหานครขอแสดงความเสียใจต่อผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างสุดซึ้ง ในเรื่องการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบเหตุ จะเป็นไปตามที่ทางบริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด ได้ทำประกันอุบัติเหตุไว้ ส่วนด้านกรุงเทพมหานคร สำนักสิ่งแวดล้อมได้สั่งให้ผู้ให้สัญญาหยุดการดำเนินโครงการเบื้องต้น 7 วัน เพื่อหาสาเหตุและตรวจสอบความปลอดภัยและความพร้อมภายในโครงการ


>> “พล.ต.อ.ต่อศักดิ์” เปิดใจครั้งแรกหลังกลับมาปฏิบัติหน้าที่ ไม่ขอออกความเห็นเรื่อง “บิ๊กโจ๊ก”

12.30 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์ครั้งแรกหลังกลับมาปฎิบัติหน้าที่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกครั้ง ตนก็ทำงานตามปกติ ไม่มีอะไร ตอนนี้ก็คุยกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร และรอง ผบ.ตร.คนอื่น ๆ ซึ่งก็ทราบว่าตอนที่ตนถูกส่งตัวให้ไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ทุกคนก็ทำงานเรียบร้อยดี ซึ่งตนก็มาทำต่อตามนโยบายควิกวิน หลังจากนี้หากมีส่วนใดที่สามารถทำได้ เช่น เรื่องสวัสดิการข้าราชการตำรวจ ที่ตนได้เคยทำไว้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ก็ได้นำไปสานต่อและทำงานร่วมกัน มีการรายงานมาโดยตลอด ไม่ได้มีปัญหาอะไร

ส่วนเรื่องมติคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่มีมติ 12 ต่อ 0 ยืนยันว่าคำสั่งให้ พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล ออกจากราชการไว้ก่อนชอบด้วยกฎหมายแล้วนั้น พล.ต.อ.ต่อศักดิ์บอกว่าเรื่องนี้ขอไม่ออกความเห็น ขอให้เป็นเรื่องของการประชุม ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าจะลาออกก่อนเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย. ยืนยันว่าเป็นเรื่องที่พูดกันไป ยังไม่มีอะไร ยังทำงานเต็มที่ ทำหน้าที่ให้ดีแค่นั้นเอง หมดหน้าที่ก็ไป ยังทำงานได้อย่างสบายใจ ส่วนจะมีการเซ็นยกเลิกคำสั่งที่ให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อนหรือไม่นั้น อย่าไปพูดเรื่องนั้นดีกว่า ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้มีปัญหาอะไร ทุกคนทำงานร่วมกันได้ เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัย


>> สลิงยกรถบูมขาด ไหลทับคนงานดับ 1 ราย

13.00 น. สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุ รถเครนล้มทับคนงานเสียชีวิต ภายในโกดังไม่มีชื่อ จึงประสานอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พร้อมแพทย์เวร รพ.รามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์สมุทรปราการ เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ บริเวณลานปูนขนาดกว้างใกล้กับอาคารโกดังสินค้า พบผู้เสียชีวิตเป็นชายหนึ่งราย ทราบชื่อคือ นายฉัตรดนัย อายุ 19 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้น มีบาดแผลที่ศีรษะ ต้นขาซ้ายมีแผลเปิดขนาดใหญ่ เลือดไหลนองเต็มพื้น ใกล้กันพบรถบูมสีส้ม ยี่ห้อ DINGLI และรถเฮี๊ยบ ยี่ห้อฮีโน่สีขาว จอดอยู่ในที่เกิดเหตุ

จากการสอบถาม นายธวัยชัย คนขับรถเฮี๊ยบ กล่าวว่า ตนขับรถเฮี๊ยบที่บรรทุกรถบูม มาพร้อมกับผู้เสียชีวิตและเพื่อนร่วมงานอีกหนึ่งคน รวมเป็น 3 คน เมื่อมาถึงโกดังที่เกิดเหตุ ตนเป็นคนควบคุมเครนในการยกรถบูมลง โดยใช้สลิงเป็นตัวยึดสำหรับการยก ขณะยกรถบูมลอยขึ้นจากท้ายรถเฮี๊ยบ นายฉัตรดนัย ผู้เสียชีวิต ได้ขึ้นไปยืนอยู่ในกระเช้าหน้ารถบูม และเป็นคนคอยบอกจังหวะให้ยกขึ้น-ลง จู่ๆ สลิงที่ใช้ยกเกิดขาดกะทันหัน เป็นเหตุให้ นายฉัตรดนัย ตกจากกระเช้าร่วงลงพื้น แล้วรถบูมไหลลงจากท้ายรถเฮี๊ยบจนล้อได้ทับร่าง เป็นเหตุให้เสียชีวิตดังกล่าว โดยเพื่อนร่วมงานอีกคนและ รปภ.หญิง ที่อยู่ในเหตุการณ์ ก็ให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกัน

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ รวมทั้งสอบปากคำเพื่อนร่วมงาน หลังแพทย์ยืนยันการเสียชีวิต จึงมอบร่างให้มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งไปชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง ที่ รพ.รามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์สมุทรปราการ พร้อมเชิญตัวคนขับรถเฮี๊ยบไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.บางเสาธง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


>> นายกฯ หารือนายกฯ ลาว ยืนยันความร่วมมือแก้ไขปัญหายาเสพติดตามแนวชายแดน

13.00 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้หารือทางโทรศัพท์กับ นายสอนไซ สีพันดอน (H.E. Sonexay Siphandone) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างกัน ร่วมแก้ไขปัญหา และนำความสุขมาสู่ประชาชนของทั้งสองประเทศได้มากขึ้น ทั้งนี้ ต่อปัญหายาเสพติด นายกฯ ขอบคุณรัฐบาล สปป. ลาว ที่ให้ความร่วมมืออย่างดียิ่ง

นายกฯ ได้กล่าวถึง 4 ด้าน ที่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายเกิดความร่วมมือที่ใกล้ชิดกันมากขึ้น ได้แก่ การประสานงานด้านการข่าว อาจให้มีการร่วมลาดตระเวนบ่อยครั้งยิ่งขึ้นในพื้นที่เสี่ยง, การเสริมสร้างขีดความสามารถ ด้านการสืบสวนและการขยายผลการจับกุม, ส่งเสริมการพัฒนาอาชีพและความเป็นอยู่ให้ประชาชนห่างไกลยาเสพติด โดยรัฐบาลไทยได้ให้การสนับสนุนงบประมาณแก่โครงการพัฒนาทางเลือกของ UNODC เพื่อปลูกกาแฟแทนการปลูกฝิ่นในแขวงหัวพัน และ ความร่วมมือระดับพื้นที่ ทั้งระหว่างจังหวัดและแขวงที่มีชายแดนติดกัน รวมทั้งหน่วยงานความมั่นคงและกองกำลังของสองฝ่ายในพื้นที่ชายแดน ซึ่งนายกรัฐมนตรี สปป. ลาว พร้อมให้ความร่วมมืออย่างดีกับฝ่ายไทย

พร้อมมอบให้ ป.ป.ส. ของไทยเป็นผู้ประสานหลัก เพื่อกำหนดแนวทางความร่วมมือให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นต่อไป


>> "นายกสมาคมวิศวะฯ" เผย เหตุเครนล้มทับคนงาน พบน็อตยึดติดไว้ปลายเครนหลุด

13.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเหตุเครนล้มทับคนงานจนมีผู้เสียชีวิต ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และเจ้าหน้าที่จาก กทม. เข้าร่วมตรวจสอบภายในไซต์งานก่อสร้าง โดยใช้เวลาในการตรวจสอบประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดย ศ.ดร.อมร กล่าวว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า สลักเกลียวหรือน็อตที่อยู่ในชิ้นส่วนปลายของทาวเวอร์เครน ได้หลุดออกจากส่วนประกอบ จึงทำให้เครนเกิดเสียหลัก และเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

ส่วนชิ้นส่วนอื่น ๆ จากการตรวจสอบในเบื้องต้น ยังไม่พบว่ามีสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด แต่ยืนยันว่าจะต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งตนคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ในการสรุปหาสาเหตุที่แท้จริงได้ โดยหลังจากนี้ ตนจะนำข้อมูลในเบื้องต้นไปรายงานให้กับสภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อพิจารณาเชิญวิศวกรที่ออกแบบทาวเวอร์เครน และผู้ประกอบติดตั้งเครนมาให้ข้อมูลว่า มีความผิดพลาดในการออกแบบหรือผิดพลาดในการประกอบตรงส่วนไหน ยืนยันว่าเรื่องนี้จะต้องมีคนรับผิดชอบ

ส่วนด้านคดีความ พ.ต.อ. สุรพงษ์ พุฒขาว ผู้กำกับการ สน.ประเวศ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนได้เชิญผู้เกี่ยวข้องทุกคน ทั้งคนงาน เจ้าของโครงการ และผู้รับเหมา ไปสอบปากคำแล้ว แต่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ใด เนื่องจากยังต้องรอผลตรวจสอบโครงสร้างจากสมาคมวิศวกรแห่งประเทศไทยก่อน จากนั้นพนักงานสอบสวนจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาในภายหลัง


>> ศาล รธน.รอผลตรวจพยานหลักฐาน "คดียุบพรรคก้าวไกล" นัดพิจารณาต่อ 17 ก.ค.นี้

14.47 น. ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีการอภิปรายในคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยนายทะเบียนพรรคการเมือง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของบุคคลผู้เป็นคณะกรรมการบริหารพรรค และห้ามมิให้ผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคและถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไปจดทะเบียนพรรคการเมืองขึ้นใหม่ หรือเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือมีส่วนร่วมในการจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ภายในกำหนด 10 ปี นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งตาม พ.ร.ป ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 92 วรรคสอง และมาตรา 94 วรรคสอง เนื่องจากมีพฤติการณ์กระทำการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเข้าลักษณะกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 
ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฏตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 โดยศาลเห็นว่าเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาคดี ให้รอฟังผลการตรวจพยานหลักฐานของคู่กรณี ในวันอังคารที่ 9 กรกฎาคม และนัดพิจารณาคดีครั้งต่อไปในวันพุธที่ 17 กรกฎาคม


>> 2 โจร ชักอาวุธปืน จี้ชิงทรัพย์กลางลานจอดรถห้างดัง ย่านประเวศ ได้เงินสด 3 ล้านบาทก่อนซิ่ง จยย.หลบหนี

17.08 น. รับแจ้งจาก ศูนย์วิทยุผ่านฟ้าตำรวจ 191 เกิดเหตุคนร้ายชาย 2 คน ขับขี่และซ้อนท้าย รถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า เอ็นแม็ก สีดำ ไม่ทราบทะเบียน คนขับสวมหมวกนิรภัยเต็มใบ สีขาว คนซ้อนท้ายสวมเสื้อคลุมสีดำ ใช้อาวุธปืนก่อเหตุชิงทรัพย์ผู้เสียหาย เหตุเกิดภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง บริเวณแยกพัฒนาการ ทรัพย์สินที่ได้เงินสด จำนวน 3 ล้านบาท หลังก่อเหตุคนร้ายขับรถหลบหนีถนนพัฒนาการ ขาออก

พ.ต.ต.สมบัติ สายสาร สวป.สน.ประเวศ เพิ่มเติมว่า เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.30 น. คนร้ายชิงทรัพย์ บริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ถนนพัฒนาการ เขตสวนหลวง จึงเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณลานจอดรถของห้าง พบผู้เสียหายชาย อายุ 44 ปี ยืนอยู่ข้างรถยนต์ส่วนตัวยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นวิช สีเทา รอให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ขณะเดินทางมาเบิกเงินที่ธนาคารฯ หลังจากนั้นได้เดินกลับออกมา กำลังจะขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับที่พัก จู่ๆ มีคนร้าย 2 คน ใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาด ขู่บังคับให้นั่งภายในรถ ก่อนชิงกระเป๋าบรรจุเงินสด 3.3 ล้านบาทที่วางอยู่ภายในรถ ก่อนหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงให้ผู้เสียหายเข้าไปสอบปากคำกับพนักงานสอบสวนที่ สน.ประเวศ และจะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


>> นักเรียน ม.5 ขี่รถจักรยานยนต์ เฉี่ยวชนขอบทาง ก่อนเสียหลักประสานงากับรถบรรทุกเสียชีวิต  

17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. ชัยพฤกษ์ รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถบรรทุกชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต เหตุเกิดจุดกลับรถใต้สะพานข้ามคลองพระอุดม ถนนทางหลวงหมายเลข 9 ขาออก (บางบัวทอง-บางปะอิน) ต.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

ที่เกิดเหตุ เป็นช่องทางจุดกลับรถใต้สะพานข้ามคลองพระอุดม พบร่างของ นายเอ อายุ 16 ปีนักเรียนชั้น ม. 5 ของโรงเรียนในพื้นที่ อ.บางบัวทอง สวมใส่ชุดพละสีเหลือง-ฟ้านอนเสียชีวิตจมกองเลือด ห่างไปเล็กน้อยพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีแดง-ดำ ทะเบียน 127 กทม ล้มคว่ำอยู่สภาพหน้ารถพังเสียหายยับเยิน และยังมีผู้บาดเจ็บเป็นคนซ้อนท้ายคือ นายบี อายุ 16 ปีเป็นเพื่อนผู้เสียชีวิตได้รับบาดเจ็บที่แขนเพียงเล็กน้อย ส่วนคู่กรณีเป็นรถบรรทุก 6 ล้อยี่ห้อ อีซูซุ ทะเบียน กทม จอดอยู่มีร่องรอยพังเสียหายที่กันชนหน้าด้านซ้าย โดยมี คนขับยังอยู่ในอาการตกใจ ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่

ทางด้าน นายบี ให้การว่า ตนเองและเพื่อนกำลังขี่รถย้อนศรเพื่อไปเติมน้ำมันในปั๊มที่ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร แต่ในขณะที่เบี่ยงหลบรถ รถเกิดลื่นดินโคลนที่ขอบทาง ทำให้รถเสียหลักล้มและพุ่งไปชนรถบรรทุก

ขณะเดียวกันกล้องวงจรปิดของโรงงานใกล้จุดเกิดเหตุยังพอที่จะสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ได้ในขณะที่รถจักรยานยนต์ของเด็กนักเรียนขับขี่ย้อนศรและเกิดเสียหลักชนขอบฟุตบาทก่อนที่จะล้มและพุ่งไปหารถบรรทุกทำให้เกิดพุ่งชน

ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า จะต้องทำการสอบปากคำคนขับรถบรรทุกและเพื่อนผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม ส่วนผู้เสียชีวิตได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรต่อไป  


>> รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกัน ก่อนถูกรถยนต์อเนกประสงค์ชนซ้ำ มีผู้เสียชีวิตเป็น 2 สามี-ภรรยา

17.22 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สารภี จ.เชียงใหม่ รับแจ้งอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกันแล้วถูกรถยนต์ชนซ้ำ มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บสาหัส 1 ราย บนถนนสายป่าเดื่อ-ขัวมุง บ้านหัวดง หมู่6 ต.ขัวมุง อ.สารภี จ.เชียงใหม่

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง ป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร, รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีขาว-ฟ้า ป้ายทะเบียน เชียงใหม่ ล้มคว่ำสภาพรถพังเสียหาย และใกล้กันพบรถยนต์อเนกประสงค์ โตโยต้า ฟอร์จูเนอร์ สีดำ ป้ายทะเบียน เชียงใหม่ ลักษณะชนเข้ากับกำแพงรั้วบ้านเรือน

จากการตรวจสอบ พบว่ามีผู้เสียชีวิตรวม 2 ราย โดยรายแรก เป็นผู้หญิง ร่างติดค้างอยู่บนรั้วบ้านเรือน ส่วนอีกรายนอนอยู่ริมถนนเป็นผู้ชาย ทราบว่าเป็นสามี-ภรรยากัน และพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย ทางอาสากู้ภัยเร่งนำส่ง รพ.สารภี

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ จะมุ่งหน้ากลับบ้านพัก มาถึงที่เกิดเหตุเกิดเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บ ก่อนรถจะเสียหลักแล้วถูกรถยนต์อเนกประสงค์ชนซ้ำ ทำให้ตัวภรรยากระเด็นไปห้อยอยู่บนรั้ว ส่วนสามีเสียชีวิตที่ริมถนน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ มอบให้อาสาสมัครนำร่างผู้เสียชีวิตส่ง รพ. เพื่อชันสูตร พร้อมสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


>> "กัน จอมพลัง" พาสาวเข้าแจ้งความเอาผิดกับสามีตำรวจ หลังถูกทำร้ายร่างกาย

19.00 น. นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง ได้พา น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 21 ปี เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.รัตติชัย ปิยะเวช รอง สว.(สอบสวน) สน.บางเขน เพื่อดำเนินคดีกับสามีซึ่งเป็นนายตำรวจยศ ส.ต.ต. อายุ 23 ปี สังกัดอยู่ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ในข้อหา "ทำร้ายร่างกาย"

โดย กัน จอมพลัง กล่าวว่า น.ส.เอ เข้ามาร้องขอความช่วยเหลือ หลังถูกสามีทำร้ายร่างกายเป็นรอยช้ำตามแขนขาและลำตัว เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้อาศัยช่วงที่จังหวะสามีหลับ ออกจากบ้านมาเพื่อติดต่อขอความช่วยเหลือกับตน ก่อนหน้านั้นทางฝ่ายสามีเคยอ้างกับ น.ส.เอ ว่ารู้จักกับภรรยาของตน แต่พอตนนำภาพของตำรวจคนนี้ไปให้ภรรยาดู ภรรยาตนบอกว่าไม่รู้จัก จึงได้ประสาน พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. และผู้บังคับบัญชาของนายตำรวจท่านนี้ พร้อมแจ้งความดำเนินคดีกับสามีของ น.ส.เอ และในวันพรุ่งนี้จะพา น.ส.เอ ไปพบกับผู้บังคับบัญชาของสามี ตน ขอเตือนสามีของ น.ส.เอ ว่าให้คิดให้ดี ขอให้เลิกพฤติกรรมข่มขู่ เข้ามาพูดคุยว่า จะปรับพฤติกรรมอย่างไร

ด้าน น.ส.เอ กล่าวว่า แต่งงานกับสามี มีการจดทะเบียนสมรสมาด้วยกัน 3 ปี มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน อายุ 9 เดือน โดยตนถูกสามีทำร้ายร่างกายเป็นประจำ เนื่องจากฝ่ายสามีเป็นคนโมโหร้าย เคยถึงขั้นเอาปืนตบหน้าต่อหน้าผู้อื่น โดยตนเคยแจ้งความมาแล้ว 3 ครั้ง แต่คดีก็ไม่มีความคืบหน้า โดยฝ่ายพ่อแม่ของสามีก็เคยเข้ามาช่วยห้าม แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ที่ผ่านมาสามีใช้กัญชาและดื่มน้ำกระท่อม ตนต้องการมาแจ้งความและเพื่อขอให้นำลูกมาเลี้ยงเอง และขอให้ฝ่ายชายเลิกคุกคาม เลิกขู่ฆ่าพ่อแม่ตน ทุกวันนี้ตนเป็นห่วงลูก เพราะตั้งแต่คลอดออกมาลูกก็มีอาการผวา เพราะเสียงที่เขาใช้ คำพูดหยาบคายและออกอารมณ์ต่อหน้าลูก

หลังจากนี้พนักงานสอบสวน ได้ส่งตัวไปตรวจร่างกายที่ รพ.ภูมิพลฯ และจะเรียกตัวผู้ก่อนเหตุมาสอบปากคำต่อไป


>>แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

22.13 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.5 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 233 กม. เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
 

>> พบร่างเด็กทารก 2 ศพอยู่ท้ายรถเก็บขยะ คาดเป็นคู่แฝด จนท.เร่งตรวจสอบ ติดตามว่าใครนำมาทิ้งไว้  

22.30 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู เหตุพบศพเด็กทารก อยู่ท้ายรถขนขยะ บริเวณซอยพหลโยธิน 13 ในพื้นที่ เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร อยู่ระหว่างรอแพทย์เวร มาร่วมตรวจสอบ

พ.ต.ท.สุภัทร เหมจินดา สว.สอบสวน สน.บางซื่อ ร่วมตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่ปากซอยพหลโยธิน 13 พบร่างเด็กทารก 2 ศพอยู่ที่ท้ายรถเก็บขยะ สภาพยังมีรกและสายสะดือติดอยู่ คาดว่าอายุประมาณ 7-8 เดือน เป็นเพศชายทั้ง 2 ศพ น่าจะว่าเสียชีวิตมาประมาณ 10 ชม. เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักจึงได้เก็บหลักฐานส่ง รพ.ตำรวจ และตรวจพิสูจน์

จากการสอบถาม นายสรัล อายุ 49 ปี พนักเก็บขยะ กทม. กล่าวว่า ขณะที่ตนกับเพื่อนร่วมงานกำลังปฏิบัติหน้าที่เก็บขยะกันตามปกติ โดยตนได้นำเข่งขยะ 3 ใบสุดท้าย ที่ไปเก็บมาจากด้านในซอยพหลโยธิน 13 มาเทที่ท้ายรถเก็บขยะ เพื่อให้ไฮดรอลิกรีดขยะขึ้นไปเก็บภายในถังบนตัวรถ แต่กลับพบศพเด็กทารก ไหลลงมาที่รางเทขยะหนึ่งร่าง และอีกหนึ่งร่างอยู่ในถุงพลาสติก ติดคาอยู่กับตัวรีดขยะ  จึงได้บอกกับเพื่อนร่วมงานให้ข้ามไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางซื่อที่อยู่ฝั่งตรงข้ามให้มาดูที่เกิดเหตุ

ด้าน พ.ต.อ.ภูวดล เปิดเผยว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในซอยพื้นโดยรอบและประสานให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปสอบปากคำเพิ่มเติม ส่วนร่างเด็กทารก มอบให้อาสาสมัครนำส่งไปชันสูตรเพิ่มเติมและพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล และติดตามหาผู้ที่นำศพมาทิ้งไว้ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป


>> แผ่นดินไหว ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน

05.23 น. รับแจ้งจาก กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา มีเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.1 ความลึก 1 กม. ภายในพื้นที่ของ ต.ห้วยปูลิง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือน 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม