วันที่ 12 มิถุนายน 2567 เวลา 03:56 น.
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 11 มิถุนายน 2567
>> รถเก๋ง ชนกับรถจักรยานกลางถนนปทุมธานี สายใน มีผู้เสียชีวิตเป็นชายวัย 67 ปี
08.04 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถนั่งส่วนบุคคล ชนกับรถจักรยาน และมีผู้บาดเจ็บอาการสาหัส บนถนนปทุมธานี สายใน ใกล้เคียงทางเข้าวัดโคก ปทุมธานี ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ซูซูกิ สวิฟท์ สีขาว ป้ายทะเบียน นครราชสีมา จอดอยู่ในสภาพหน้ารถฝั่งขวาพังเสียหาย ใกล้กันพบรถจักรยาน สภาพถูกชนเสียหายทั้งคัน และพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายมีอาการสาหัสและหมดสติ ทางอาสาสมัครร่วมดำเนินการปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร ทราบชื่อ นายเฉลิม อายุ 67 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองปทุมธานี
>> เพลิงไหม้โกดังสินค้าในพื้นที่เขาย้อย เสียหายวอดทั้งหลัง
08.30 น. พ.ต.อ.ธิป เข่งคุ้ม ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี นำกำลังรุดไปตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้โกดังเก็บสินค้า ภายในโรงงานของบริษัทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 1 ตำบลหนองชุมพล อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี หลังได้รับแจ้ง โดยเพลิงลุกลามเป็นวงกว้างและรุนแรง
ที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้โกดังเก็บสินค้า อย่างรุนแรง และมีกลุ่มควันสีดำโวยพุ่งออกมาเป็นจำนวนมากเห็นได้ชัดจากระยะไกล ซึ่งภายในเก็บ เม็ดพลาสติก สารเคมี และบรรจุภัณฑ์ที่ทำมาจากพลาสติก อาธิ ถุงพลาสติก ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ในการเผาไหม้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงฯ และหน่วยกู้ภัยฯ ได้ระดมรถดับเพลิงและรถดับสารเคมี กว่า 15 คัน เข้าฉีดสกัดควบคุมเพลิง กว่า 1 ชั่วโมงแล้ว ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ อยู่ระหว่างประสานรถดับสารเคมีในพื้นที่ใกล้เคียงเข้าสนับสนุน เบื้องต้นสาเหตุคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร โดยในขณะเกิดเหตุไม่มีพนักงานอยู่ภายในโกดังดังกล่าว
นายอานนท์ จันทรโชติ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ตำบลหนองชุมพล เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุมีกลุ่มควันอยู่เพียงเล็กน้อย แต่ทางโรงงานไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการช่วยเหลือ เพลิงจึงได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ประกอบกับในโกดังดังกล่าวเป็นสถานที่เก็บบรรจุภัณฑ์สารเคมีถุงพลาสติก ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี
ต่อมา จากทีมกู้ภัยสว่างสรรเพชญฯ จุดอำเภอเขาย้อย แจ้งว่า สามารถควมคุมเพลิงไว้ได้แล้ว เหลือเพียงกลุ่มควันสีขาว ที่ยังลอยคลุ้ง ส่วนตัวอาคารที่เกิดเพลิงไหม้นั้น พังถล่มลงมาทั้งหมด ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาสาเหตุ
>> ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ตรวจความเสียหายเหตุเพลิงไหม้โซนสัตว์เลี้ยง ตลาดนัดจตุจักร เผาวอด 100 กว่าร้านค้า
08.42 น. ความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ภายในตลาดปลาจตุจักร (ตลาดศรีสมรัตน์ พื้นที่ของ รฟท.) ถนนกำแพงเพชร 2 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร
ต่อมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดินทางเข้าตรวจสอบความเสียหายเหตุเพลิงไหม้โซนสัตว์เลี้ยง ตลาดนัดจตุจักร และให้กำลังใจผู้ประกอบการร้านค้าสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ ที่ได้รับความเสียหาย โดยมีรายงานว่าสัตว์เลี้ยงจำพวก นกสวยงาม ไก่สวยงาม งู ปลา และสุนัขสายพันธุ์ต่างๆ ตายเกือบ 1,000 ตัว เบื้องต้น กทม. ตั้งโต๊ะให้ผู้ประสบภัยได้ลงทะเบียนเพื่อเยียวยาความเสียหาย รวมมูลค่าความเสียหายของแต่ละร้าน พร้อมทั้งรอเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้
สำหรับเหตุเพลิงไหม้ เบื้องต้นได้รับรายงานว่า ที่เกิดเหตุเป็นตลาดศูนย์รวมสัตว์เลี้ยง-ปลาสวยงาม แบ่งเป็นล็อกกว่า 100 ห้อง พนักงาน รปภ.เห็นแสงเพลิงเมื่อเวลา 03.50 น. จึงนำถังเคมีฉีดดับเพลิง แต่ไม่สามารถดับไฟได้ จึงโทรศัพท์แจ้งเหตุเพลิงไหม้เวลา 04.08 น. เจ้าหน้าที่ใช้เวลา 6 นาที เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ เข้าฉีดน้ำเพื่อควบคุมเพลิง ใช้น้ำฉีดเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงไว้ได้
>> นายกฯ เผยยังไม่ทราบเรื่องจับกุมหลาน “ชาดา” เชื่อทุกอย่างเป็นไปตามกลไกทางกฎหมาย ยอมรับมีความกังวลกรณีหุ้นไทยตก
09.30 น. ณ บริเวณหน้า ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ก่อนการขึ้นประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีการจับกุมนายนรเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ หลานของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า ตนเองยังไม่ทราบเรื่อง เชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปตามกลไกทางกฎหมาย และในกรณีดังกล่าว ทางนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ไม่ได้มีอภิสิทธิ์พิเศษต้องว่าไปตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องของแนวทางการสร้างความเชื่อมั่นกรณีหุ้นไทยตก ซึ่งปัจจัยมาจากทางการเมือง กรณีคดีใหญ่ 3 คดีที่เกิดขึ้น นายกฯ กล่าวว่า ตนเองคิดว่าเรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องที่ทางตลาดหุ้นไทยมีความกังวลอยู่ แต่เชื่อว่า เป็นเรื่องของแต่ละตัวบุคคล ในกรณีอดีตนายก ทักษิณชินวัตร และเรื่องพรรคก้าวไกล แต่ละเรื่องมีกลไกตามกระบวนการ ส่วนกรณีของตนเองในเรื่องชี้แจ้งต่อศาลรัฐธรรมนูญ ก็ต้องเคารพต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้มีการส่งเอกสารชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่า ถ้าหากผ่านพ้นเรื่องดังกล่าวทั้งสามเรื่องสถานการณ์จะกลับมาดีขึ้นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนเองคิดว่าเรื่องดังกล่าว คงเป็นการไม่เหมาะสมที่จะไปพูดถึงเรื่องผลที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
>> ญาติติดใจสาเหตุการเสียชีวิต ของหญิงวัย 71 ปีดับในห้องซาวน่า
10.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้าคดี ที่ นางธันชนก อายุ 71 ปี เสียชีวิตอยู่ภายในห้องอบซาวน่าของฟิตเนสแห่งหนึ่งในห้างสรรพสินค้าย่านแจ้งวัฒนะ เมื่อวานนี้
ต่อมา สามีของผู้เสียชีวิตระหว่างเข้าไปบริการในห้องอบซาวน่าของฟิตเนสแห่งหนึ่ง ในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่าน ถนนแจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้เดินทางพร้อมกับลูกสะใภ้ มาติดต่อกับทางพนักงานสอบสวนเพื่อนำเอกสารไปติดต่อขอรับศพผู้เสียชีวิต ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์
ภายหลังจากเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้ว สามีของนางธันชนก ยังอยู่ในอาการเสียใจ ไม่ตอบอะไรกับผู้สื่อข่าว แต่ทางลูกสะใภ้ กล่าวเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ทางครอบครัวติดใจสาเหตุการเสียชีวิตของคุณแม่ ใน 2 ประเด็นคือ คุณแม่เข้าไปใช้บริการในห้องซาวน่าแล้วเสียชีวิต เป็นเวลานานถึง 8 - 10 ชั่วโมง กว่าจะมีพนักงานมาพบร่าง และประด็นเรื่องระบบควบคุมของห้องซาวน่าว่าทำงานเป็นปกติไหม เพราะอุณหภูมิในห้องมีความร้อนสูงจนควันโขมงซึ่งน่าจะมีความร้อนมาก
ซึ่งเป็น 2 ประเด็นที่ครอบครัวยังคงติดใจ และที่ผ่านมาทางคุณแม่ไม่เคยมีโรคประจำตัวใดๆ มาก่อน เป็นคนค่อนข้างแข็งแรง จึงมักชอบไปเข้าฟิตเนสเป็นประจำ และหลังเกิดเรื่องทางครอบครัวยังไม่ได้รับการติดต่อรับผิดชอบใดๆ จากทางฟิตเนสแห่งนี้เลย
>> ศาลอุทธรณ์ สั่งจำคุก 2 ปี โชเฟอร์ขับรถชน นศ.แพทย์ ดับ
11.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา นายสุรศักดิ์ โชเฟอร์รถบัส กรณีขับชน "น้องอาย" นักศึกษาแพทย์ ชั้นปีที่ 2 วัย 19 ปี จนเสียชีวิต บริเวณสามแยกคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หลังศาลเห็นว่ามีพฤติกรรมการขับรถโดยประมาทร้ายแรงอย่างยิ่ง ซึ่งเวลาเกิดเหตุเป็นชั่วโมงเร่งด่วน มีรถพลุกพล่าน อยู่ในวิสัยที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง แม้จำเลยไม่เคยต้องโทษมาก่อน และได้ร่วมชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อบรรเทาผลร้ายแก่ญาติผู้เสียชีวิต ก็เป็นผลที่มาจากความประมาทของตัวเอง ไม่ถือเป็นเหตุบรรเทาโทษ จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
ส่วนคดีแพ่ง อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ โดยศาลชั้นต้นยกฟ้องโชเฟอร์รถบัส และอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น จำเลยที่ 1 และ 2 แต่สั่งให้มหาวิทยาลัยขอนแก่น จำเลยที่ 3 จ่ายค่าขาดไร้อุปการะให้พ่อแม่น้องอาย รวมกว่า 13 ล้านบาท จากมูลฟ้อง 50 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งถูกหักจากการประมาทร่วม เนื่องจากจอดรถจักรยานยนต์เลยเส้นให้หยุด 3-4 เมตร ซึ่งโจทก์อุทธรณ์ว่า น้องอายเป็นเพียงคนซ้อนท้ายไปกับเพื่อนนักศึกษาหญิง รูมเมท ไม่มีส่วนในการตัดสินใจ
ทั้งนี้ หลังเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ทางมหาวิทยาลัยได้เพิ่มมาตรการเพื่อความปลอดภัยหลายจุด เช่น ติดตั้งสัญญาณไฟจราจรตรง 3 แยกจุดเกิดเหตุ เพิ่มป้ายและความชัดของเครื่องหมายจราจร เพิ่มไฟส่องสว่างให้ครอบคลุมตามจุดเสี่ยงต่างๆ แล้ว
>> รวบ 34 วัยรุ่น จัดปาร์ตี้ยากลางพูลวิลล่า จ.นครปฐม
12.00 น. ตำรวจภูธรภาค 7, ตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวมกว่า 30 นาย เข้าปิดล้อมและตรวจค้นบ้านพักพูลวิลล่าแห่งหนึ่ง อ.เมือง จ.นครปฐม จับกุมวัยรุ่นชายหญิงรวม 34 คน เป็นชาย 20 คน และหญิง 14 คน กำลังมั่วสุมเสพยาเสพติด
ตรวจสอบพบยาเสพติดลักษณะเป็นเม็ดสีเหลือง และสีฟ้า และแบบผงสีขาว จำนวนหนึ่ง จากนั้นนำตัววัยรุ่นทั้ง 34 คน มายังห้องประชุมกองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธร ภาค 7 เพื่อคัดแยกสอบสวนเพื่อแจ้งฐานความผิดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม
โดย พ.ต.อ.วัชรพัฒน์ กูลรัตน์กิติวงศ์ ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการตำรวจภูธร จว.นครปฐม กล่าวว่า เบื้องต้นต้องรอชุดจับกุม รวบรวมข้อมูลเบื้องต้นแยกส่วนผู้กระทำความผิดตามฐานความผิดต่างๆ เพื่อส่งพนักงานสอบสวน ซึ่งเมื่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครปฐม รับตัว 34 วัยรุ่นนี้แล้ว จะทำการรวบรวมถ้อยคำส่งศาลต่อไป
>> รมว.ยุติธรรม เผย เตรียมพิจารณาคดี "แป้ง นาโหนด" เป็นคดีพิเศษ
12.43 น. พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงคดีนายเชาวลิต ทองด้วง หรือ แป้ง นาโหนด จะพิจารณายกขึ้นเป็นคดีพิเศษหรือไม่ว่า ได้รับรายงานจากกรมราชทัณฑ์ว่า ขณะนี้ครบกำหนดกักโรคโควิด 5 วันแล้ว จากนี้หลังจากทราบว่า “ไม่เป็นโควิด” พนักงานสอบสวนหรือผู้เกี่ยวข้องจะเข้าไปสอบสวนได้ ส่วนจะเป็นคดีพิเศษหรือไม่นั้น ผู้ที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงจะเป็นคนรายงานขึ้นมา ซึ่งข้อเท็จจริงจะได้จากการสอบปากคำนายเชาวลิต ขณะที่พยานอื่นๆได้สอบไปมากแล้ว
ขณะเดียวกัน พันตำรวจเอกทวี ยังกล่าวถึงกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมร้องขอความเป็นธรรมต่อสำนักงานอัยการสูงสุด ในคดี ม. 112 โดยอ้างว่าพนักงานสอบสวนโดนข่มขู่จากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรมต้องสอบถามไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด เพราะเป็นส่วนของกระบวนการยุติธรรม และยืนยันว่ากระทรวงยุติธรรมไม่ได้มีอำนาจที่จะเข้าไปพิจารณา ซึ่งเป็นอำนาจของอัยการสูงสุดในการตัดสิน
ทั้งนี้ ตามหลักการเมื่อมีการร้องขอความเป็นธรรมต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง พันตำรวจเอกทวี ระบุว่า ในกระบวนการยุติธรรม คดีทางอาญาจะเปิดโอกาสให้กับทุกฝ่าย ทั้งผู้ถูกกล่าวหาและผู้กล่าวหา สามารถยื่นขอความเป็นธรรมได้ตลอด ไม่มีการห้ามในขั้นตอนใด และอำนาจการพิจารณาก็เป็นของอัยการสูงสุดเช่นกัน
>> เพลิงไหม้บนอาคารพาณิชย์ ย่านประชาสงเคราะห์ จนท.พร้อมรถดับเพลิงระดมใช้น้ำจนเพลิงสงบ
13.44 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยประชาสงเคราะห์ 4 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น ประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าทั่วไป และใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้น 2 ภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้ เครื่องปรับอากาศ เตียง ที่นอน และของใช้ภายในห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 10 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องปรับอากาศ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยห้วยขวาง
>> รถกระบะ ชนกับรถจักรยานยนต์กลางถนนสายแปลงยาว - หนองไม้แก่น มีผู้เสียชีวิต 1 ราย
16.00 น. รับแจ้งจาก สมาคมพุทธอุปถัมภ์แห่งประเทศไทย มีอุบัติเหตุรถกระบะ ชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต บนถนนสายแปลงยาว-หนองไม้แก่น บริเวณบ้านหนองปรือไม้แก้ว ม.6 ต.วังเย็น อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีเทา ป้ายทะเบียน ชลบุรี ลักษณะชนกับรถกระบะ อีซูซุ สีเขียว ป้ายทะเบียน ฉะเชิงเทรา ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิตเป็นเด็กผู้หญิง 1 ราย ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แปลงยาว
>> สาวอายุ 26 เต็ม ไม่ทันได้กลับบ้านฉลองวันเกิด รถสิบล้อหลับในชนขณะเดินบนทางเท้า ริมถนน เสียชีวิต
17.20 น. สมาคมกู้ภัยจักรนารายณ์ ได้รับแจ้งจาก ศูนย์สั่งการสุพรรณบุรี ว่ามีอุบัติเหตุรถ 10 ล้อชนคนบนฟุตบาท และมีผู้เสียชีวิต ริมถนนหมายเลข 321 ใกล้เคียงตลาดสระยายโสม อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
ที่เกิดเหตุ พบรถบรรทุก 10 ล้อ อีซูซุ สีขาว ป้ายทะเบียน สมุทรสงคราม ลักษณะชนเข้ากับเสาไฟ และรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่ข้างทางได้รับความเสียหายหลายคัน และพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นชายไทย อายุ 19 ปี และหญิงไทย อายุ 48 ปี ทางอาสาสมัครกู้ภัยฯ ได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำส่ง รพ.อู่ทอง และพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 คน สภาพร่างถูกรถบรรทุกอัดเข้ากับเสาไฟ อาสาฯ จึงดำเนินการนำร่างออกมา ตรวจสอบเอกสารเป็นหญิงไทย อายุ 26 ปี ซึ่งพบว่าวันนี้ตรงกับวันคล้ายวันเกิดของผู้เสียชีวิตด้วย ทำให้ญาติที่มารอรับกลับบ้านต่างร่ำไห้ด้วยความเสียใจ
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อู่ทอง สอบสวนเบื้องต้นผู้ขับขี่รถบรรทุก เล่าว่า ขับรถคันดังกล่าวมาส่งน้ำตาลมะพร้าว และกำลังจะกลับสมุทรสงคราม มาถึงช่วงจุดเกิดเหตุ เกิดอาการรู้สึกง่วง ว่าจะหาที่จอดรถ แต่เกิดเหตุเศร้าสลดเสียก่อน ทางเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวคนขับไว้ และจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> เพลิงไหม้รถยนต์ เสียหายทั้งคัน
21.43 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุภายในลานจอดรถของศูนย์สรรพสินค้า ระหว่างซอยกาญจนาภิเษก 26-28 ถนนเลียบมอเตอร์เวย์ แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ยี่ห้อนิสสัน รุ่นซันนี่ สีบรอนซ์-เงิน หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันเบนซินเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งคัน รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรภายในห้องเครื่องยนต์ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยประเวศ
>> หนุ่มวัย 31 ปีขับรถเก๋ง เสียหลักพุ่งลงคูน้ำข้างทาง ริมถนนทางหลวงหมายเลข 304 กู้ภัยเร่งทำ CPR แต่ไม่เป็นผล
22.45 น. สมาคมพุทธอุปถัมภ์แห่งประเทศไทย รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถนั่งส่วนบุคคล เสียหลักพุ่งลงคูน้ำข้างทาง และยังไม่พบว่ามีบุคคลใดออกมาจากยานพาหนะ ริมถนนทางหลวงหมายเลข 304 ใกล้เคียงปั๊มน้ำมัน ปตท. รุ่งพิทักษ์ 2 ม.4 ต.เมืองเก่า อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา
ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล สีดำ ลักษณะพุ่งลงคูและจมอยู่ในน้ำ และข้อมูลเบื้องต้นยังไม่มีผู้โดยสารหรือผู้ขับขี่ได้ออกจากตัวรถ ทางอาสาสมัครเจ้าหน้าที่เร่งรัดทำการค้นหา ต่อมาจึงพบว่ามีผู้ชาย 1 รายอยู่ในอาการหมดสติเจ้าหน้าที่ได้นำขึ้นมาทำการปั๊มหัวใจ และเจ้าหน้าที่ได้ทำการค้นหาบริเวณภายในรถและบริเวณโดยรอบตัวรถ ไม่พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหลงเหลือ ทางเจ้าหน้าที่ประสานรถยกดำเนินการยกรถขึ้นจากน้ำตรวจสอบเป็น รถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า ซิตี้ สีดำ ป้ายทะเบียน 1081 ฉะเชิงเทรา
ต่อมา ทางกู้ชีพ รพ.พนมสารคาม ร่วมตรวจสอบและยืนยันว่า ผู้บาดเจ็บนั้นได้เสียชีวิตแล้ว ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 31 ปี เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวน สภ.พนมสารคาม ร่วมตรวจสอบ และมอบให้อาสาสมัครนำร่างผู้เสียชีวิตชันสูตรเพิ่มเติมที่ รพ.พนมสารคาม
>> ชายชาวเมียนมา ขี่รถจักรยานยนต์ชนกับรถพ่วง เสียชีวิต
00.30 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ ชนกับรถพ่วง มีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ถนนภายในคลังสินค้าไอซีดี ช่วงหน้าร้านปะยาง ก่อนออกถนนเจ้าคุณทหาร ประมาณ 500 เมตร
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีดำ ป้ายทะเบียน -7662 กทม. ลักษณะชนท้าย รถพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว ป้ายทะเบียน กทม. และพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บชาย 1 ราย มีบาดแผลที่ใบหน้า, ศีรษะ มีอาการสาหัส ทางอาสาสมัครพยายามให้การช่วยเหลือทำ CPR แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเป็นชาย อายุประมาณ 40 - 45 ปี สัญชาติเมียนมา ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลาดกระบัง