หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 30 มีนาคม 2567

วันที่ 31 มีนาคม. 2567 เวลา 05:52 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 30 มีนาคม 2567


>> ลูกชายคลั่ง คว้ามีดพร้ากระหน่ำฟันคอแม่ขาด ก่อนหิ้วหัววิ่งหนีไปทั่วหมู่บ้าน

07.50 สภ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายที่ หลังวัดทุ่งหลวง ต.ทุ่งหลวง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี

ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านที่ก่อสร้างยังไม่เสร็จ ในพื้นที่ หมู่ 16 ต.ทุ่งหลวง อ. เวียงสระ จ. สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าตำรวจ เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิตคือ นางจำปา อายุ 72 ปี นอนจมกองเลือด ที่คอมีบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคมจนขาด ส่วนศีรษะผู้ก่อเหตุหิ้วไป นอนเสียชีวิตอยู่ในชุดผ้าถุงใส่เสื้อคอกระเช้า

สอบถามทราบผู้ก่อเหตุทราบเป็นลูกชายของผู้เสียชีวิต เป็นชายอายุ 32 ปี ซึ่งหลังก่อเหตุได้วิ่งหนี พร้อมกับ ถือหัวแม่วิ่ง เข้าไปในป่าปาล์ม ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร หลังจากนั้นได้ผ่าสมองแม่เดินกินไปเรื่อยๆ จนมีชาวบ้านเห็นเหตุการณ์ จึง ได้โทรศัพท์แจ้งผู้ใหญ่บ้านและลูกบ้านเข้ามาปิดล้อมจับกุม เมื่อผู้ก่อเหตุเห็น ก็ได้มีการวิ่ง ไล่ฟัน จนเกิดการต่อสู้ขึ้น ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเห็นเหตุการณ์ ทันเวลา จึงได้เข้าช่วยจับกุมผู้ก่อเหตุไว้ได้

เบื้องต้นจากการตรวจสอบไม่พบประวัติการกระทำความผิด และไม่ได้มีรายชื่ออยู่ในผู้ป่วยจิตเวชที่ สภ.เวียงสระ ได้ขึ้นบัญชีไว้ อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ก่อเหตุส่งโรงพยาบาล เพื่อรักษาอาการคลั่งให้สงบลงแล้วจะสอบปากคำเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป


>> เพลิงลุกไหม้อาคารพาณิชย์ย่านถนนเศรษฐกิจ 1 โหมกระหน่ำรุนแรงแต่เช้า จนท.ต้องเร่งใช้น้ำดับไฟ

09.50 น. สภ.เมืองสมุทรสาคร รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ อาคารพาณิชย์ถนนเศรษฐกิจ1 ตำบลนาดี อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทั้งในเขตกรุงเทพ และจังหวัดสมุทรสาคร เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จุดเกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นครึ่งปลูกติดกันหลายคูหา โดยเพลิงลุกไหม้ บริเวณชั้นดาดฟ้า บนสุดของอาคารที่ต่อเติม เพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งใช้น้ำดับเพลิง 2 หัวฉีด จึงเป็นผล เพลิงค่อยๆสงบลง ใช้เวลาในการดับเพลิงประมาณ 15 นาที 
ตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงานผู้บาดเจ็บ หรือติดค้าง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งเข้าไปตรวจสอบอย่างละเอียด ด้านใน พร้อมทั้งสอบสวนเพื่อหาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ต่อไป


>> สธ.เข้าควบคุม "โควิด" ในเรือนจำประจวบคีรีขันธ์ หลังพบผู้ติดเชื้อรวม 79 ราย

12.36 น. นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นพ.วรา เศลวัฒนะกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กรณีพบการระบาดของโรคโควิด 19 เป็นกลุ่มก้อนในเรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และได้เข้าดำเนินการควบคุมป้องกันโรคทันที ตามมาตรการควบคุมป้องกันโรค โดยเริ่มจากพบผู้ต้องขัง​หญิง​อายุ ​35 ปี มีประวัติล้างไต​ทาง​หน้าท้องเป็น​ประจำ มีอาการ​หายใจ​เหนื่อย​ ไอ มีน้ำมูก​ ส่งเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยในที่โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา ตรวจ ATK พบผลเป็นบวก จัดอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยสีเหลือง เนื่องจากมีโรคประจำตัว ได้ให้การรักษาตามแนวเวชปฏิบัติ ขณะเดียวกันได้มีการตรวจ ATK คัดกรองผู้ต้องขังชายเปลี่ยนเรือนจำ พบผลบวก 1 ราย

นพ.โอภาสกล่าวต่อว่า เรือนจำเป็นสถานที่รวมกลุ่มคนและมีความแออัด จึงมีความเสี่ยงเกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อต่างๆ ได้ง่าย เมื่อตรวจพบผู้ป่วยโรคโควิด 19 จึงได้แจ้งหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ เข้าสอบสวนควบคุมโรค โดยตรวจคัดกรองผู้ต้องขังและเจ้าหน้าที่เรือนจำทุกราย เพื่อค้นหาผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมในวันที่ 28-29 มีนาคม 2567 แบ่งเป็น ผู้ต้องขัง 1,906 ราย (ชาย 1,666 ราย หญิง 240 ราย) พบผู้มีอาการป่วยเข้าเกณฑ์สงสัย 500 ราย ตรวจคัดกรอง ATK พบผลบวก 70 ราย (ชาย 46 ราย หญิง 24 ราย) และตรวจเจ้าหน้าที่ 85 ราย พบผลบวก 9 ราย รวมพบติดเชื้อทั้งหมด 79 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวอาการน้อย


>> พิษณุโลกหนุ่มขี่ จยย.พ่วงข้างตกสะพานเสียชีวิต  

14.00 น. สภ.บ้างแยงรับแจ้งมีเหตุรถ จยย. ตกสะพาน และมีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนทางเข้าบ้านซำทองห่างจากถนนสายบ้านแยง – นครไทย ประมาณ 2 กม.พื้นที่บ้านเกษตรสัมพันธ์ หมู่ที่ 7 ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก

ที่เกิดเหตุ พบร่างผู้เสียชีวิตนอนหงายอยู่ในคลองแยงใต้สะพาน ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ 100 สีน้ำเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มีพ่วงข้างที่ล้มตะแคงอยู่ จึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างขึ้นมาชันสูตร ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายสายพิณ อายุ 51 ปี ชาวบ้านหนองหิน ต.บ้านแยง อ.นครไทย จ.พิษณุโลก สภาพศพสวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้น สีเขียวขี้ม้า ใส่กางเกงยีนส์ มีบาดแผลฉกรรจ์ขนาดใหญ่ที่ศีรษะจนกะโหลกเปิดด้านซ้าย คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน


>> แรงงานเมียนมา ลุกฮือรอบ 2 กดดันนายจ้าง ยกข้อเรียกร้อง 8 ข้อ

14.30 น. กรณีเหตุเครนถล่มในงานก่อสร้างที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก ต่อมาแรงงานชาวเมียนมารวมตัวกดดันนายจ้างเป็นครั้งที่ 2 เพื่อขอความเป็นธรรมเรื่องหักเงินประกันสังคม แต่ไม่เข้ากองทุน

นายกำธร เวหน รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ได้หารือร่วมกับตัวแทนแรงงานเมียนมา ฝ่ายนายจ้าง และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องต่อหน้าแรงงานเมียนมาที่ปักหลักชุมนุม เพื่อหาข้อสรุปจากข้อเรียกร้องทั้งหมด โดยใช้เวลาร่วมหารือกว่า 3 ชั่วโมง

โดย นายกำธร รองผู้ว่าฯ ระยอง กล่าวภายหลังการหารือว่า ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 7 ราย ส่วนข้อเรียกร้องต่อนายจ้างทั้ง 8 ข้อนั้น ทางจังหวัดจะกำชับหน่วยงานที่ตรวจสอบ ให้เร่งดำเนินการตรวจสอบโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ภายหลังที่รองผู้ว่าฯ ระยอง กล่าวถึงผลการหารือร่วมกันเสร็จสิ้น นายทูลิน เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานเมียนมา ได้สื่อสารเป็นภาษาเมียนมาให้กับกลุ่มแรงงานที่ปักหลักชุมนุมทราบ ถึงผลการหารือข้อเรียกร้องทั้ง 8 ข้อ เมื่อแรงงานชาวเมียนมาทั้งหมดได้ฟัง ต่างปรบมือดังกึกก้องพอใจกับผลสรุปทั้งหมด และเลิกชุมนุมแยกย้ายกันไป


>> “อัจฉริยะ” ถอนฟ้อง “ทนายตั้ม” เปิดโอกาสสู้หลักฐานในชั้นศาล

15.00 น. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้นัดสื่อมวลชนแถลงข่าว ที่โรงแรมนนทบุรี พาเลซ โดยบอกว่า ตนได้รับมอบหมายจากพลตำรวจเอกต่อศักดิ์ ให้มาแถลงความคืบหน้า หลังเมื่อวานนี้ ได้ไปยื่นฟ้องทนายตั้ม ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง จำนวน 5 ล้านบาท สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเช้าที่ทนายตั้มบอกว่า จะไปร้องทุกข์กล่าวโทษ พลตำรวจเอกต่อศักดิ์ ทาง ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม จึงมีมติว่า ให้ถอนฟ้องทนายตั้ม เพื่อให้ทนายตั้มได้ดำเนินการทางกฎหมาย และทำหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยหลังมีมติได้เสนอมติดังกล่าวให้กับพลตำรวจเอกต่อศักดิ์แล้ว

ตนจึงได้เดินทางไปที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ และศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เพื่อถอนฟ้องทนายตั้มทั้ง 2 ข้อหา โดยการถอนฟ้องนี้ ได้พลตำรวจเอกต่อศักดิ์ ได้รับทราบและได้มอบหมายเรื่องนี้แล้ว

ส่วนทางพลตำรวจเอกต่อศักดิ์ นายอัจฉริยะยืนยันว่า พลตำรวจเอกต่อศักดิ์ ยินดีที่จะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ไม่ว่าจะถูกตรวจสอบจากคณะกรรมการชุดไหนก็ตามรวมถึงเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่า ไม่ใช่การฟ้องร้องเพื่อปิดปากทนายตั้มตามที่ถูกกล่าวแน่นอน ยืนยันว่า ให้ทนายตั้มดำเนินการตามกฏหมายได้เลยทุกขั้นตอน ไม่มีการขัดขวาง สนับสนุนให้ทนายตั้มเดินหน้าได้อย่างเต็มที่ ซึ่งหากทนายตั้มเปลี่ยนใจไม่ดำเนินการดำเนินคดีก็ต้องตอบคำถามสังคม แต่เมื่อเราได้เปิดโอกาสให้เค้ารู้ว่าสิ่งที่เราไปฟ้องเมื่อวานนี้ยังไม่มีหลักฐานชัดเจน แต่คุณประกาศว่าจะแจ้งความ ผบ.ตร และภรรยา ก็สนับสนุนเพราะเดี๋ยวจะหาว่าเป็นการไปขัดขวาง


>> นายกวิศวกรรมสถานฯ ลงพื้นที่ตรวจเหตุเครนถล่มที่ระยอง

15.03 น. รศ.ดร.วัชรินทร์ กาสลัก นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พร้อมทีมงานได้เดินทางมาตรวจดูสภาพเครนก่อสร้างถล่มทับแรงงานเมียนมาเสียชีวิต 7 ราย ที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง

รศ.ดร.วัชรรินทร์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้มาดูพื้นที่ ซึ่งเป็นการก่อสร้างหอสูง โดยทาวเวอร์เครนมีการต่อตัวขึ้นไป สันนิษฐานการเกิดอุบัติเหตุว่าน่าจะเกิดจากเครนกำลังทำงานต่อตัวขึ้นไปเรื่อยๆ โดยใช้ไฮโดรลิกส์ หรือแม่แรงดันตัวเองขึ้น แล้วเสริมด้านล่าง

ที่สันนิษฐานอย่างนี้เพราะว่าไปดูที่เกิดเหตุการที่มีคนตกลงมาเสียชีวิต 7 คน ซึ่งปกติการใช้เครนทำงาน จะใช้คนทำงานคนเดียว ซึ่งการทำงานใช้คนเยอะอย่างนี้ แสดงว่าอยู่ระหว่างการประกอบชิ้นส่วนอะไรสักอย่าง ซึ่งน่าจะเป็นการยกเครนขึ้นไป ไม่แน่ใจว่าความผิดพลาดเกิดจากอะไร จึงได้แนะนำเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะต้องสอบสวนผู้อยู่ใกล้เหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งมันเกิดขึ้นได้หลายอย่าง เช่น ชิ้นส่วนไม่ปกติ ไม่แข็งแรง ตัวซัพพอร์ต ที่ยึดเครนกับตัวอาคารมันหลวมหรือไม่ หรืออาจจะเกิดจากความไม่รอบคอบของคนที่ดันไฮโดรลิกส์ขึ้นไปไม่ถูกวิธี การทำงานเหล่านี้ปกติจะต้องมีวิศวกรเครื่องกลที่มีประสบการณ์คอยควบคุมงานด้วย ซึ่งได้แนะนำให้เจ้าหน้าที่ไปสอบในประเด็นเหล่านี้

เครนที่ถล่มลงมามีความสูงไม่ต่ำกว่า 50 เมตร จุดติดตั้งเครนเป็นหอสูงหรือปล่องหลอม ซึ่งไปตั้งอยู่บนเนินเขาอีกที พอเครนล่วงลงมาถึงพื้นต่ำกว่าฐานทาวเวอร์ลงไป ทำให้คนตกลงมาเสียชีวิต


>> เสาไฟฟ้าแรงสูงล้มหัก 9 ต้น 2 ช่างรับเหมาเสียชีวิต

17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะกง พร้อมหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ตรวจสอบเหตุเสาไฟฟ้าล้มมีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนเลียบมอเตอร์เวย์ ฝั่งขาเข้า กทม. ช่วงหลัก กม.43 หมู่ 10 ต.บางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา

ที่เกิดเหตุ พบเสาไฟฟ้าหักโค่นล้มขวางถนนรวม 9 ต้น โดยต้นที่ 2 พบร่าง นายนิด อายุ 44 ปี เป็นช่างรับเหมา นอนเสียชีวิตคว่ำหน้าอยู่บริเวณปลายเสาไฟฟ้า ส่วนเสาต้นที่ 3 พบร่าง นายรุ่งอรุณ อายุ 35 ปี ช่างผู้รับเหมา นอนเสียชีวิตคว่ำหน้าอยู่บริเวณปลายเสาไฟฟ้า ทั้งสองรายเสียชีวิตขณะยังทำงานอยู่บนเสาฟ้า

จากการสอบสวน นายประจวบ หัวหน้าผู้รับเหมาช่วงของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เล่าว่า ขณะเกิดเหตุกำลังดึงสายไฟฟ้าเส้นที่สองขึ้นไปบนยอดเสา ซึ่งไลน์เสาที่ทำงานอยู่เป็นเสาเก่าทั้งหมด จังหวะที่กำลังดึงสายไฟ จู่ๆ น็อตที่ตอม่อเกิดขาด แล้วทำให้โค่นเสาไฟฟ้าต้นที่ดึงอยู่ต้นแรกหักโค่นทันที และสายฟ้าก็รั้งเสาต้นอื่นล้มติดต่อกันรวม 9 ต้น ซึ่งทุกคนก็ไม่คิดว่าเสาจะหัก ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นจุดสุดท้ายก็เสร็จแล้ว

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างและไฟฟ้าบนมอเตอร์เวย์ดับด้วยเช่นเดียวกัน


>> เด็กวัย 15 ปี นอนทับสายชาร์จ ขณะเสียบโทรศัพท์เสียชีวิต พบรอยไหม้ที่แขน คาดสายไฟชำรุดไฟฟ้ารั่ว

18.00 น. สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุ พบผู้เสียชีวิตในบ้านพัก ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงประสานแพทย์นิติเวช สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ที่บริเวณชั้นล่าง พบร่างของ ชายไทย อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านปากเกร็ด นอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอนไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงขาสั้น แพทย์ทำการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าบริเวณที่แขนขวามีร่องรอยไหม้คล้ายไฟช็อต ประกอบกับที่สายชาร์จโทรศัพท์มีร่องรอยดำไหม้ สันนิษฐานว่า สายไฟน่าจะมีรอยชำรุดทำให้กระแสไฟรั่ว เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง

จากการสอบถาม พี่ชายของผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า เมื่อช่วงเช้าตอนประมาณ 8 โมง ตนลงมาเห็นน้องนอนนิ่งทับสายชาร์ตและโทรศัพท์อยู่ ตนจึงได้ดึงปลั๊กออก เข้าใจว่าน้องนอนหลับ เนื่องจากน้องเป็นคนที่นอนดึก แต่ตอนนั้นน้องยังมีชีวิตอยู่ จากนั้นตนก็ขึ้นไปบนห้อง จนกระทั่งเวลา 5โมงเย็น ลงมาจากห้องก็เห็นน้องนอนอยู่สภาพเดิมแต่สังเกตเห็นผิวเนื้อของน้องเปลี่ยนเป็นสีคล้ำแล้วเริ่มตัวแข็งจึงได้โทรศัพท์ไปบอกแม่ ตนไม่รู้ว่าน้องเสียชีวิตตั้งแต่ตอนไหน

เบื้องทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและแพทย์ได้ตรวจสอบพบร่องรอยไหม้ที่แขนขวา ซึ่งทั่วร่างกายมีรอยคล้ำที่บริเวณแขนจุดเดียว จากนั้นได้มอบร่างให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากกระแสไฟหรือไม่


>> ไฟไหม้ห้องพักเสียหายวอด สำลักควัน 2 รายอาสากู้ภัยนำส่ง รพ.

18.53 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน สถานที่เกิดเหตุ ซอยนาคนิวาส 48 แยก 18 ถนนนาคนิวาส แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุอาคาร 5 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ ชั้น 4 เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 31 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ขณะเกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย 1.เพศชาย อาการสำลักควัน 2.เพศหญิง อาการสำลักควัน นำส่งโรงพยาบาลราชวิถี ทั้ง 2 ราย

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยลาดพร้าว


>> คนร้ายชิงทองในห้างดังลำพูน ได้ทองไป 3 บาท แต่หนีไม่รอด ตร.รวบได้ทันควัน

19.29 น. ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 สถานีตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน รับแจ้งว่า มีเหตุคนร้าย ชิงทรัพย์ ที่ ร้านทองเยาวราช ชั้น 1 ภายในห้างสรรพสินค้าดัง สาขาลำพูน ตั้งอยู่ที่ ม.4 บ้านกลาง ต.บ้านกลาง อ.เมืองลำพูน จึงประสานไปยังพนักงานตำรวจในท้องที่ สภ.นิคมอุตสาหกรรมลำพูน จึงนำกำลังเร่งออกติดตามตัวโดยด่วน

เบื้องต้น พบผู้กระทำความผิดเป็นเพศชายอายุประมาณ 30 ปี และสามารถจับกุมตัวได้ขณะวิ่งหลบหนีไปทางด้านหลังห้างซึ่งเป็นถนน เขื่อมด้านหลังห้างทะลุออกไปยังถนนสายซุปเปอร์ไฮเวย์ โดยขณะกำลังควบคุมตัวผู้กระทำความผิดพบทองรูปพรรณที่คนร้ายชิงไป น้ำหนักประมาณ 3 บาท จึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.นิคมอุตสาหกรรมลำพูน

ด้าน พ.ต.ท.บวรรชฏ มายะลา สารวัตรสอบสวนเวร ได้ทำการสอบสวนทราบเบื้องคนผู้ก่อเหตุครั้งนี้ คือ นายยุทธพงษ์ อายุ 34 ปี ชาวต.ศรีบัวบาน อ.เมืองลำพูน ได้ขับรถรถยนต์กระบะนิสสัน ทะเบียนสีบอร์น มาจอดไว้ แล้วเดินไปก่อเหตุชิงทรัพย์เป็นทองรูปพรรณแล้ววิ่งหลบหนีออกจากห้างทางประตูหลังห้าง แต่ก็หนีไม่รอดถูกตำรวจตามไปจับได้ทันควันแถวๆร้านก๋วยเตี๋ยวหลังห้าง หลังสอบสวนได้แจ้งขอหา แล้วฝากขังรอส่งตัวดำเนินคดีต่อไป


>> ตร.รัตนาธิเบศร์ จับอดีตไรเดอร์ อ้างรถพังไม่มีเงินซ่อมและตกงาน ตระเวนลักรถจักรยานยนต์

22.00 น. สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ร่วมกันจับกุมตัว นายโอ (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี พร้อมด้วยของกลาง เสื้อผ้าที่สวมใส่ขณะก่อเหตุ 1 ชุด หมวกกันน็อก 1 ใบ สามารถจับกุมตัวได้ที่ ซอยเรวดี 15 ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายก่อเหตุตระเวนลักรถ จยย.หลายครั้งในพื้นที่ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุและตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี จนทราบว่าคนร้ายคือนายโอ เดินอยู่ภายในซอยเรวดี 15 จึงได้ควบคุมตัวมาสอบสวน

จากการสอบสวนนายโอ ให้การยอมรับสารภาพว่า ก่อเหตุลักรถจยย. โดยก่อเหตุลักรถจยย.มาแล้วจำนวน 3 คัน ครั้งแรกก่อเหตุเมื่อวันที่ 23 มี.ค.67 เวลา 16.00 น.ได้ลักรถจยย.ยามาฮ่า นูโว่ สีน้ำเงิน จอดอยู่หลังป้อมยามทางเข้าศาลากลางจังหวัดนนทบุรี ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 25 มี.ค.67 ก่อเหตุลักรถ จยย.ยี่ห้อ ไทเกอร์ ในลานจอดรถ ร.พ.พระนั่งเกล้า ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 28 มี.ค.67 ก่อเหตุลักรถ จยย.ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ในตลาดเสธหนั่น ถนนสนามบินน้ำ

โดยรถจยย.ทั้ง 3 คัน ที่ลักมาจะเป็นรถที่เจ้าของจอดรถแล้วลงไปซื้อของแล้วเสียบกุญแจคาไว้ พอสบโอกาส จึงได้ขับหลบหนี หลังจากได้รถ จยย.มาแล้วได้ติดต่อซื้อขายกับคนรับซื้อผ่านทางโซเชียล ซึ่งขายได้ 2 คัน ส่วนคัน ยี่ห้อไทเกอร์ ไม่มีคนรับซื้อ ส่วนรถที่ขายได้เงินมา 7,000 บาท นำเงินไปจ่ายค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ และใช้จ่ายในครอบครัว 
ส่วนสาเหตุที่ทำไปเพราะต้องการหาเงินมาใช้จ่าย เนื่องจากตกงาน โดยก่อนหน้านี้ ทำงานเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร แต่รถ จยย.พัง และไม่มีเงินจ่ายค่าซ่อม จึงนำรถไปขายได้เงินมา 2,000 บาท ก่อนจะมาก่อเหตุลักรถ จยย.ขาย เบื้องต้นได้ทำการสอบสวนพร้อมกับแจ้งข้อหาว่า ลักทรัพย์ จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ดำเนินคดีต่อไป


>> ไฟไหม้ห้องครัวเสียหายวอด หวิดลุกลามขึ้นบ้าน คาดสาเหตุอุ่นอาหารทิ้งไว้

00.47 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยพัฒนาชนบท 4 ถนนพัฒนาชนบท แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุ บ้านเดี่ยวคอนกรีต 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง ภายในห้องครัว เพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งชั้น พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 50 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากการอุ่นอาหารทิ้งไว้ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยร่มเกล้า


>> รถจักรยานยนต์เสียหลักชนต้นไม้ข้างทาง เสียชีวิต 3 ราย

01.30 น. รับแจ้งจากศูนย์นเรนทรสุโขทัย มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ชนต้นไม้ข้าง และมีผู้บาดเจ็บสาหัสหลายราย บนถนนสายชนบทเส้นทาง แยกวังกระจาย - ดอนโก ใกล้เคียงทางแยกเข้าบ้านไสยาสน์ ตำบลวังทองแดง อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีเทา ป้ายทะเบียน สุโขทัย ลักษณะเสียหลักชนกับต้นไม้ข้างทาง ใกล้กันพบว่ามีผู้เสียชีวิต 2 คน ตรวจสอบเอกสารคือ นาย ธนพัทธ์ อายุ 19 ปี และ นายวันชัย อายุ 20 ปี และพบว่าามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย มีอาการสาหัส ทางอาสาสมัครช่วยเหลือ ก่อนมอบให้รถกู้ชีพดำเนินการนำส่ง รพ.สุโขทัย และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา คือ นาย วรวิทย์ อายุ 19 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเก่า


>> สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก วันที่ 31 มีนาคม 2567 เวลา 05.00 น. 
ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกจำนวน 704,537,409 ราย รักษาอาการดีขึ้น 675,392,407 ราย เเละเสียชีวิตสะสม 7,008,954 ราย

1. ประเทศ สหรัฐอเมริกา ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 111,763,882 ราย เสียชีวิต 1,218,836 คน 
2. ประเทศ อินเดีย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 45,034,136 ราย เสียชีวิต 533,547 คน 
3. ประเทศ ฝรั่งเศส ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 40,138,560 ราย เสียชีวิต 167,642 คน 
4. ประเทศ เยอรมนี ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 38,827,040 ราย เสียชีวิต 182,917 คน 
5. ประเทศ บราซิล ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 38,694,221 ราย เสียชีวิต 710,966 คน  

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม