วาเลนไทน์ปีนี้ คาดเงินสะพัด 2,389 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 15% มูลค่าจับจ่ายเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 5 ปี
รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี ม.หอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย เปิดเผยจากผลสำรวจพบว่าเทศกาลวาเลยไทน์ปีนี้ จะมีเงินสะพัดกว่า 2,389 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี2565 กว่า 15% ถือเป็นการจับจ่ายที่กลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่การระบาดของโควิด19 เมื่อปี 2562 ทำให้คาดว่าวาเลนไทน์ปีนี้ บรรยากาศจะกลับมาคึกคักกว่าปีที่ผ่านมา แต่คนจะเลือกมากขึ้นในการจับจ่ายใช้สอย และต้องใช้เงินมากขึ้นในการซื้อสินค้าเท่าเดิม เพราระสินค้าราคาแพงขึ้น อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่าเทศกาลวาเลนไทน์ปีนี้ มูลค่าการใช้จ่ายเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 5 ปี ขณะที่เมื่อเทียบกับเทศกาลอื่นๆ ในช่วงที่ผ่านมา อาทิ เทศกาลปีใหม่ เทศกาลตรุษจีน ที่รายได้กลับมาเป็นบวกในรอบ 3 ปี อาจเป็นเพราะว่ามีช่วงเทศกาลติดกันหลายเทศกาล และวาเลนไทน์อาจเป็นเทศกาลของคนเฉพาะกลุ่ม
"เม็ดเงินสะพัด 2,389 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 15.5% ทำให้คาดว่าวาเลนไทน์ปีนี้ บรรยากาศจะกลับมาคึกคักกว่าปีที่ผ่านมา แต่อาจจะไม่คึกคักเต็มที่ เนื่องจากวันที่ 14 ก.พ.ปีนี้ ตรงกับวันอังคาร ซึ่งเป็นวันธรรมดา ไม่ใช่ช่วงวันหยุด แต่คาดว่าวาเลนไทน์ปีหน้า (2567) จะคึกคักมากกว่านี้ เพราะดูจากโครงสร้างเศรษฐกิจ”
ขณะที่ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาลัยหอการค้าไทย ได้เปิดเผยผลสำรวจ “ทัศนคติและพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงวันวาเลนไทน์” โดยสำรวจระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2566 จากประชาชน 1,250 ตัวอย่าง โดยจำแนก ตาม Gen พบว่า Gen Z (อายุ 13-23 ปี) ให้ความสำคัญกับวันวาเลนไทน์มากที่สุด 64.7% รองลงมา Gen Y (24-43 ปี) 26.1% Gen X (44-58ปี) 4.6 % โดยกลุ่มตัวอย่างเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ บอกว่าจะฉลองวาเลนไทน์ โดยเลือกฉลองกับคนรักเป็นอันดับ 1 รองลงมา เป็นเพื่อนและครอบครัว ซึ่งปัจจัยที่ใช้เลือกซื้อของขวัญวาเลนไทน์ อันดับ1 คือความชอบของผู้รับ รองลงมา เป็นความสะดวกและประโยชน์
ขณะที่ประชาชน 48.1% มองว่าบรรยากาศวาเลนไทน์ปีนี้จะไม่ต่างจากปีที่แล้ว ส่วน 29.1% มองว่าคึกคักขึ้น และ 22.8% มองว่าคึกคักน้อยลง โดยกิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น คือทานข้าวนอกบ้าน ซื้อของขวัญ และซื้อดอกไม้ สำหรับค่าใช้จ่ายเฉพาะซื้อของสำหรับมอบให้คู่รัก เฉลี่ย 1,100 บาท/คน ถือเป็นมูลค่าสูงสุดนับจากปี 2563 ขณะที่ค่าใช้จ่ายโดยรวม เฉลี่ย 1,848.82 บาท /คน โดยกลุ่มที่ใช้จ่ายมากที่สุด คือ กลุ่ม Gen X เฉลี่ยใช้จ่าย 2,130 บาท ต่อคน
รองลงมา คือกลุ่ม Gen Z ใช้จ่าย 1,812 บาท และ กลุ่ม Gen Y จำนวน 1,643 บาท โดยประชาชนส่วนใหญ่ 51.6% ซื้อสินค้าเท่าเดิม แต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เนื่องจากสินค้าและบริการแพงขึ้น ค่าครองชีพสูงขึ้น ขณะที่บางส่วนใช้จ่ายลดลง เนื่องจากรายได้ลดลงไม่พอรายจ่าย




14 พฤษภาคม 2569
ติดหนักขนาด จยย. ก็ไปไม่ได้! ถ.พหลโยธิน เกษตร เสนาฯ รัชโยธิน
14 พฤษภาคม 2569
14 พฤษภาคม 2569
ติดหนักขนาด จยย. ก็ไปไม่ได้! ถ.พหลโยธิน เกษตร เสนาฯ รัชโยธิน
14 พฤษภาคม 2569