หน้าแรก > สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 4 มกราคม 2567

วันที่ 5 มกราคม 2567 เวลา 05:42 น.


24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 4 มกราคม 2567


>> รถบัสทัศนศึกษาชนท้ายกัน ทั้งนักเรียนและครูเจ็บระนาว

09.20 น. สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบัสพานักเรียนไปทัศนศึกษาชนกันหลายคันและมีคนเจ็บหลายคน บริเวณถนนบางขันธ์-หนองเสือ (ถนนคลองหลวง) ขาออก มุ่งหน้าคลองห้าหน้าปั๊มน้ำมันพีที ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 
ที่เกิดเหตุ พบรถบัสรับส่งนักเรียนที่อยู่ระหว่างเดินทางไปทัศนศึกษา 3 คันชนท้ายกันได้รับความเสียหายพังยับเยิน ริมทางพบนักเรียนและครูของโรงเรียนแห่งหนึ่งย่านบางแค กทม. ที่โดยสารมากับรถทั้ง 3 คันได้รับบาดเจ็บ

โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าประเมินอาการและปฐมพยาบาล เบื้องต้นก่อนลำเรียงนำส่งโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียง จำนวนรวม 25 รายทั้งหมดอาการไม่สาหัส และมี 1 รายเป็นผู้ขับรถบัสคันสุดท้ายที่ได้รับบาดเจ็บขาอัดติดคาซาก อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่าง โดยใช้เวลากว่า 30 นาที จึงนำผู้บาดเจ็บเป็นคนขับออกมาได้เป็นชาย อายุ 38 ปี ส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

คนขับรถบัสคันที่ 8 บอกว่า ตนเองพร้อมด้วยกัน 10 คัน พานักเรียนไปทัศนศึกษาที่สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ รถพ่วงจะเลี้ยวเข้าปั๊มน้ำมันและมีรถกระบะเบี่ยงขวาตัดหน้า ทำให้รถบัสเบรกกะทันหัน ส่งผลให้มีรถชนกันหลายคันและมีคนเจ็บหลายคน


>> ตำรวจคุมตัว 'โบ้' ฝากขัง ค้านประกันตัว

10.00 น. พนักงานสอบสวน สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี ได้ควบคุมตัว นายธนวัฒน์ หรือ โบ้ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาในคดีทำร้ายร่างกาย นางสาวแพรว อายุ 32 ปี แฟนสาวจนเสียชีวิต ไปขออำนาจศาลจังหวัดนนทบุรีฝากขัง โดยระหว่างควบคุมตัวขึ้นรถนั้น ผู้สื่อข่าวได้สอบถามกับนายโบ้ ถึงกรณีที่มีภรรยาอีกคนซึ่งจดทะเบียนสมรสกัน ถูกทำร้ายร่างกายและเป็นคดีความกันที่ สน.ประชาชื่น ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่นายโบ้ก็ไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด

พันตำรวจโท ณรงค์ ซิ้มสวัสดิ์ รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.บางศรีเมือง เปิดเผยว่า เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย พร้อมกับคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากได้รับการประสานจากพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น ว่าจะขออายัดตัวนายโบ้ไปดำเนินคดีต่ออีกคดี จึงต้องคัดค้านการประกันตัวไปตามขั้นตอน

ด้านพันตำรวจเอก สัญญา อุบลวิรัตนา ผู้กำกับการ สน. ประชาชื่น เปิดเผยว่า ในส่วนคดีที่นายโบ้ได้ทำร้ายร่างกายภรรยาที่จดทะเบียนสมรสด้วยกันนั้น เบื้องต้นพนักงานสอบสวนเตรียมดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น พร้อมกับจะไปขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก เพื่อไปขออายัดตัวที่ศาลจังหวัดนนทบุรี จากนั้นควบคุมตัวไปดำเนินคดีอีกคดีหนึ่ง ซึ่งในคดีนี้พนักงานสอบสวนก็จะคัดค้านการประกันตัวเช่นกัน


>> หนุ่มวัย 33 ปีขี่รถจักรยานยนต์เสียหลัก รถข้ามเลนชนกับเทรลเลอร์อย่างจัง เสียชีวิต

11.00 น. กู้ชีพ-กู้ภัยเทศบาลเมืองล้อมแรด รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถเทรลเลอร์ ชนกับรถจักรยานยนต์และมีผู้เสียชีวิต บนถนนเส้นทางเถิน - ลี้ ช่วหลัก กม.ที่ 95 ในพื้นที่ บ้านดอนทราย ม.13 ต.ล้อมแรด อ.เถิน จ.ลำปาง

ที่เกิดเหตุ พบรถเทรลเลอร์ ยูดี สีขาว ป้ายทะเบียน ฉะเชิงเทรา จอดอยู่กลางถนน บริเวณใต้กันชนหน้า พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกูปปี้ สีขาว ป้ายทะเบียน ลำพูน ล้มคว่ำซุกอยู่บริเวณช่วงใต้ห้องเครื่อง ห่างออกไปท้ายรถ พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 คน ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 33 ปี ภูมิลำเนาชาว อ.ลี้ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เถิน


>> ศปถ.เผยสถิติอุบัติเหตุ ปีใหม่ 67 เกิด 239 ครั้ง เสียชีวิต 35 ราย สาเหตุหลัก ขับรถเร็ว

12.14 น. นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 ประจำวันที่ 3 มกราคม 2567 เกิดอุบัติเหตุ 239 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 250 คน ผู้เสียชีวิต 35 ราย

สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 6 วันของการรณรงค์ (29 ธ.ค. 66 – 3 ม.ค. 67) เกิดอุบัติเหตุรวม 2,083 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 2,106 ราย ผู้เสียชีวิตรวม 256 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 11 จังหวัด ซึ่ง ศปถ. ได้ประสานจังหวัด องค์กรภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนมาตรการสวมหมวกนิรภัย 100% พร้อมประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้พฤติกรรมเสี่ยงหลักที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ เพื่อสร้างความตระหนักรู้และเสริมสร้างจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างยั่งยืน

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 37.66 ตัดหน้ากระชั้นชิด 21.76 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 14.64 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 84.07 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 84.10


>> บขส. สรุปข้อมูลการเดินทางช่วงปีใหม่ 8 วัน พบประชาชนเดินทางกว่า 890,000 คน

13.11 น. นางสาวระพิพรรณ วรรณพินทุ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารการเดินรถ รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยข้อมูลการเดินรถในช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2566 – 3 มกราคม 2567 รวม 8 วัน ว่า บขส.ได้จัดรถโดยสาร (รถ บขส.,รถร่วมฯ, รถตู้) อำนวยความสะดวกประชาชนเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ จำนวน 60,662 เที่ยว มีผู้โดยสารเดินทาง จำนวน 891,560 คน

โดยแบ่งเป็น เที่ยวไป ได้จัดรถโดยสาร จำนวน 30,661 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร จำนวน 453,084 คน ส่วนเที่ยวกลับ ได้จัดรถโดยสาร จำนวน 30,001 เที่ยว รองรับผู้โดยสาร จำนวน 438,476 คน

ทั้งนี้ จากข้อมูลดังกล่าวพบว่า ในวันที่ 28 ธันวาคม 2566 มีการเดินทางออกจากกรุงเทพฯ หนาแน่นที่สุด จำนวน 70,780 คน ใช้รถโดยสาร จำนวน 4,338 เที่ยว และประชาชนเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ หนาแน่นที่สุด ในวันที่ 2 มกราคม 2567 จำนวน 75,684 คน ใช้รถโดยสาร จำนวน 4,338 เที่ยว

โดยประชาชนยังคงเดินทางออกไปในจังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากที่สุด รองลงมาภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ตามลำดับ


>> แม่เสือสาวสองผมทอง บุกชิงทรัพย์ร้านทองกลางห้างเมืองสะเดา ได้ทองน้ำหนักรวม 24 บาท

17.30 น. รับแจ้งมีการชิงร้านทอง ภายในร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาโลตัสสะเดา ต.สะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา

พฤติการณ์จากกล้องวงจรปิด พบว่า คนร้าย 1 คน สวมเสื้อคลุมสีดำ กางเกงยีนส์ สวมแมสก์สีดำ และย้อมผมทอง เดินตรงเข้ามาที่ร้านทอง ก่อนจะปีนขึ้นเคาเตอร์ แล้วเอื้อมมือไปหยิบสร้อยคอทองคำที่ตั้งโชว์ ก่อนจะหลบหนีออกจากตัวห้างฯ ไปขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ จีพีเอ็กซ์ โดรน สีเทา ป้ายทะเบียน 3837 หลบหนีออกไหนห้างไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สะเดา ลงพื้นที่ตรวจสอบ และทราบตัวผู้ก่อเหตุ นายปรีชา อายุ 20 ปี (ลักษณะคล้ายสาวประเภทสอง) ได้ทองน้ำหนักรวม 24 บาท ตอนนี้ทางรอง ผกก.สภ.สะเดา พร้อมด้วยชุดสืบสะเดากำลังติดตามตัว


>> นายกฯ ชี้รัฐบาลให้ความสำคัญปัญหาฝุ่น PM 2.5 ใช้มาตรการภาษีมาช่วยแก้ไขปัญหาลดการเผา

17.50 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าร่วมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 1 ครั้งที่ 5 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยนายกรัฐมนตรีชี้แจงถึงประเด็นอากาศสะอาดและการแก้ไขปัญหา PM 2.5 
รัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ โดยให้ความรู้กับประชาชน จัดตั้งหน่วยงานรับซื้อซังข้าวโพดเพื่อมาทำพลังงานทดแทน หรือทำปุ๋ย รวมทั้งการเผาอ้อย ซึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมามีปริมาณลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ

โดย พ.ร.บ บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาดอยู่ระหว่างชั้นการพิจารณาของนิติบัญญัติ หวังว่าจะเป็นวันพฤหัสบดีที่ 11 มกราคมนี้ ส่วนของการใช้งบประมาณรัฐบาลกันบางส่วนไว้สำหรับเมื่อเกิดภัยพิบัติก็จะได้นำออกมาใช้ได้

รวมทั้งมีส่วนของการเจรจากับเพื่อนบ้าน ที่มีเอกชนไปปลูกข้าวโพดทั้งในลาวและเมียนมามีการพูดคุย และคาดโทษโดยใช้มาตรการด้านภาษีมารองรับ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการพูดคุยและให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง นโยบายหลักของไทยคือต้องการให้ประชาชนมาใช้รถ EV เป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะมีเอกชนสนใจมาตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ EV ในประเทศไทย ใช้เป็นฐานการผลิตส่งออกไปทั่วโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญมาโดยตลอด


>> รถกระบะทำสารเคมีรั่วไหล "พรสว่าง 12" เทศบาลสำโรงเหนือเร่งควบคุมสถานการณ์

19.00 น. เฟซบุ๊กเพจ "ข่าวสารเมืองปราการ v2" รายงานว่า เกิดเหตุรถกระบะบรรทุกถัง 200 ลิตรทำสารเคมีรั่วไหล ภายในซอยพรสว่าง 12 ต.สำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ รายงานระบุว่าเป็นสารเคมีที่ใช้กำจัดศัตรูพืช โดยที่เกิดเหตุมีกลุ่มควันสีฟ้าพวยพุ่งออกจากถังลอยกระจายทั่วบริเวณ และมีกลิ่นค่อนข้างรุนแรง 
ภายหลังเกิดเหตุ เทศบาลสำโรงเหนือได้ส่งรถน้ำเข้าพื้นที่ฉีดน้ำ เพื่อระงับเหตุแต่พอสารเคมีเจอน้ำได้ทำปฏิกิริยา เกิดควันจำนวนมากฟุ้งกระจายเยอะ จึงหยุดการใช้น้ำ กระทั่งผ่านไปเกือบ 2 ชั่วโมง

กระทั่งเวลา 21.13 น. เจ้าของโรงงานได้เข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ แนะนำให้ยกถังเคมีออกจากพื้นที่เขตชุมชน แต่ท้ายที่สุดสรุป จนท.ปฏิบัติการคว่ำถังสารเคมีที่รั่วไหล จากนั้นได้ใช้เครื่องมือ เกลี่ยกระจายสารเคมีออกจากถังจากนั้นใช้ทรายกลบดับ ซึ่งได้ผลทำให้ควันลดน้อยลงเป็นลำดับ

ล่าสุด 21.58 น. เจ้าหน้าที่ได้ออกมาประชาสัมพันธ์ ปชช.ในพื้นที่ละแวกที่เกิดเหตุ ในช่วง 2-3 วันนี้ให้สังเกตอาการของตัวเอง เพราะบางคนอาจจะมีอาการระคายเคืองทางผิวหนัง ซึ่งหากพบความผิดปกติให้เข้ารับการรักษา


>> อุบัติเหตุรถชนประสานงาเข้าอย่างจัง กลางถนนหมายเลข 2338 บาดเจ็บหลายรายและมีผู้เสียชีวิต  

19.12 น. รับแจ้งจาก หน่วยกู้ภัยพ้งไล้ 16 ลำนารายณ์ จังหวัดลพบุรี มีอุบัติเหตุรถนั่งส่วนบุคคล ชนกับรถกระบะ มีผู้บาดเจ็บหลายราย บนถนนทางหลวงหมายเลข 2338  ในพื้นที่ บ้านเนินหิน ม.8 ต.หนองผักแว่น อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ โตโยต้า รีโว่ สีแดง ป้ายทะเบียน เพชรบูรณ์ ลักษณะชนประสานงา กับรถนั่งส่วนบุคคล เอ็มจี สีขาว ป้ายทะเบียน ลพบุรี ความรุนแรงทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 7 ราย เป็นผู้ชาย 5 รายและ ผู้หญิง 2 ราย อาสากู้ภัยให้การช่วยเหลือและนำส่ง รพ. ชัยบาดาล และพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 คนตรวจสอบเป็น ชายไทย อายุ 67 ปี ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าหลวง


>> 2 โจ๋จี้ชิงเสื้อ "ดอนผีบิน" อ้างคึกคะนอง เห็นเป็นข่าวดังและตำรวจกดดัน จึงตัดสินใจมอบตัว

20.00 น. จากกรณีคนร้ายวัยรุ่น 2 ราย ก่อเหตุใช้มีดดาบชิงทรัพย์เสื้อยืดวงดนตรีร็อกชื่อดังในตำนาน "ดอนผีบิน" จากผู้เสียหายแรงงานต่างด้าวชาวลาว อย่างอุกอาจ เหตุเกิดกลางซอยเอกชัย 76 ท้องที่ สน.บางขุนเทียน เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา 
ต่อมา ผู้ก่อเหตุคือ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี และนายบี (นามสมมติ) อายุ 13 ปี เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.บางขุนเทียน พร้อมนำของกลางมีดดาบด้ามสีแดง จำนวน 1 เล่ม และรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีขาว ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ที่ใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุเข้ามอบกับพนักงานสอบสวน

จากการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ให้การยอมรับสารภาพว่า ก่อเหตุเพราะความคึกคะนอง โดยก่อนเกิดเหตุ นายบี เป็นผู้ขับขี่รถ จยย.ของกลางขับพา นายเอ ซ้อนท้ายไปพบกลุ่มผู้เสียหายเดินอยู่กลางซอย 3 คน จากนั้น นายบี จึงจอดรถ จยย.ให้ นายเอ ลงไปชักดาบชิงทรัพย์เสื้อยืดแขนยาวสีดำลายค้างคาวของวงดนตรีดอนผีบิน แล้วพากันหลบหนี ต่อมาทราบว่าเรื่องที่พากันก่อขึ้นเป็นข่าวโด่งดัง และตำรวจติดตามกดดันอย่างหนัก จึงตัดสินใจเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหา "ร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะฯ" เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.


>> ไฟไหม้ห้องเครื่อง รถโดยสารปรับอากาศ เชิงทางขึ้นสะพานพระรามเก้า โชคดีไร้ผู้บาดเจ็บ

20.26 น. รับแจ้งจากศูนย์วิทยุพระราม 199 เกิดเหตุเพลิงไหม้รถประจำทาง บนทางพิเศษเฉลิมมหานคร บริเวณเชิงทางขึ้นสะพานพระราม 9 ในพื้นที่เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร

ที่เกิดเหตุ พบรถประจำทางปรับอากาศ สีฟ้า ป้ายทะเบียน กทม. พบเพลิงลุกไหม้ที่ห้องเครื่องยนต์ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกู้ภัยทางด่วน และรถบรรทุกน้ำสำนักงานเขตยานนาวา ใช้น้ำฉีดดับเพลิงสงบ ขณะเกิดเหตุไม่พบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่ สน.ทางด่วน1


>> ไฟไหม้บ้านเรือน หลังเพลิงสงบพบพ่อเฒ่าวัย 94 ป่วยติดเตียงเสียชีวิตในกองเพลิง

21.00 น. สภ.โพธาราม รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้บ้าน ในซอยเข้าวัดโบสถ์ ม.1 ต.บ้านเลือก อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

ที่เกิดเหตุภายในซอย พบไฟกำลังลุกไหม้ ซึ่งเป็นบ้านไม้ยกสูง จึงทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี หลังจากที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบหน่วยกู้ชีพของเจ้าหน้าที่กู้ชีพสว่างราชบุรี นำคุณยายวัย 78 ปี ออกมาจากบ้านหลังดังกล่าวไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่อยู่ในอาการตกใจ และรับแจ้งว่าภายในกองเพลิงมีคนติดอยู่ 1 รายทราบชื่อนายพิน อายุ 94 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง คาดว่าน่าจะถูกไฟคลอกเสียชีวิตแล้ว อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังคงใช้น้ำฉีดสกัดเพลิง จนสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เพลิงจึงสงบ เจ้าหน้าที่กู้ภัย พร้อมแพทย์เวรเข้าร่วมชันสูตรพลิกศพ นายพิน ซึ่งสภาพร่างถูกไฟไหม้จนเป็นตอตะโก

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว ทาง นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ สส.ราชบุรี เขต 3 พร้อมนายศุภชัย ครุฑดำ นายอำเภอโพธาราม ได้เดินทางมาตรวจสอบพร้อมสั่งการณ์ ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ พร้อมทั้งได้เดินทางมาให้กำลังใจคุณยายวัชรี อายุ 78 ปี พร้อมทั้งจะได้ประสานผู้ที่เกี่ยวข้องให้หาที่อยู่ให้กับคุณยายเป็นการชั่วคราว ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธาราม


>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

02.47 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 2.6 ความลึก 7 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 97 กม. ไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย 
 

>> สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก วันที่ 5 มกราคม 2567 เวลา 05.00 น.

ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกจำนวน 700,984,339 ราย รักษาอาการดีขึ้น 672,122,231 ราย เเละเสียชีวิตสะสม 6,963,793 ราย

1. ประเทศ สหรัฐอเมริกา ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 110,228,039 ราย เสียชีวิต 1,190,735 คน 
2. ประเทศ อินเดีย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 45,014,481 ราย เสียชีวิต 533,366 คน 
3. ประเทศ ฝรั่งเศส ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 40,138,560 ราย เสียชีวิต 167,642 คน 
4. ประเทศ เยอรมนี ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 38,771,210 ราย เสียชีวิต 180,215 คน 
5. ประเทศ บราซิล ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 38,177,375 ราย เสียชีวิต 708,491 คน 

 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม