24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 2 มกราคม 2567
>> "นายพีระพันธุ์" ยืนยัน จ่อลดค่าไฟเหลือไม่เกิน 4.20 บาท ทันรอบ ม.ค.นี้แน่
08.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ค่าไฟฟ้าที่จะเข้าครม.เพื่อรับทราบจะไม่ถึง 4.20 บาท โดยถือเป็นของขวัญปีใหม่ชิ้นใหญ่ให้ประชาชน ก่อนหน้านี้บอกว่าต้องรอดูราคาแก๊ส แต่ขณะนี้ทั่วโลกสามารถประเมินราคาลงมาได้แล้ว เจ้าหน้าที่กำลังประเมินอยู่ โดยจะลดราคาลงมา 4 เดือน ซึ่งหมุนตามค่า FT
คาดว่าจะลดถึงเดือนเมษายน ซึ่งจะทันค่าไฟฟ้ารอบเดือนมกราคม และในส่วนที่ไม่เกิน 300 ยูนิตก็ราคาเท่าเดิม
>> ผอ.เขตพระนคร ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุ บ้านไม้ของคุณยายวัย 87 ทรุดตัวลงแม่น้ำเจ้าพระยา
09.00 น. กรณีเหตุบ้านทรุดตัว ลงแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณชุมชนท่าวัง เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลทำให้บ้านมีสภาพเอนเอียงพื้นทรุด เสาบ้านขาด ข้าวของเครื่องใช้ และเครื่องครัวจมลงไปกับนํ้าทั้งหมด ซึ่งเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวเป็นคุณยาย วัย 87 ปี พักอาศัยอยู่เพียงลำพัง ส่วนสาเหตุคาดว่าเนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวอยู่มานานกว่า 40 ปี
ด้าน นายโกศล สิงหนาท ผู้อํานวยการเขตพระนคร พร้อมด้วย นางสาวศศิธร ประสิทธิ์พรอุดม สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตพระนคร และเจ้าหน้าที่สํานักงานโยธา ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบรายละเอียดพร้อมมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัย เบื้องต้นจากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุพบว่า มีความเสียหายทั้งหลัง ดังนั้นทางสํานักงานเขตพระนครจะมอบเงินช่วยเหลือเยียวยา ซึ่งเป็นไปตามระเบียบการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจํานวน 49,500 บาท พร้อมค่าเช่าบ้านเดือนะ 3,000 บาท ระหว่างรอการก่อสร้างบ้านพักให้ใหม่ โดยได้รับการสนับสนุนกําลังพลทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือในการก่อสร้าง โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น เพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม
>> สัตวแพทย์หญิง-ลูกสาว 12 ขวบ ซดไซยาไนด์ ดับสลด 2 ศพ คาดเครียดปัญหาชีวิตและการเงิน
10.00 น. สภ.บ้านฉาง ระยอง รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตอยู่ในบ้านพัก ต.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดียวมีรั้วมิดชิด ที่เสารั้วมีการติดว่า “ทรัพย์สินธนาคารห้ามบุกรุก” ก่อนจะเข้าไปตรวจสอบในบ้านภายในห้องนอน พบ ร่างของแม่กับบุตรสาวนอนเสียชีวิตอยู่บนที่นอน ใกล้กันยังพบนกตายอยู่ในกรง 2 ตัว
ตรวจสอบพบถ้วยที่มีคราบยาอยู่สองถ้วย โดยพบไซยาไนด์วางอยู่ 1 กระปุก ไม่พบร่องรอยการต่อสู้และถูกทำร้าย บนโต๊ะข้างศพ พบข้อความที่เขียนในกระดาษ มีข้อความว่า “เผาทันที ไม่ต้องสวด ไม่ต้องจัดงาน ใส่โลงเดียวกันนะ ขอให้การตายครั้งนี้นำมาซึ่งอิสรภาพทั่วทุกจักรวาล” พร้อมงินจำนวน 1 แสนบาท ที่วางอยู่ด้านข้าง คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง ก่อนจะนำศพส่งชันสูตรที่ รพ.บ้านฉาง จากการตรวจสอบทราบว่า ผู้เสียชีวิตทั้งสองคนเป็นแม่ลูกกัน โดยเป็นตายเป็นสัตวแพทย์ อายุ 41 ปี บ้านเดิมอยู่ จ.สุโขทัย และลูกสาวอายุ 12 ปี
จากการสอบสวนทราบว่า ผู้เสียชีวิตเป็นสัตวแพทย์ เปิดร้านอยู่ในห้างแห่งหนึ่งในตลาดบ้านฉาง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ตายน่าจะมีปัญหาหนี้สิน หรือปัญหาครอบครัว ไม่มีทางออก จึงตัดสินใจกินไซยาไนซ์พร้อมกับลูก เพื่อหนีปัญหา อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง พร้อมทั้งประสานญาติเข้ามาสอบสวนต่อไป
>> นากยกฯ ย้ำไม่ได้เป็นการยื้อเวลา กรณี เยาวชน 14 ปี กราดยิงพารากอน
11.00 น. ณ บริเวณหน้าตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีถึงกรณีเยาวชนอายุ 14 ปี ก่อเหตุกราดยิงที่สยามพารากอน รับการรักษาตัวต่อที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ซึ่งทางกรมพินิจ และคุ้มครองเด็กและเยาวชนหมดอำนาจควบคุมตัว เนื่องจากตำรวจส่งสำนวนคดีให้อัยการไม่ทันตามกำหนด ว่า ตรงนี้มีข้อสรุปว่าจะเข้าสู่สถานบำบัดเพื่อดูแลทางด้านจิตใจต่อ ซึ่งก็อยู่ในการควบคุม ดูแลของรัฐ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าหากจะมีการยื้อเวลาต่อไป อาจจะกระทบต่อมั่นใจนักท่องเที่ยวจีนหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ เพราะยังอยู่ภายใต้การควบคุมอยู่ ไม่ได้เป็นการยื้อเวลา แน่นอนว่าเด็กอายุ 14 ปีมีความผิดปกติทางด้านจิตก็ต้องดูแลตรงนี้ให้ดี
>> "บิ๊กต่อ" สั่งนครบาลดูแลความเรียบร้อยรอบสภาฯวันถกงบ 3-5 ม.ค.นี้
14.11 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยถึง การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัตงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 3-5 มกราคม 2567 ในส่วนของการดูแลความปลอดภัยโดยรอบอาคารรัฐสภา ที่หลายฝ่ายกังวลว่าจะมีผู้ไม่หวังดีเข้ามาสร้างความวุ่นวาย ว่า ได้สั่งให้ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. เป็นผู้ดูแลเพราะกองบัญชาการตำรวจนครบาลได้เตรียมความพร้อม และมีแผนรองรับมาโดยตลอดทั้งยังมีการเฝ้าสังเกตสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ผบ.ตร. กล่าวว่า เบื้องต้นจากการข่าวยังไม่พบกลุ่มที่สนับสนุนและเห็นต่างเคลื่อนไหวอะไร ทั้งนี้ยังคงต้องเฝ้าจับตาเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีเหตุรุนแรงอะไรบริเวณโดยรอบรัฐสภา ส่วนในวันประชุมนั้นทางนครบาลได้มีแผนรองรับในเรื่องความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรเชื่อสถานการณ์ดังกล่าวไม่น่าเป็นห่วง
>> ผบ.ตร. เตรียมหารือหน่วยงานยุติธรรม ลดอายุอาชญากรรมเด็กจาก 15 ปีเป็น 12 ปี
15.11 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีที่เด็กอายุ 14 กราดยิงที่สยามพารากอน เมื่อวันที่ 3 ต.ค.2566 ว่า พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนสั่งฟ้องไปยังพนักงานอัยการแล้ว แต่ในขณะนี้เด็กยังอยู่ในสภาพที่ยังไม่พร้อมต่อการสู้คดี จึงจำเป็นต้องงดการสอบสวนไปก่อน ในขณะนี้ตัวของเด็กอยู่ที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์เพื่อรับการบำบัด ถ้าทีมแพทย์มีความเห็นว่าเด็กมีความพร้อมแล้ว ก็จะมีการส่งพนักงานสอบสวนร่วมกับสหวิชาชีพ ทนาย และผู้ปกครอง ร่วมกันสอบปากคำ
ผบ.ตร. กล่าวว่า พนักงานสอบสวนไม่ได้ล่าช้าในการรวมพยานหลักฐานและการสอบปากคำ ซึ่งตามขั้นตอนต้องมีการสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ทางตำรวจได้ทำตามขั้นตอนทุกอย่าง ส่วนกฎหมายที่มีการระบุให้พนักงานสอบสวนและศาลสามารถใช้ดุลพินิจในการดำเนินคดีกับเด็ก เรื่องดังกล่าวยืนยันว่าพนักงานสอบสวนได้ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณา มีการแจ้งข้อกล่าวหาตามข้อเท็จจริงไปแล้ว ถือว่าเป็นการใช้ดุลยพินิจแล้ว
สำหรับที่หลายฝ่ายมองว่ากฎหมายที่ใช้กับเด็กที่ก่อเหตุความรุนแรงมีอัตราโทษเบา และเกรงว่าผู้เสียหายจะไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้น
ผบ.ตร. กล่าวว่า ตำรวจได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการหยิบยกแบบอย่างของต่างประเทศมาศึกษาเพื่อปรับลดอายุของผู้กระทำผิดให้ต่ำลง จากอายุ 15 ปี เหลือ 12 ปี เรื่องนี้จะมีการหารืออย่างจริงจัง เพราะปัจจุบันการก่อเหตุอาชญากรรมในเด็กมีความรุนแรงมากขึ้น มีการเลียนแบบโซเชียลมากขึ้น และผู้ก่อเหตุก็มีอายุที่น้อยลงเรื่อยๆ
>> ผัวใหม่แทงผัวเก่าดับ สังเวยรัก 4 เส้า อ้างแทงสวนป้องกันตัว
15.40 น. สภ.บ้านโป่ง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน นำตัว นาย ป. (นามสมมุติ) อายุ 67 ปี ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธมีดทำครัวแทง นาย ว. (นามสมมุติ) อายุ 67 ปี จนเสียชีวิต มาทำแผนที่จุดเกิดเหตุหน้าร้านสะดวกซื้อ ในพื้นที่หมู่ 5 ต.ปากแรต อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี และพาไปชี้จุดทิ้งมีดที่ก่อเหตุในคลองชลประทาน ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร
โดยระหว่างทำแผน นาย ป. ได้ให้การรับสารภาพว่า ได้ไปดูรำวงย้อนยุคที่ จ.กาญจนบุรี และเจอกับผู้ตายและเพื่อนสาวของผู้ตาย ก่อนเพื่อนสาวของตน ซึ่งเป็นอดีตแฟนเก่าของผู้ตายไปเจอกันโดยบังเอิญ จนมีปากเสียงทะเลาะกัน ตนจะพาเพื่อนสาวขี่รถ จยย.กลับบ้าน และมาจอดซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อจุดเกิดเหตุ แต่ นาย ว. ขี่รถ จยย.ตามมากับเพื่อนสาว จนฝ่ายหญิงทั้งคู่เกิดมีปากเสียงทะเลาะกันอีก และลงมือทำร้ายกัน ตนจึงพยายามเข้าไปห้าม แต่ถูกฝ่ายเพื่อนสาวของผู้ตายตะโกนด่าว่า และจะปรี่เข้ามาทำร้าย จึงชักอาวุธมีดทำครัวที่นำติดตัวมาด้วยออกมาขู่อีกฝ่าย แต่ผู้ตายวิ่งเข้ามาเหมือนจะทำร้าย จึงแทงสวนทำให้ผู้ตายเสียชีวิตดังกล่าว จากนั้นจึงขี่รถ จยย.หลบหนี และนำมีดไปทิ้งในคลองชลประทาน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหา นาย ป. 2 ข้อหา คือ "พกพาอาวุธไปในทางสาธารณะและแหล่งชุมชน และฆ่าผู้อื่นโดยไม่เจตนา" ก่อนนำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดราชบุรี ในวันพรุ่งนี้
>> พบโคเคนบริสุทธิ์ 7.5 กก. ซุกในเบาะนั่งใส่กล่องพัสดุ หวังแอบฝากหิ้วเข้าออสเตรเลีย
15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุพบโคเคนผงจำนวนมาก ซุกซ่อนมากับพัสดุบริษัทขนส่ง ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยเรวดี ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น พบนาย ว.(นามสมมุติ) อายุ 53 ปี เจ้าของบ้านยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกล่องกระดาษขนาด กว้าง 50 ซม. ยาว 80 ซม. จ่าหน้ากล่องถึง น.ส. ข.(นามสมมุติ) อายุ 23 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวเจ้าของบ้าน นำส่งโดยบริษัทหนึ่ง โดยระบุชื่อผู้ส่งคือ น.ส. ม. (นามสมมุติ) ส่งจาก กทม.
เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเปิดกล่องกระดาษ ด้านในพบซองเอกสารจำนวน 2 ซอง และเบาะผ้าพบซองพลาสติก มีความกว้างยาวเท่ากับเบาะผ้า ถูกแบ่งเป็นช่องเล็กจำนวน 10 ช่อง ใช้บรรจุโคเคนบริสุทธิ์ 1 แผ่นเบาะบรรจุ 5 ขีด รวม 15 แผ่นตามจำนวนเบาะนั่ง ได้นำหนัก 7.5 กก. จึงได้ให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานทำการตรวจสอบลายนิ้วมือแฝง และ DNA เพื่อใช้เป็นหลักฐาน
นาย ว. ได้เปิดเผยอีกว่า เดือนหน้าลูกสาวจะกลับจากออสเตรเลีย และจะเดินทางกลับไปเพื่อศึกษาต่อ ลูกสาวได้มีการโพสต์รับหิ้วของกลับไปออสเตรเลีย ซึ่งพบว่ามีผู้ชายติดต่อมาทางแชท ว่าจ้างให้หิ้วกล่องกระดาษกลับไปออสเตรเลีย ให้ค่าจ้าง 3,500 บาท จากนั้นก็มีกล่องพัสดุนี้ส่งมา จึงคาดว่าหากตรวจไม่พบลูกสาวคงหิ้วกลับออสเตรเลียแน่
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบชื่อบัญชีที่ฝากกล่องหิ้วกลับออสเตรเลีย เป็นบัญชีชายชาวลาว ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบเพื่อติดตามตัวคนที่ส่งพัสดุได้ประสานทางบริษัทขนส่งให้ตรวจสอบข้อมูลว่ากล่องส่งมาจากไหนและใครเป็นผู้นำกล่องนี้มาส่ง จากนั้นจะติดตามตัวมาสอบปากคำพร้อมดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป
>> ล้อรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ร่วงใส่แท็กซี่ ย่านเทพารักษ์ โชคดีไม่มีผู้บาดเจ็บ
18.30 น. เกิดเหตุล้อรถไฟฟ้าสายสีเหลืองหลุด ตกลงมาใส่รถแท็กซี่ จนได้รับความเสียหาย ที่บริเวณถนนเทพารักษ์ ขาออกก่อนถึงสถานีศรีเทพา จ.สมุทรปราการ เคราะห์ดีไม่มีผู้บาดเจ็บ แต่ไฟหน้าและฝากระโปรงรถแท็กซี่ได้รับความเสียหาย
จากการสอบถามคนขับแท็กซี่ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุกำลังขับรถจะไปส่งผู้โดยสาร เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ก็มีอะไรบางอย่างตกลงมาใส่ที่หน้ารถ จนรถสั่นสะเทือน พอจอดลงมาดูก็พบว่าเป็นล้อรถไฟฟ้า ยังดีที่ไม่มีใครเป็นอันตราย
จากการสอบถามประชาชนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวระบุว่า ได้ยินเสียงรถไฟรถไฟฟ้าวิ่งตามปกติ ขณะนั้นรถด้านล่าง รถก็วิ่งตามปกติเพราะรถไม่ติด แต่สักพักได้ยินเสียงคล้ายวัตถุบางอย่างหล่นลงมาจากรถไฟฟ้า และร่วงกระแทก ฝากระโปรงรถแท็กซี่ ขณะที่วิ่งผ่านมาจุดดังกล่าวพอดี
>> ไฟไหม้โรงคัดแยกขยะกลางชุมชน จนท.ระดมหัวฉีดน้ำกว่า 2 ชั่วโมงจึงควบคุมและเพลิงสงบ
20.05 น. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชลบุรี รับแจ้งว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านรับซื้อของเก่า บริเวณชุมชนวัดบ้านงิ้ว หมู่ 3 ตำบลหนองกะขะ อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ส่งผลให้ร้านค้าและกองวัสดุเสียหาย สาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน
ที่เกิดเหตุ โรงคัดแยกขยะรีไซเคิล ลักษณะเป็นลานกว้าง พบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้กองวัสดุ ถุงบิ๊กแบ็ก และลุกลามร้านค้าที่อยู่ติดกัน เจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยรถดับเพลิง ทั้งในพื้นที่และข้างเคียง จำนวน 24 คัน เข้าระงับเหตุ และให้ความช่วยเหลือ จนสามารถควบคุม และเพลิงสงบในเวลาประมาณ 22.00 น. ขณะเกิดเหตุพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายมีอาการสำลักควัน ไม่มีผู้เสียชีวิต
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พานทอง จะได้สอบสวนคนงานและเจ้าของโรงคัดแยกขยะเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้ง และรอให้ พฐ. ภาค 2 เข้ามาเก็บหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
>> 2 เด็กน้อย ขับขี่-ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ชนกับรถกระบะ บาดเจ็บสาหัสทั้งคู่ ส่วนรถกระบะคว่ำลงข้างทางคนขับเสียชีวิต
01.00 น. แจ้งจาก กู้ภัยอยุธยา จุดบางบาล มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ ชนกับรถกระบะ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ถนนทางหลวงหมายเลข 309 เส้นทางพระนครศรีอยุธยา - อ่างทอง ช่วงสะพานคลองบ้านกุ่ม ใกล้เคียงวัดจุฬามณี (จังหวัดพระนครศรีอยุธยา) ในพื้นที่ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีขาว ป้ายทะเบียน พระนครศรีอยุธยา ล้มคว่ำกลางถนนในสภาพรถพังเสียหายทั้งคัน ห่างออกไปที่พงหญ้าริมถนน พบรถกระบะ อีซูซุ ดีแม็กซ์ สีเทา ป้ายทะเบียน พระนครศรีอยุธยา จอดอยู่ในสภาพรถพังเสียหายเช่นกัน
จากความรุนแรงพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายเป็นผู้ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ มีอาการสาหัส ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยอยุธยา ช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น ประสานกู้ชีพโรงพยาบาลอยุธยาร่วมสนับสนุน ก่อนนำทั้ง 2 รายส่ง รพ.พระนครศรีอยุธยา ตรวจสอบเป็นชายไทย อายุ 14 ปี และ อายุ 16 ปี และพบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 คน ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 52 ปี เป็นคนขับรถกระบะคันดังกล่าว ในส่วนของสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบาล
>> คนร้าย ชักปืนหวังชิงหัวเข็มขัดเด็กช่าง แต่ผู้เสียหายขัดขืน จึงไม่ได้ทรัพย์นี้ไป
02.20 น. ศูนย์วิทยุผ่านฟ้า ตำรวจ 191 แจ้งเหตุ คนร้ายเป็นผู้ชาย 3 ราย จำได้ คนแรก สวมเสื้อช๊อปของเทคนิคแห่งหนึ่ง กางเกงสีน้ำเงิน, คนที่ 2 สวมเสื้อหนังสีน้ำเงิน กางเกงสีดำ ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ ไม่ทราบสีและทะเบียน ใช้อาวุธปืนก่อเหตุปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ปากซอยเอกชัย 64/5 หลังก่อเหตุหลบหนีมุ่งหน้าไปทางซอยเอกชัย 75
ผู้เสียหายเล่าว่า ตนเองขี่รถจักรยานยนต์ ใช้เส้นทางถนนเอกชัย เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ถูกคนร้ายชาย 3 คน ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ 2 คันเข้ามาประกบแล้วให้ตนเองจอดข้างทาง ก่อนที่คนซ้อนจะชักอาวุธปืนขึ้นมาข่มขู่ ให้ตนเองส่งสายคล้องมือ, หัวเข็มขัดของสถาบันเทคโนฯ แห่งหนึ่ง แต่ตนเองขัดขืนไม่ยอมให้ คนร้ายจึงขับขี่รถออกไป โชคดีที่ไม่ถูกทำร้ายร่างกายและไม่เสียทรัพย์ ล่าสุดผู้เสียหายอยู่ระหว่างให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางขุนเทียน
>> สาวแม่ลูกอ่อน ขับขี่รถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ ชนต้นไม้ข้างทาง เสียชีวิตต่อหน้าลูกชาย
02.30 น. รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำ มีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนศรีนครินทร์ ขาออก ฝั่งตรงข้ามซอยศรีนครินทร์ 24
โดยที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีแดง ป้ายทะเบียน กรุงเทพฯ ล้มคว่ำกลางถนน ส่วนผู้ขับขี่รถกระแทกกับต้นไม้ข้างทาง ทำให้บาดเจ็บอาการสาหัส ทางอาสากู้ชีพ-กู้ภัยเร่งช่วยเหลือทำ CPR แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา เบื้องต้นเป็นผู้หญิง อายุประมาณ 25 - 30 ปี และใกล้กับพบเด็กชาย อายุประมาณ 4 - 5 ขวบเป็นคนซ้อนท้าย บาดเจ็บแค่เล็กน้อย แต่อยู่ในอาการตกใจ อาสาช่วยเหลือปลอบใจ ก่อนนำตัวส่ง สน.ประเวศ เพื่อประสานญาติให้มารับต่อไป
>> สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก วันที่ 3 มกราคม 2567 เวลา 05.00 น.
ยอดผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกจำนวน 700,823,338 ราย รักษาอาการดีขึ้น 672,046,101 ราย เเละเสียชีวิตสะสม 6,962,712 ราย
1. ประเทศ สหรัฐอเมริกา ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 110,115,989 ราย เสียชีวิต 1,190,172 คน
2. ประเทศ อินเดีย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 45,014,481 ราย เสียชีวิต 533,366 คน
3. ประเทศ ฝรั่งเศส ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 40,138,560 ราย เสียชีวิต 167,642 คน
4. ประเทศ เยอรมนี ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 38,765,656 ราย เสียชีวิต 180,109 คน
5. ประเทศ บราซิล ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 38,177,375 ราย เสียชีวิต 708,491 คน
9 กรกฎาคม 2569
9 กรกฎาคม 2569