หน้าแรก > อาชญากรรม

จับ 2 หนุ่มแสบ หลอกเหยื่อ อ้างเคลียร์คดี ป้ายรถปลอมกับกองปราบปรามได้

วันที่ 1 ธันวาคม 2566 เวลา 15:31 น.


กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป.ร่วมกันจับกุม นายเอ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี และ นายบี (นามสมมติ) อายุ 43 ปี ฐาน “ร่วมกันเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นเป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงาน โดยทุจริตหรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด, ร่วมกันกรรโชก และร่วมกันฉ้อโกง” โดยจับกุมนายเอได้ที่ ปากซอยจตุโชติ 20 ถนนจตุโชติ เขตสายไหม และจับนายบี ได้ที่ ลานจอดรถอะพาร์ตเมนต์ ถนนลาดพร้าววังหิน 

พฤติการณ์สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือน ต.ค.2566 ที่ผ่านมา ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม ได้ร่วมกันบูรณาการดำเนินการจับกุมกลุ่มคนร้ายที่ได้ร่วมกันปลอมป้ายภาษีรถยนต์และปลอมแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ จนสามารถตรวจยึดรถยนต์หรูได้จำนวนหลายสิบคัน ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึด ตรวจยึดรถยนต์ผิดกฎหมายดังกล่าวได้เเล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึดจึงได้นำส่งรถยนต์ผิดกฎหมายไปยังพนักงานสอบสวน กก.๖ บก.ป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมาเมื่อประมาณเดือน พ.ย.ได้มีบุคคลที่แอบอ้างว่ารู้จักกับตำรวจกองปราบปราม อ้างว่าสามารถช่วยเหลือทางคดีและขอคืนรถยนต์ที่ตรวจยึดในคดีก่อนหน้านี้ให้ได้ โดยมีนายเอ (นามสมมติ)  ชเป็นผู้ติดต่อไปหาผู้เสียหาย พูดคุยแอบอ้างในลักษณะดังกล่าว โดยอ้างว่าจะต้องเสียค่าดำเนินการเป็นเงินจำนวน 1,000,000 บาท ซึ่งในการพูดคุยหลอกลวงผู้เสียหายนี้ นายเอ (นามสมมติ) ได้กระทำร่วมกันกับนายบี (นามสมมติ) โดยหลอกลวงผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ ให้ผู้เสียหายพูดคุยผ่านกลุ่มไลน์ที่ผู้ต้องหาทั้งสองสร้างขึ้น จนภายหลังผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงโอนเงินค่าดำเนินการให้ก่อนครั้งแรกเป็นเงินจำนวน 100,000 บาท โดยผู้เสียหายได้นำเงินสดฝากเข้าบัญชีธนาคารของนายเอ (นามสมมติ) และเงินส่วนที่เหลือได้มีการตกลงกันว่าจะชำระให้ในภายหลัง แต่ต่อมาผู้เสียหายเริ่มสงสัยในพฤติกรรมของกลุ่มผู้ต้องหา จึงได้ติดต่อสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ จนทราบว่าคดีที่ตรวจยึดรถยนต์ดังกล่าวอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายตามปกติไม่มีการดำเนินการให้การช่วยเหลือทางคดีแต่อย่างใด เมื่อผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอกลวง จึงได้เข้าแจ้งความ กระทั่งตำรวจจับผู้ต้องหาทั้ง 2 รายได้ 

จากการสอบผู้ต้องหานายเอ (นามสมมติ) ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ส่วนนายบี (นามสมมติ) ให้การภาคเสธ โดยรับว่าได้มีการร่วมพุดคุยกันในการหลอกลวงผู้เสียหายจริง แต่ตนไม่รู้เห็นเรื่องการรับเงินจากผู้เสียหาย 

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองอยู่ในกลุ่มเครือข่ายค้ารถยนต์มือสองและรถหลุดจำนำ โดยเมื่อผู้ต้องหาทั้งสองทราบว่าผู้เสียหายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามตรวจยึดรถยนต์ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ผู้ต้องหาทั้งสองจึงอาศัยโอกาสดังกล่าว สร้างเรื่อง แอบอ้างว่ารู้จักกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อ้างว่าสามารถช่วยเหลือทางคดีผู้เสียหายได้

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอฝากประชาสัมพันธ์เตือนภัยประชาชนว่า ทางตำรวจสอบสวนกลาง ไม่มีการเรียกรับเงินเพื่อวิ่งเต้นหรือช่วยเหลือในทางคดีแต่อย่างใด ซึ่งหากประชาชนพบเห็นการกระทำในลักษณะดังกล่าว ขอให้เชื่อว่าเป็นการหลอกลวง อย่าหลงเชื่อโดยเด็ดขาด   

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม