วันที่ 26 พฤศจิกายน 2566 เวลา 12:20 น.
เลขาธิการ สพฉ.สั่งตรวจสอบ กรณีโรงพยาบาลไม่รับผู้ป่วยฉุกเฉินสิทธิราชการ ย้ำ ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือตามกฎหมาย
26 พ.ย.2566 นาวาเอก (พิเศษ) นายแพทย์พิสิทธิ์ เจริญยิ่ง รองเลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ในฐานะโฆษก สพฉ.กล่าวถึงกรณีเหตุการณ์ ที่มีตำรวจนายหนึ่งประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าให้การช่วยเหลือ นำส่งโรงพยาบาลเอกชนที่อยู่ใกล้เคียง และให้ข้อมูลว่าทางโรงพยาบาลปฏิเสธให้การรักษาเนื่องจากเป็นสิทธิข้าราชการ ให้นำผู้บาดเจ็บไปส่งโรงพยาบาลรัฐที่อยู่ไกลออกไป จนภายหลังผู้บาดเจ็บเสียชีวิต เหตุเกิดในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ว่า ประเด็นดังกล่าวทาง สพฉ. ได้รับรายงานข้อมูลในเบื้องต้น และเลขาธิการ สพฉ. เรืออากาศเอกนายแพทย์อัจฉริยะ แพงมา ได้สั่งการให้สำนักบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินพื้นที่ 3 ร่วมกับกลุ่มกฎหมายการแพทย์ฉุกเฉิน ของ สพฉ. ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม โดยถือเป็นเรื่องร้องเรียนที่ผู้ป่วยฉุกเฉินต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิของผู้ป่วย
"ตามประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง อำนาจหน้าที่ ขอบเขต ความรับผิดชอบ และข้อจำกัดของสถานพยาบาลในการปฏิบัติการฉุกเฉิน พ.ศ. 2557 ได้กำหนดให้ สถานพยาบาลควบคุมดูแลผู้ปฏิบัติการให้ดําเนินการการปฏิบัติการฉุกเฉินต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน เป็นไปตามความจําเป็นและข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ฉุกเฉิน โดยมิให้นําสิทธิการประกัน การขึ้นทะเบียน สถานพยาบาล หรือความสามารถในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยฉุกเฉินหรือเงื่อนไขใด ๆ มาเป็น เหตุปฏิเสธผู้ป่วยฉุกเฉินให้ไม่ได้รับการปฏิบัติการฉุกเฉินอย่างทันท่วงที เช่น การเรียกเก็บเงินทั้งหมด หรือบางส่วน หรือการลงนามรับสภาพหนี้ก่อนให้การปฏิบัติการฉุกเฉินแก่ผู้ป่วยฉุกเฉิน การให้ผู้ป่วยลงชื่อ สละสิทธิการรักษาใด ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เรื่อง ข้อกำหนดว่าด้วยสถานพยาบาล พ.ศ. 2554 ได้กำหนดว่า ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินหรือเหตุภยันตรายต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งหากปล่อยไว้เช่นนั้นจะเป็นอันตรายต่อชีวิตหรือการรุนแรงขึ้นของการบาดเจ็บหรืออาการป่วยของผู้ป่วยฉุกเฉินได้ ให้สถานพยาบาลมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการตามาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 โดยหากสถานพยาบาลใดฝ่าฝืน ให้ สพฉ. รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเสนอ คณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อพิจารณาดำเนินการตามมาตรา 31 มาตรา 32 และมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551"
"ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายในการคุ้มครองผู้ป่วยฉุกเฉิน และได้ดำเนินโครงการ “เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ มีสิทธิทุกที่” เพื่อให้ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลทุกแห่งที่ใกล้ที่สุดได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ภายใน 72 ชม. หรือสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างปลอดภัย จากกรณีดังกล่าว สพฉ. จะดำเนินการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน กรณีที่มีมูลความผิดตามกฎหมายการแพทย์ฉุกเฉินดังที่กล่าวไว้ข้างต้น สพฉ. จะได้เสนอคณะกรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ขอเรียนให้ทุกท่านทราบว่าหากประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการเข้าถึงสิทธิการรักษาในกรณีฉุกเฉิน หรือพบเห็นการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติการ หน่วยปฏิบ้ติการหรือสถานพยาบาลที่ไม่เป็นมาตรฐานโปรดแจ้งมาที่ สพฉ. หมายเลข 028721669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง"

14 พฤษภาคม 2569
ติดหนักขนาด จยย. ก็ไปไม่ได้! ถ.พหลโยธิน เกษตร เสนาฯ รัชโยธิน
14 พฤษภาคม 2569
14 พฤษภาคม 2569
ติดหนักขนาด จยย. ก็ไปไม่ได้! ถ.พหลโยธิน เกษตร เสนาฯ รัชโยธิน
14 พฤษภาคม 2569