หน้าแรก > อาชญากรรม

ทลายเครือข่ายลักลอบขนถ่ายน้ำมันเขียวผิดกฎหมาย จำนวนกว่า 23 ล้านลิตร ค่าปรับสูงกว่า 2,700 ล้านบาท

วันที่ 24 พฤศจิกายน 2566 เวลา 13:22 น.


กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) และกองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และกรมสรรพสามิต ร่วมกันดำเนินคดีกับกลุ่มเครือข่ายลักลอบขนถ่ายน้ำมันดีเซลที่นำไปจำหน่ายในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร (น้ำมันเขียว) โดยผิดกฎหมาย  โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันขนถ่ายสินค้าในเขตต่อเนื่องโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากรและเคลื่อนย้ายสินค้าออกไปจากยานพาหนะโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร” อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงินสี่เท่าของราคาของรวมอากร

ของกลางในคดีที่ยึดได้ คือ น้ำมันเขียวที่ตรวจสอบพบว่ามีการลักลอบขนถ่าย มีปริมาณทั้งสิ้น 23,231,700 ลิตร ซึ่งคิดมูลค่าค่าปรับสูงสุดคิดเป็น มูลค่ากว่า 2,700 ล้านบาท  โดยมีการเข้าตรวจพบบริเวณเขตน่านน้ำภายใน ทะเลอาณาเขต และเขตต่อเนื่องฝั่งอ่าวไทย

สืบเนื่องจากโครงการจำหน่ายน้ำมันเขียว คือการจำหน่ายน้ำมันดีเซลให้กับชาวประมงในราคาถูก โดยเป็นน้ำมันดีเซลที่ผลิตมาจากโรงกลั่นน้ำมันภายในประเทศที่ได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิตและเงินนำส่งกองทุนต่างๆ ของกระทรวงพลังงาน ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2543 ซึ่งจะทำให้น้ำมันเขียวที่ขายกันอยู่กลางทะเล ( ในเขตต่อเนื่องของราชอาณาจักร ) มีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซลที่ขายอยู่บนบก เพื่อให้ต้นทุนการทำประมงถูกลง และสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ แต่เนื่องจากเกิดปัญหาร้องเรียนว่า มีขบวนการลักลอบนำน้ำมันเขียวที่ได้รับยกเว้นภาษีกลับเข้ามาขนถ่ายและขายในเขตน่านน้ำภายในทะเล อาณาเขตฝั่งอ่าวไทยรวมถึงแอบขนถ่ายให้กับเรือโดยไม่ได้ขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ศุลกากร สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติ และเป็นการเอารัดเอาเปรียบผู้ใช้น้ำมันบนฝั่งซึ่งไม่ได้รับการยกเว้นภาษี อีกทั้งยังส่งผลกระทบไปถึงกลุ่มพี่น้องเรือประมงที่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ไม่มีน้ำมันเขียวเพียงพอที่จะเติมได้ นั้น  

ซึ่งทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จึงได้ตั้งคณะพนักงานสืบสวนสวนคดีดังกล่าวร่วมกันกับ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และกรมสรรพสามิต สืบสวนสอบสวนบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งจาก กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต กรมประมง กรมเจ้าท่า กองบังคับการตำรวจน้ำ และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงสามารถดำเนินคดีกับกลุ่มเครือข่ายดังกล่าวได้ และอาศัยช่องว่างของฐานข้อมูลของแต่ละหน่วยงานซึ่งเดิมทีไม่ได้เชื่อมต่อกัน จนสามารถดำเนินคดีกับกลุ่มเครือข่ายดังกล่าวได้และอยู่ในขั้นตอนดำเนินการส่งตัวผู้ต้องหาฟ้องร้องดำเนินคดีต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้กระทำความผิดส่วนใหญ่ให้การรับสารภาพ และยังมีบางส่วนที่ให้การปฏิเสธ


 

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม