หน้าแรก > บันเทิง

‘ศรีริต้า เจนเซ่น’ ปล่อยโฮ ได้รับความยุติธรรม หลังศาลสั่งจำคุกมือแชร์คลิปตัดต่ออนาจาร

วันที่ 25 ตุลาคม 2566 เวลา 13:44 น.


วันนี้ (25 ต.ค.66) ศาลอาญา รัชดาภิเษก กรณี น.ส.ศรีริต้า เจนเซ่น ณรงค์เดช นักเเสดงชื่อดัง พร้อมด้วยนายกรณ์ ณรงค์เดช สามี และน.ส.ศรันยา หวังสุขเจริญ หรือ ทนายนิด้า เดินทางมาศาลฟังคำพิพากษาคดีที่ยื่นฟ้องบุคคลนำคลิปวิดีโอ ที่ถูกตัดต่อเชิงอนาจารไปเผยแพร่ในสื่อออนไลน์ เป็นเหตุให้ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง และได้รับความเสียหาย เมื่อวันที่ 7 ก.ค.64 หลังดำเนินคดีมา 2 ปี 3 เดือน 18 วัน

ภายหลังฟังคำพิพากษา ทนายนิด้า เผยว่า ศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(4)(5) ลงโทษจำคุก 1 ปี และปรับ 20,000 บาท , ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ลงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 100,000 บาท , ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 ลงโทษปรับ 1,000 บาท รวมโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 121,000 บาท ทั้งนี้ จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง คงเหลือจำคุก 12 เดือน และปรับ 60,500 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี เนื่องจากจำเลยไม่เคยกระทำความผิด และจำเลยยังได้วางเงินชดใช้ค่าเสียหายก่อนที่ศาลจะมีคำพิพากษา โดยให้รายงานตัวพนักงานคุมประพฤติ 4 ครั้งใน 1 ปี ทำงานบริการสังคม 24 ชั่วโมง และให้จำเลยลบ ทำลายข้อความอันเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ ให้โฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ 15 วัน และโฆษณาคำขออภัยผ่านทางเฟซบุ๊กของโจทก์เป็นเวลา 30 วัน พร้อมกับให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

ทั้งนี้ คู่กรณีมีจำนวน 1 คน และเป็นการส่งต่อข้อมูลสื่อลามกอนาจาร โดยคู่กรณีไม่ได้เป็นคนตัดต่อคลิปขึ้นมาเอง ซึ่งหากใครติดตามคุณศรีริต้าจะทราบว่าคุณศรีริต้ามีประเด็นเรื่องนี้มานาน และถูกกล่าวหาว่าไปปรากฏอยู่ในคลิปลามกอนาจาร ทั้งๆ ที่คุณศรีริต้าออกมาปฏิเสธว่าไม่ใช่ตัวเอง แต่จำเลยก็ยังมีการส่งต่อถือเป็นความผิดเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ตนได้พูดคุยกับคู่กรณี ซึ่งยอมรับว่าทำไปด้วยความคึกคะนอง และไม่ได้ตั้งใจ วันนี้พอได้รับหมายศาลก็สลดกันทุกคน ตนเองอยากให้คนที่ทำแบบนี้ตระหนักได้แล้ว คุณศรีริต้าเองที่มาศาลวันนี้ก็ต้องเสียทั้งเวลาและเงิน แต่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ

ด้าน น.ส.ศรีริต้า กล่าวว่า วันนี้ตนเองต้องขอขอบคุณผู้พิพากษามาก ๆ และขอบคุณทนายนิดาที่วันนี้ตนได้รับความเป็นธรรม ยอมรับว่าตนเองลำบากใจ เพราะไม่อยากทำให้ใครเดือดร้อน และไม่ได้ทำด้วยความโกรธแค้น แต่ไม่สามารถเพิกเฉยต่อเรื่องดังกล่าวได้ จึงตัดสินใจดำเนินคดี เพื่อปกป้องชื่อเสียงศักดิ์ศรีของตัวเองและครอบครัว โดยเฉพาะลูก ตนเองไม่อยากให้ใครเข้าใจผิดในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง อยากให้เรื่องนี้เป็นกรณีตัวอย่าง เป็นบทเรียนว่าการกระทำเช่นนี้สามารถทำลายชีวิตคนอื่นได้จริงๆ อยากให้คิดก่อนทำ ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ หรือด้วยความคึกคะนองอะไรก็ตาม อยากให้ฉุกคิดว่ามันจะสร้างผลกระทบต่อชีวิตคนอื่น และทำลายชีวิตใครหลายๆ คน ถึงแม้จะไม่รู้ว่าใครเป็นคนตัดต่อ แต่วันนี้รู้ว่าใครเป็นคนแชร์คลิป ทั้งที่ปฏิเสธแล้วว่าไม่ใช่ตนเองแต่ก็ยังแชร์อยู่

ยอมรับว่าเรื่องนี้ทำให้ตนเองเสียโอกาส เสียชื่อเสียงสร้างความเดือดร้อน โดยตนได้เจอคู่กรณีในศาล ซึ่งตนบอกไปตั้งแต่วันแรกแล้วว่าเรื่องเงินไม่ใช่ประเด็น เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ตนจะนำไปทำบุญทั้งหมด ตนแค่อยากให้คู่กรณีได้รับบทเรียนจากการกระทำ ซึ่งตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เรื่องนี้ติดในใจตนอยู่ตลอด ตนทำงานตั้งแต่อายุ 13 ปี ทำงานด้วยความทุ่มเท และอยู่ดีๆ ก็มีคลิปตัดต่ออนาจารเป็นตนเอง มันบั่นทอนจิตใจเราเป็นอย่างมาก มากกว่าที่ใครหลายคนจะเข้าใจได้ โดยเฉพาะวันนี้ตนมีลูก ไม่อยากให้ลูกโตมาแล้วเกิดคำถาม ตนอยากให้มันชัดเจนตั้งแต่วันนี้ว่าคลิปนั้นไม่ใช่เรา สุดท้ายนี้อยากฝากไปถึงคนที่ทำแบบนี้ว่าทุกอย่างมันมีผลกระทบ และยอมรับว่าเรื่องนี้มีผลกระทบต่อจิตใจเป็นอย่างมาก

ขณะที่ นายกรณ์ กล่าวว่า วันนี้ดีใจกับภรรยาและขอบคุณกระบวนการยุติธรรม เพราะเป็นสิ่งที่ภรรยาทุกข์ใจหนักใจมาโดยตลอด หากหลายคนจำได้ตอนที่เกิดเรื่องดังกล่าวเป็นตอนที่ภรรยากำลังตั้งท้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทบจิตใจอย่างรุนแรง และและตลอดระยะเวลาที่อยู่ในวงการบันเทิง ภรรยาวางตัวดีมาโดยตลอดไม่เคยมีข่าวเสื่อมเสียใดๆ วันนี้จะได้เคลียร์ให้ชัดว่าผู้หญิงที่อยู่ในคลิปเป็นการตัดต่อไม่ใช่ภรรยา และถือว่าได้เคลียร์ชื่อเสียง 100% เปอร์เซ็นต์

ข่าวยอดนิยม


ข่าวยอดนิยม