วันที่ 8 ตุลาคม 2566 เวลา 15:13 น.
รมว.ยุติธรรมเดินทางมาเป็นประธานเผา น.ส.ตะวัน เหยื่อเหตุกราดยิง พร้อมเร่งเยียวยาเงินช่วยเหลือ แม่ส่งลูกครั้งสุดท้ายเป็นลมล้มพับ
นนทบุรี : วันที่ 8 ต.ค 66 บรรยากาศวันฌาปนกิจศพของนางสาวโมมิน หรือ น้องตะวัน หญิงชาวเมียนมาที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์กราดยิงในห้างสยามพารากอน เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นไปด้วยความโศกเศร้า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา บริเวณ ศาลา 2 วัดผาสุกมณีจักร ครอบครัว เพื่อนร่วมงาน นายจ้างได้ทยอยเดินทางเข้ามาในงานต่อเนื่อง ซึ่งในวันการจัดงานฌาปนกิจในวันนี้มีกระทรวงยุติธรรมเป็นเจ้าภาพ
ต่อมา ช่วง 10:00 น. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธี ได้ถวายสังฆทาน และผ้าบังสุกุล แก่พระสงฆ์จำนวน10 รูป โดยมี นางคฮิน วิน (khin win) แม่น้องตะวัน พร้อมด้วย นาย อู ชิต สเว (H.E. U Chit Swe) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาประจำประเทศไทย และภรรยา รวมถวายผ้าบังสุกุลด้วย จากนั้นพระสงฆ์จำนวน 10 รูป ได้ทำพิธีสวดมาติกาบังสุกุล และสวดบำเพ็ญกุศลในกับน้องตะวัน
พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยว่า กระทรวงยุติธรรมจะให้ความช่วยเหลือครอบครัวตามกฏหมาย เบื้องต้นจะมอบเงินของกระทรวงยุติธรรมเพื่อชดเชยให้กับครอบครัวจำนวน 200,000บาท ขณะเดียวกันได้รับการประสานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาล ทราบว่าจะมีเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมเป็นจำนวน6ล้านบาท ให้ครอบครัวน้องตะวัน อย่างไรก็ตามเบื้องต้นตัวเองเป็นตัวแทนของนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตยืนยันว่า ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงชาวต่างชาติเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบยังมีคนไทยที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ซึ่งรัฐบาลก็จะดูแลอย่างเต็มที่
สำหรับเรื่องการดำเนินคดี ทางตำรวจก็จะเร่งดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านเพื่อให้เกิดความชัดเจนและจะชี้แจงไปยังทั้งประเทศจีนและเมียนมาให้เข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่จนถึงตอนนี้ทั้ง 2ประเทศไม่ได้ติดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ในส่วนของกฎหมายไทยได้ให้การคุ้มครองผู้ก่อเหตุที่เป็นเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปี ที่จะไม่ได้รับโทษทางอาญา แต่กรณีของเด็กวัย 14 ปี หากศาลเด็กและเยาวชนมีคำสั่งให้คุมประพฤติก็สามารถอยู่สถานพินิจได้จนถึงอายุ 24 ปี ซึ่งรายละเอียดก็อยู่ที่คำพิพากษาของศาล
สำหรับเงินชดเชยจากกระทรวงยุติธรรม ที่น้องตะวันจะได้รับ ตาม พ.ร.บ.ค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา รวม 200,000 บาท เป็นค่าชดเชยจากกรณีการเสียชีวิต 100,000 บาท ค่าจัดการศพ 20,000 บาท ค่าขาดไร้อุปการะให้ครอบครัว 40,000 บาท และค่าเสียหายอื่นๆอีก 40,000 บาท ซึ่งถึงแม้น้องตะวันเป็นเป็นคนสัญชาติเมียนมา แต่เมื่อมาเสียชีวิตที่ประเทศไทยก็ต้องได้รับสิทธิ์เท่าเทียมกันกับคนไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างนำร่างของ น.ส.ตะวัน ออกจากโลงเย็นเพื่อเคลื่อนย้ายใส่โลงจริงก่อนจะนำไปที่เมรุนั้น แม่ของ น.ส.ตะวัน ซึ่งยืนเฝ้ามองร่างของ น.ส.ตะวันบุตรสาวเพียงคนเดียวเป็นครั้งสุดท้าย แม่ของ น.ส.ตะวัน ถึงกับเป็นลมทรุดตัวลง ทางครอบครัวและเพื่อน ๆ ของ น.ส.ตะวัน ต้องช่วยกันพยุงมานั่งเก้าอี้และให้ดมยาดม อาการจึงดีขึ้น





