​สภาวิศวกร-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารพาณิชย์ ที่ถูกเพลิงไหม้ย่านสำเพ็ง แนะทุบสร้างใหม่

27 มิ.ย. 2565 | 14:44:22
วันนี้ สภาวิศวกร พร้อมด้วย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชปถัมภ์ หรือ วสท. และกรุงเทพมหานคร  ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงสร้างของอาคาร มี รศ. ดร.ปิยะบุตร วานิชพงษ์พันธุ์ นายกสภาวิศวกร , นางสาว บุษกร แสนสุข ประธานคณะทำงานประสานงานด้านภัยพิบัติ จากอัคคีภัย สภาวิศวกร, ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชปถัมภ์, นางสาวอาทิตยา โชคกิจมนัสชัย ผู้อำนวยการสำนักงานเขต สัมพันธวงศ์ , การไฟฟ้านครหลวง และ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกลางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ

หลังการ เข้าตรวจสอบประมาณ 30 นาที นางสาวอาทิตยา โชคกิจมนัสชัย ผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ ระบุว่า  จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีอาคารพาณิชย์ได้รับความเสียหายประมาณ 7 คูหา แต่เสียหายหนักประมาณ 4 คูหา ซึ่งจากการประเมินมีมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท และยอมรับว่า ยังไม่เคยเกิดเหตุรุนแรงแบบนี้ มีผู้เสียชีวิตถึง 2 ราย ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญ โดยหลังจากนี้จะให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปเร่งสำรวจสายไฟเก่า เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า และช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา หากพบจุดที่มีความเสี่ยงก็ให้แจ้งมายังสำนักงานเขตได้ รวมถึงจะเชิญการไฟฟ้ามาประชุมร่วมกันว่าให้ไปตรวจสอบว่าในพื้นที่ มีหม้อแปลงไฟฟ้าที่เก่าเกินอายุที่สมควร คือ มากกว่า 20 ปี หรือไม่ เพื่อดำเนินการซ่อมแซมต่อไป

ขณะที่ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกสภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ บอกว่า เบื้องต้นพบว่า อาคารที่สองและที่สามในจุดเกิดเหตุได้รับความเสียหายมากที่สุดที่บริเวณชั้นสองและชั้นสามซึ่งถือว่าไม่มีความปลอดภัยของตัวอาคารเนื่องจากลักษณะอาคารเป็นอาคารที่มีการต่อเติมชั้นเหล็กขึ้น และตัวอาคารโดนความร้อนเป็นระยะเวลานานทำให้โครงสร้างอาคารที่เป็นส่วนรับน้ำหนักมีการแอ่นตัว ซึ่งตนเองมีความเห็นว่าควรต้อง ทำการหรือถอนอาคารที่สองและที่สามออกเพื่อความปลอดภัยส่วนอาคารริมที่เป็นอาคารที่หนึ่งและอาคารที่สี่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีโครงสร้างบางส่วนเสียหายแต่ยังสามารถซ่อมแซมเสริมแนวคานรับน้ำหนักของตัวอาคารเพื่อใช้งานอาคารต่อได้ แต่ต้องมีการให้ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับด้านวิศวกรเข้ามาตรวจสอบโครงสร้างเพื่อ ตรวจสอบเกี่ยวกับความมั่นคงอาคารอีกครั้ง

ด้าน นายวิลาศ เฉลยสัตย์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง ยืนยันว่า หม้อแปลงลูกดังกล่าวไม่ได้เปิดใช้งานมา10วันแล้วเนื่องจาก อยู่ในระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบระบบภายในและสายไฟที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ในวันเกิดเหตุ ก่อนที่จะเกิดเหตุขึ้น เจ้าหน้าที่ได้มาเตรียมการเปิดใช้งาน เปิดสวิตซ์ เพื่อให้กระแสไฟเข้าสู่ระบบ แต่ในช่วงระหว่างเดินทางกลับไปเพื่อรายงาน ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุไฟดับ และเกิดเพลิงไหม้

ผู้สื่อข่าว สอบถามอีกว่า ชาวบ้านร้องเรียนว่า  วันศุกร์ที่ผ่านมาได้รับแจ้งว่าหม้อแปลงขัดข้องหรือไม่เนื่องจากมีประชาชนหลายคนพูดตรงกันว่า เห็นกลุ่มควันจากหม้อแปลงไฟฟ้า ตนยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ขอกลับไปตรวจสอบอีกครั้งว่าวันศุกร์ได้รับแจ้งเรื่องนี้หรือไม่

ในส่วนที่ผู้เสียหายกังวลว่าจะได้รับการเยียวยาหรือไม่นั้น นายวิลาศ ระบุว่า  ต้องพิสูจน์สาเหตุของการเกิดเหตุก่อน ซึ่งหมายถึงการตรวจ พิสูจน์ระบบด้านในหม้อแปลงไฟฟ้าร่วมกับพิสูจน์หลักฐานกลาง หากเป็นความผิดพลาดของการไฟฟ้าจริง ก็ยินดีที่จะเยียวยาผู้เสียหายที่ได้รับกระทบโดยตรงจากเหตุหม้อแปลงขัดข้อง ซึ่งยังไม่สามารถลงรายละเอียด ได้ว่าจะรับผิดชอบส่วนไหนอย่างไรขณะนี้อาจจะเร็วเกินไปต้องรอให้ได้ผลสรุปก่อน แต่ของการไฟฟ้ายืนยันว่าจะดำเนินการชดใช้ตามขั้นตอนทางกฎหมายที่การไฟฟ้ามีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งลำดับแรก จะมีการพูดคุยกับผู้เสียหายก่อน เพื่อทำความเข้าใจก่อนหากตกลงกันได้จะได้ไม่ถึงขั้นตอนของการฟ้องร้องทางกฎหมาย

Share this: