ผบช.ปส. “ชินภัทร” เผย 2-3 ปี เงินหมุนเวียนบัญชี ‘ปุ๊กกี้’ ผู้ต้องหาคดียาเสพติด กว่า 10 ล้านบาท

19 มิ.ย. 2562 | 16:26:18
วันที่ 19 มิถุนายน 2562  พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.)  เปิดเผยภายหลังการสืบสวน ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ประกอบด้วย นายหง เจิ้ง อี้ สัญชาติไต้หวัน นายชลวิทย์ คีตะตระกูล และ น.ส.พริสซิลลา จิวเมลลี่ หรือ ปุ๊กกี้ ชาลาล่า โดยคาดว่าจะสามารถขออำนาจศาลอาญาฝากขังได้ในวันนี้

พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่า ขณะนี้ กลุ่มดังกล่าวเข้าข่ายเป็นขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ เพราะมีชาวต่างชาติ เข้าไปเกี่ยวข้องและมีการส่งออกของยาเสพติด ซึ่งทางเราได้ประสานไปยังทางการไต้หวันในเรื่องการติดตามตัวผู้ต้องหาอีก 1 รายที่หลบหนีไปได้ก่อนที่ชุดจับกุมจะไปถึง โดยชาวไต้หวันรายนี้มีหน้าที่เป็นคนสั่งซื้อและเป็นนายทุนมาดูของก่อนจะบินกลับไป

 การตรวจสอบเส้นทางการเงินของ ปุ๊กกี้ พบว่า มีเงินหมุนเวียนนับ 10 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งได้มาจากยาเสพติดและเงินที่ได้จากวงการบันเทิง โดยมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบ ขยายผลการจับกุม ทั้งเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ และผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นในวงการบันเทิง หรือ นอกวงการบันเทิง หากเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานไปถึงก็จะไม่ละเว้น

ส่วนที่ผู้ต้องหาให้การว่า รับยาเสพติดมาจากย่านโชคชัย 4 จากการตรวจสอบเป็นเครือข่ายของชาวไทย อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นเครือข่ายในพื้นที่หรือเป็นเพียงจุดนัดรับเท่านั้น นอกจากนี้ยังสั่งการให้ตรวจสอบ Dark Web ที่อ้างว่ามีการเผยแพร่วิธีการนำเบกกิ้งโซดามาผสมกับยาเสพติดเพื่อเพิ่มปริมาณของยาเสพติดด้วย

จากการสอบปากคำ “ปุ๊กกี้ “อีกครั้งในช่วงเช้า พบว่า ปุ๊กกี้เริ่มมีอาการเครียด เมื่อเจาะลึกถึงสาเหตุที่ทำไปเพราะต้องการเงินมาก โดยครั้งนี้ถ้าทำได้สำเร็จจะได้ส่วนต่างจากการขายยาเสพติดกว่า 7 แสนบาท โดยเป็นผู้ติดต่อกับเครือข่ายชาวไต้หวัน ก่อนมีคนจัดหายาเคตามีนตามออเดอร์ ที่ชาวไต้หวันต้องการ มาส่งให้แต่ไม่รู้จักชื่อ

ส่วนกลุ่มเพื่อนสนิทและบุคคลใกล้ชิด 3 – 5 คน ที่อาจจะเป็นดาราที่ติดต่อและพบปะกันเป็นประจำ ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบความเชื่อมโยงว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ในการเสพยาเสพติดหรือร่วมกันค้ายาเสพติดหรือไม่

ในส่วนนายหง เจิ้น อี้ ผู้ต้องหาชาวไต้หวัน ที่ถูกจับได้นั้น เบื้องต้น จากการสอบปากคำ รับเพียงว่าได้รับจ้างให้มาลำเลียงยาเสพติดออกนอกประเทศเท่านั้น ทั้งนี้จากข้อมูลทางการสืบสวนของตำรวจปราบปรามยาเสพติด พบว่า  เครือข่ายค้ายาเคชาวไต้หวัน มีเคลื่อนไหวมานานแล้ว และจะติดต่อกับเครือข่ายคนไทยในการจัดหายาเสพติดจากแหล่งผลิตสามเหลี่ยมทองคำ ก่อนส่งชาวไต้หวัน เข้ามาดำเนินการในทุกขั้นตอน เพื่อลำเลียงยาเสพติดกลับไปที่ไต้หวัน ซึ่งพบว่าขณะนี้มีความต้องการเพิ่มมากขึ้น และยาเคเมื่อถูกส่งไปถึงไต้หวันจะมีราคาสูงถึง 10 เท่า

Share this: