กองปราบ รวบหนุ่ม 20 ปี ร่วมกับพวก ฉ้อโกง ปชช. อ้างรับบริจาคเงินช่วยเหลือ ‘เด็กชาย’ พิการซ้ำซ้อน-ป่วยหนัก

19 มิ.ย. 2562 | 16:01:30
วันที่ 19 มิถุนายน 2562 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม  แถลงจับกุม นายกีรติ ศรีคำมี อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน” โดยจับกุมได้ที่หน้าบ้านในจ.หนองบัวลำภู พฤติการณ์ ก่อนจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) ให้ดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น กรณี สำนักข่าวได้เผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับ นางกันยา พวงนาค ซึ่งมีบุตร คือ ด.ช.จตุพล พวงนาค เป็นผู้พิการซ้ำซ้อนและป่วยหนัก จึงต้องการความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญในการบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อช่วยเหลือ และก่อนหน้านี้ได้มีการประกาศขอรับบริจาคเงินและสิ่งของ เครื่องใช้ ที่จำเป็นเพื่อนำมา ดูแลรักษา ด.ช.จตุพล พวงนาค โดยเมื่อประมาณปลายปี 2561 ได้มีรายการบุญไม่จำกัดได้นำข้อมูลดังกล่าวมาเปิดรับบริจาคทางสื่อต่างๆ ทั้งช่องทางเฟสบุ๊ค ยูทูป และสื่อออนไลน์อื่นๆ และเมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2562 ที่ผ่านมา ด.ช.จตุพลฯ ได้เสียชีวิตและนางกันยาฯ จึงได้ปิดการรับบริจาคดังกล่าวทุกช่องทาง

ต่อมาเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2562 นางกันยา พวงนาค ทราบว่า ยังมีข้อมูลการเปิดรับบริจาคของตนปรากฎอยู่ตามสื่อออนไลน์ต่างๆ โดยเฉพาะช่องทางเฟสบุ๊ค อีกทั้งได้ถูกเพื่อนบ้านและประชาชนอื่นผู้พบเห็นข้อความดังกล่าวตำหนิและนินทา นางกันยา  เป็นจำนวนมาก นางกันยา  จึงได้ตรวจสอบข้อความดังกล่าว พบว่า  เป็นข้อความรายละเอียดการเปิดรับบริจาคของตนจริง แต่ข้อความนั้นได้มีการแก้ไข และเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในส่วนของบัญชีและเลขบัญชีที่รับบริจาค ซึ่งไม่ใช่บัญชีที่ตนเคยให้ไว้แต่แรก นางกันยาฯจึงได้เดินทางไปแจ้งความลงประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองพะเยา อีกทั้งได้วอนผู้สื่อข่าวช่วยกระจายข้อเท็จจริงดังกล่าวให้สังคมเข้าใจในข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นด้วย

หลังจากทราบข่าวสารดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม ได้ดำเนินการสืบสวนหาข้อเท็จจริง จึงได้ทราบว่า มีกลุ่มผู้กระทำผิดกลุ่มนี้ได้มีการสมัครเฟสบุ๊ค ประเภทบัญชีบุคคล โดยใช้ชื่อกลุ่มว่า “ทีมช่วยเหลือ เด็กและผู้สูงอายุ” และ “ช่วยเหลือคนไทย ทั้วประเทศ” จากนั้นจะคอยนำข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเปิดรับบริจาคตามสื่อออนไลน์ต่างๆมาดัดแปลง แก้ไข และเพิ่มเติมข้อความ โดยเฉพาะชื่อบัญชีและหมายเลขบัญชีที่ต้องการให้ผู้ใจบุญโอนเงินบริจาค จากนั้นกลุ่มผู้กระทำผิดจึงได้นำข้อความที่เปลี่ยนแปลงแล้วมาโพสลงในเฟสบุ๊คดังกล่าว และโพสเข้าไปในเฟสบุ๊คเพจต่างๆอีกมากกว่า 20 เพจ ซึ่งการกระทำดังกล่าวนั้น ได้สร้างความเสียหายในหลายๆส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก ทั้งในด้านของผู้ที่ใจบุญที่หลงเชื่อโอนเงินบริจาคช่วยเหลือ ในด้านของผู้ต้องการความช่วยเหลือรับบริจาคที่แท้จริง และในด้านของผู้ที่ถูกบิดเบือนข้อเท็จจริงดังเช่นกรณีของ นางกันยา พวงนาค เป็นต้น กอปรกับต่อมาได้มีผู้เสียหายส่วนหนึ่งเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มผู้กระทำความผิดดังกล่าวกับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม จึงได้รับคดีและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จนกระทั่งได้ยื่นคำร้องขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้กระทำผิดในคดีนี้ จำนวน 2 ราย คือ นายกีรติ ศรีคำมี และนายสุรศักดิ์ อนุอันต์

นายกีรติ ศรีคำมี อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ให้การรับสารภาพว่า  ตนและนายสุรศักดิ์ ร่วมกันกระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหาจริง และสาเหตุที่ทำให้ตนตัดสินใจกระทำผิดในครั้งนี้ คือ เนื่องจากตนมีปัญหาทะเลาะกับพ่อ แม่  จึงทำให้ตนไม่มีเงินใช้ และอีกส่วนหนึ่งก็ต้องการเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเล่นเกมส์ออนไลน์ด้วย ส่วนนายสุรศักดิ์ฯ นั้นไหวตัวทันและ ได้หลบหนีการจับกุมและยังอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

Share this: