กทม. พร่องน้ำ เตรียมพร้อมรับผลกระทบ ดีเปรสชั่น

12 ก.ย. 2559 | 21:33:45
 

กทม. มั่นใจรับมือผลกระทบ พายุ ราอี ในขณะที่ กรมอุตุนิยมวิทยา คาดอ่อนกำลังในระยะเวลา 3 วัน

นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายอดิศักดิ์ ขันตี ที่ปรึกษาของผู้ว่า ราชการกรุงเทพมหานคร นายสงกรานต์ อักษร รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา และผู้เกี่ยวข้อง ตรวจเยี่ยมศูนย์ควบคุมระบบการป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร และประชุมหารือการเตรียมความพร้อมรับมือพายุโซนร้อนที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยและพื้นที่กรุงเทพฯ ณ ห้องประชุมสำนักการระบายน้ำ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 เขตดินแด

นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร ได้เตรียมความพร้อมรับมือพายุที่จะเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพฯ อย่างเต็มที่ ขณะนี้กรุงเทพมหานครได้พร่องน้ำในคลองหลักและแก้มลิงเพื่อรอรับน้ำ โดยคลองหลัก 3 คลอง ประกอบด้วย คลองแสนแสบ คลองผดุงกรุงเกษม และคลองดาวคะนอง ซึ่งปกติจะพร่องน้ำลดลงอยู่ที่ระดับ –0.70 เมตร แต่หากฝนมีปริมาณมากก็จะลดระดับน้ำเพิ่มลงมาอยู่ที่ระดับ –1.00 เมตร ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเดินเรือในคลองแสนแสบบ้างโดยเฉพาะช่วงประตูน้ำ – ผ่านฟ้า อาจไม่สามารถเดินเรือได้ แต่ในคลองผดุงกรุงเกษมยังสามารถเดินเรือได้ตามปกติ ส่วนแก้มลิงบึงหนองบอนพร่องน้ำลงอยู่ที่ระดับ -5 เมตร ก็จะสามารถรับน้ำได้เพิ่มประมาณ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมถึงลดระดับน้ำในแก้มลิงบึงวารีภิรมย์เพื่อช่วยรับน้ำเพิ่มเติมด้วย 

นอกจากนี้ กรุงเทพมหานคร ได้จัดเจ้าหน้าพร้อมเครื่องสูบน้ำประจำจุดอ่อนน้ำท่วมหรือพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม รวมถึงสำรองเครื่องสูบน้ำไว้กว่า 200 เครื่อง ส่วนบริเวณพื้นที่ฟันหลอถนนทรงวาดและซอยสุขุมวิท 50 ได้กั้นกระสอบเรียบร้อยแล้ว

นายสงกรานต์ อักษร รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า พายุมีทั้งหมด 3 ลูก ได้แก่ ราอี เมอรันตี และมาลากัส จะมีเพียงลูกเดียวที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย คือ พายุราอี ซึ่งปัจจุบันอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่น และเริ่มเข้าสู่ประเทศไทยทางภาคอีสานช่วงเย็นวันนี้ ลักษณะดังกล่าวจะทำให้มีเมฆฝนปกคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และจะมีฝนปกคลุมภาคกลางในวันที่ 14 ก.ย. 59 ลักษณะจะเป็นฝนเล็กน้อยเบาบาง เป็นพายุดีเปรสชั่นและเผ็นหย่อมความกดอากาศต่ำต่อไป และในวันที่ 15 ก.ย. 59 พายุจะเคลื่อนตัวเข้าสู่พื้นที่ภาคเหนือจะส่งผลให้พื้นที่กรุงเทพฯ มีฝนน้อยลง ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. 59 เป็นต้นไป ซึ่งเชื่อว่ากรุงเทพมหานครสามารถรับมือและแก้ไขปัญหาได้

กรุงเทพมหานคร ได้เตรียมการรับมือน้ำฝนมาโดยตลอด โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนของเดือนแล้วมีเจ้าหน้าที่จากสำนักการระบายน้ำ สำนักงานเขต และหน่วยเบสท์ทำงานกันอย่างหนักทำให้สามารถแก้ปัญหาน้ำรอระบายได้อย่างดี ซึ่งหากฝนตกปริมาณ 70 – 100 มิลลิเมตร ในพื้นที่รอบนอกที่มีพื้นที่รับน้ำ อาทิ พื้นดิน ทุ่งนา ก็จะไม่มีปัญหาน้ำขังรอระบาย ซึ่งหากเป็นพื้นที่เมืองที่มีอาคารบ้านเรือนจำนวนมากก็จะส่งผลให้มีน้ำขังรอระบายได้

อย่างไรก็ตามกรุงเทพมหานครได้ประสานความร่วมกับจังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับกรุงเทพมหานคร อาทิ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือฝนและน้ำเหนือด้วย ซึ่งมั่นใจว่ากรุงเทพมหานครจะรับมือได้


Share this: