ฟังวิทยุออนไลน์

ทันข่าว 91

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Saturday, 21 December 2013 08:04

สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ตั้งฉายา อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ข้าวกล่อง ส่วนคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ได้รับ แจ๊ด...กลับลำ ขณะที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รับฉายา เสือกระดาษ ด้านธาริต เพ็งดิษฐ์ ได้ฉายา นกหวีด...ปรี๊ดแตก ส่วน ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ ถูกยกย่องเป็น ผู้กล้า...บาเจาะ

เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2556 นายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหาร ประกอบด้วย รองนายกฯ กรรมการ ที่ปรึกษาสมาคมฯ เพื่อหารือกันถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐในรอบปีที่ผ่านมา แล้วมีการตั้งฉายาให้กับองค์กร นายตำรวจและข้าราชการ ที่เป็นข่าวและเป็นที่สนใจของสังคมเพื่อสะท้อนแง่คิด ติชม และยกย่องให้เห็นถึงผลงานที่ผ่านมา โดยในปีนี้ 2556 มีการให้ฉายา องค์กร 1 แห่ง คือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และบุคคล 12 ท่าน

 


(1.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับฉายาว่า เสือกระดาษ เพราะถือว่าเป็นหน่วยงานหลักที่มีการบังคับใช้กฎหมาย เป็นที่น่าเกรงขามต่อผู้กระทำผิดต่างๆ แต่ในช่วงสถานการณ์การชุมนุมของกปปส.นั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายได้จริงจัง ทำได้เพียงแค่แถลงข่าว เจรจาและตักเตือนไม่ให้มีการกระทำผิด จึงถูกมองว่าการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในช่วงสถานการณ์วิกฤตทางการเมืองนั้น เป็นเพียงเสือกระดาษเท่านั้น

(2.) พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้รับฉายาว่า ผบ.ข้าวกล่อง เพราะว่า ในฐานะที่เป็นผู้นำหน่วยตำรวจที่ต้องรับมือกับสถานการณ์การชุมนุมต่างๆของมวลมหาประชาชนนั้น พล.ต.อ.อดุลย์ ได้ลงพื้นที่ไปดูแลความเรียบร้อยและให้ขวัญกำลังใจกับลูกน้องอย่างใกล้ชิด และเกือบทุกครั้งก็จะร่วมรับประทานอาหารกล่องในพื้นที่การชุมนุมไปพร้อมๆกับตำรวจที่ปฏิบัติงานอยู่ด้วย ถึงแม้ว่าข้าวกล่องดังกล่าวจะถูกตรวจสอบว่าราคาแพงเกินกว่าความเป็นจริงไปก็ตาม

(3.) พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. ได้รับฉายาว่า มีสเตอร์คลีน เพราะว่าช่วงเข้ามารับตำแหน่งหลักในฐานะ รองผบ.ตร. ได้รับความไว้วางใจจาก ผบ.ตร. ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยของสถานีตำรวจต่างๆทั่วประเทศ และมีอยู่หลายครั้งที่เมื่อ พล.ต.อ.เอก ลงพื้นที่ไปแล้วพบว่าสถานีตำรวจบกพร่อง สกปรก ไม่มีความเป็นระเบียบก็จะรายงานให้ ผบ.ตร.รับทราบแล้วมีการสั่งย้ายหัวหน้าสถานีทันทีเพื่อเป็นแบบอย่างให้สถานีตำรวจทั่วประเทศหันมาใส่ใจภาพลักษณ์ความเป็นอยู่ของตำรวจด้วยกันเองและให้ประชาชนรู้สึกอุ่นใจสบายตาเมื่อเวลามาใช้บริการที่สถานีตำรวจ

(4.) พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. และเลขาธิการ ป.ป.ส. ได้รับฉายาว่า จูดี้...show face เนื่องจากเป็นนายตำรวจที่ได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลหลายเรื่อง ทั้งในส่วนของสำนักงานตำรวจ และการปราบปรามยาเสพติดที่กำลังแพร่ระบาดหนักในประเทศและแนวชายแดน นอกจากนี้พล.ต.อ.พงศพัศ ยังทำงานสังคมอื่นๆอีกทั้งเข้าช่วยเหลือผู้ตกยากหรือต้องคดีต่างๆอย่างไม่ได้ตั้งใจ รวมถึงการติดตามนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีไปตามที่ต่างๆจนทำให้ประชาชนทั่วไปเห็นหน้าเห็นตาของพล.ต.อ.พงศพัศ ผ่านสื่อมวลชนแขนงต่างๆตลอดเวลาและบ่อยครั้งมาก

(5.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ได้รับฉายาว่า แจ๊ด...กลับลำ เนื่องจากช่วงสถานการณ์การชุมนุมของ กปปส.ที่นำมวลมหาประชาชนมาประชิดบริเวณทำเนียบรัฐบาลและกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ในฐานะผู้นำหน่วยและควบคุมกำลังเจ้าหน้าที่ได้สั่งให้ตำรวจสกัดกั้นกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยการยิงแก๊สน้ำตาใส่หากมีการเข้ามาในพื้นที่หวงห้าม โดยเหตุการณ์ปะทะกันของตำรวจและมวลชนยาวนานถึง 2 วัน และเมื่อเข้าสู่วันที่ 3 นั้น ทุกฝ่ายคิดว่าจะมีการปะทะกันหนักอีก แต่กลับกลายว่าในช่วงเช้านั้นเอง ผบช.น. ได้มีคำสั่งให้หยุดยิง รื้อลวดหนามและแท่งแบริเออร์ออกแล้วให้มวลมหาประชาชนเข้ามาภายในทำเนียบรัฐบาลและบช.น.ได้อย่างง่ายดาย

(6.) พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ได้รับฉายาว่า กิ๊ก...จ้าวโปรเจกต์ เนื่องจาก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ เป็นนายตำรวจที่มีความคิดริเริ่มทำโครงการต่างๆเพื่อพัฒนางานด้านตำรวจอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่นายตำรวจระดับชั้นประทวนจนถึงชั้นสัญญาบัตร โดยเมื่อครั้งมารับตำแหน่ง ผบช.ก. ก็ให้ตำรวจเน้นการทำงานกับชุมชนจนเป็นที่มาของตำรวจผู้รับใช้ชุมชน ตำรวจกลับหลังหัน ตำรวจนอกเวลา ยุวชนตำรวจ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการให้แนวคิดการทำงานสืบสวนสอบสวนแบบตำรวจมืออาชีพที่ทั่วโลกให้การยอมรับ ลดค่านิยมจับแพะหรือทรมานผู้ต้องหาของตำรวจไทยในอดีตด้วย

(7.) พล.ต.ท.นเรศ นันทโชติ ผบช.ภ.1 ได้รับฉายาว่า เรศ...เหินฟ้า เนื่องจากการทำงานของตำรวจภูธรภาค 1 ตั้งแต่อยู่ใต้การบัญชาการของ พล.ต.ท.นเรศ จะมีการนำชุดปฏิบัติการพิเศษ ปราบไพรีอริศัตรูพ่าย ออกปราบปรามคดีอาชญากรรมอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องยาเสพติดหรือผู้มีอิทธิพล หรือคดีฆ่าคนตาย มีการนำเฮลิคอปเตอร์ออกมาใช้งานควบคู่กับการทำงานบนภาคพื้นดินด้วยและสร้างความฮือฮาแก่ประชาชน สื่อมวลชนด้วย

(8.) พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย รอง ผบช.สกพ. และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับฉายา โมษกขายยา เพราะการทำงานของพล.ต.ต.ปิยะ ในฐานะโฆษกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศอ.รส.ในช่วงสถานการณ์ม็อบกปปส.ชุมนุมขับไล่รัฐบาลนั้นมีการแถลงข่าวบ่อยครั้งและในทุกๆครั้งก็เป็นการแถลงข่าวที่ไม่มีสาระสำคัญหรือมีประโยชน์ต่อการสร้างความสงบในพื้นที่ แต่กลับเป็นการจุดประเด็นหรือโจมตีฝั่งผู้ชุมนุมจนมีการปิดล้อมสำนักงานตำรวจแห่งชาติบ่อยครั้ง จนทำให้การให้ข่าวหรือแถลงข่าวแต่ละครั้งของพล.ต.ต.ปิยะ เป็นเสมือนโฆษกขายยาที่คั่นรายการหรือฉายภาพยนตร์เท่านั้นเอง

(9.) พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอ งผบช.น. ได้รับฉายา นายพล...รถยก เพราะหลังจากที่ พล.ต.ต.อดุลย์ ได้รับผิดชอบงานจราจร ก็มีความคิดในการแก้ปัญหาการจราจรในกรุงเทพและปริมณฑลให้ดีขึ้น จนมีแนวความคิดยกรถที่จอดกีดขวางตามถนนสายสำคัญต่างๆ เพื่อนำรถไปเก็บไว้ที่สถานีตำรวจ โดยได้ขอความร่วมมือรถยกของเอกชนและรถยกตำรวจในการทำงาน ซึ่งทำให้การจราจรคลี่คลายไประดับหนึ่ง แต่ท้ายที่สุดแล้วการยกรถก็เริ่มเบาบางและแต่กลับยังเห็นรถจอดกีดขวางตามถนนเช่นเดิม

(10.) พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาท ผบก.ป ได้รับฉายา ผู้การ...ร่างทรง เพราะ พล.ต.ต.สุพิศาล ได้รับตำแหน่งผบก.ป.มาตั้งแต่เป็น พ.ต.อ. ต่อเนื่องมาจาก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ จากนั้นได้เลื่อนยศมาเป็น พล.ต.ต. และยังทำงานในตำแหน่ง ผบก.ป.อย่างต่อเนื่อง แต่ผลงานไม่มีความโดดเด่นมากนักแต่ยังทำงานด้วยการรับคำสั่งจาก ผบช.ก. อยู่อย่างต่อเนื่องจนทำให้เป็นเพียงผู้บังคับหน่วยที่เปรียบเสมือนเป็นร่างทรงเท่านั้นเอง

(11.) พล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น. ได้รับฉายาว่า เสือคืนลาย เพราะ พล.ต.ต.ประยนต์ เป็นปรมาจารย์ด้านงานสืบสวน แต่เมื่อครั้งมาดำรงตำแหน่ง ผบก.สส.บช.น.ใหม่ๆยังทำงานด้านการสืบสวนไม่ลงตัวเท่าไหร่นัก แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปกลับได้พิสูจน์ฝีมือตัวเองว่ายังเป็นยอดนักสืบ สามารถนำลูกน้องในศูนย์สืบสวนคลี่คลายคดีสำคัญๆได้ทั้งหมดจนได้รับความชื่นชมจากทุกฝ่าย จึงทำให้เห็นว่าการกลับมาทำงานสืบสวนได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นเป็นดังเสือที่ลายหายไปได้กลับมาเป็น เสือคืนลาย แล้วนั่นเอง

(12.) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้รับฉายาว่า นกหวีด...ปรี๊ดแตก เพราะช่วงสถานการณ์การชุมนุมของกปปส.นั้นมีการให้มวลชนนำนกหวีดเป่าไล่รัฐบาลและข้าราชการที่อยู่ใต้ระบอบทักษิณ ซึ่งนายธาริต เป็นคนหนึ่งที่ประกาศตัวชัดเจนว่าทำงานให้กับรัฐบาลทั้งๆที่ในอดีตเคยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับแกนนำกปปส.จึงทำให้๔กเป่านกหวีดใส่ในห้างย่านแจ้งวัฒนะ ทำให้นายธาริต ไม่พอใจออกมาแถลงข่าวให้ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ดีเอสไอจับกุมคนเป่านกหวีดใส่ในฐานะความผิดก่อความรำคาญ ซึ่งสร้างความฮือฮากับแนวคิดดังกล่าวมาก

(13.) ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ รองหัวหน้าชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ภ.จว.นราธิวาส ได้รับฉายาว่า ผู้กล้า...บาเจาะ เนื่องจากหมวดแชน หรือ ดาบแชน เป็นนายตำรวจในชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดในพื้นที่มายาวนาน ทำงานด้วยความเสียสละมาอย่างต่อเนื่องจนได้รับการชื่นชมจากสังคมตำรวจ สื่อมวลชนและบุคคลทั่วไป แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องมาเสียชีวิตระหว่างที่มากู้ระเบิดบริเวณบ้านส้มป่อย ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ซึ่งในครั้งนั้นมีตำรวจที่เสียชีวิตไปพร้อมกับหมวดแชน อีก 2 นาย คือ ร.ต.ต.จรูญ เมฆเรือง และ จ.ส.ต.นิมิตร ดีวงร์ จึงได้รับฉายาว่าเป็น ผู้กล้า...บาเจาะ

add a comment