ฟังวิทยุออนไลน์

ทันข่าว 91

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Saturday, 08 September 2012 13:32

รัฐมนตรีสาธารณสุข "วิทยา" เป็นประธาน ประชุมวิชาการชมรมสาธารณสุขแห่งชาติ ประจำปี 2555

นายวิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทยประจำปี 2555 พร้อมมอบโล่พระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีฯ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต. สำนักงานสาธารณสุขอำเภอดีเด่น และมอบโล่ รางวัลเชิดชูเกียรติแก่ รพ.สต. สสอ. และบุคลากรสาธารณสุขดีเด่นประเภทต่างๆ ประจำปี 2555 โดยมีผู้ร่วมประชุมจากทั่วประเทศกว่า 6,000 คน ที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี

นายวิทยา บุรณศิริ เปิดเผยว่า รัฐบาล ต้องการที่จะดูแลในเรื่องสุขภาพประชาชนภายใต้กองทุนหลักประกันสุขภาพ ซึ่งไทยเป็นต้นแบบให้กับประเทศอื่นๆ กว่า 80 ประเทศทั่วโลก มาศึกษาดูงาน และที่สำคัญ คือ บุคลากรหน่วยบริการของกระทรวงสาธารณสุข มีส่วนที่จะต้องต้อนรับเพื่อนบ้านที่จะเข้ามาศึกษาดูงานในประเทศไทย นอกจากนี้ประเทศไทยได้รับเกียรติจากองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น (UN) ได้เชิญนายกรัฐมนตรีขึ้นกล่าวเรื่องของระบบหลักประกันสุขภาพของประเทศไทยในที่ประชุมยูเอ็นในเร็วๆ นี้ด้วย

สำหรับเรื่องที่จะต้องเร่งพัฒนาให้เกิดขึ้นให้ได้ภายใน 3 ปี คือ การจัดระบบของ รพ.สต.ให้รองรับภารกิจการดูแลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โดยเฉพาะเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และจัดบริการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกด้วย เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในชุมชน เป็นการแพทย์ทางเลือกในการดูแลสุขภาพประชาชนในชนบทและในพื้นที่ห่างไกล

นายวิทยากล่าวต่อไปว่า นอกจากการพัฒนาสถานบริการและระบบการบริการแล้ว รัฐบาลยังเป็นห่วงในเรื่องของความก้าวหน้าและความมั่นคงของผู้ปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และสำนักงานสาธารณสุขอำเภอซึ่งมีจำนวนมาก เรื่องที่ต้องการขณะนี้คือ พระราชบัญญัติวิชาชีพสาธารณสุข เพื่อให้มีการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพสาธารณสุขต่อไปยิ่งๆขึ้น ซึ่งจะมีคุณค่ากับบุคลากรสาธารณสุข

ทั้งนี้ ในส่วนของความก้าวหน้ามั่นคงในอาชีพนั้น ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการให้เต็มที่อยู่แล้วทุกเรื่อง ครบทุกวิชาชีพ ทั้งพยาบาล ลูกจ้าง และวิชาชีพอื่นๆ รวมถึงค่าตอบแทน โดยจะมีการบรรจุหรือพิจารณาให้เร็วที่สุด โดยขณะนี้ได้ผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรีไปครั้งหนึ่งแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) โดยจะเร่งรัดดำเนินการให้เร็วที่สุด และคาดว่าในอีก 1-2 เดือนข้างหน้าน่าจะมีข่าวดีสำหรับบุคลากรสาธารณสุข

add a comment