‘สุรเชษฐ์’ นำทีมปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ บุกจับขบวนการใหญ่ ตั้งฐานปฏิบัติการ กลางกรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ รวบคนไทย 16 คน

14 มิ.ย. 2561 | 13:23:21
วันที่ 14 มิถุนายน 2561 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) หัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศป.ฉปทน.ตร.) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจไทย และนายบ๊อบบี้ รา เควโป้ หัวหน้าเจ้าหน้าที่สืบสวนหาข่าว กระทรวงยุติธรรมประเทศฟิลิปปินส์ บุกเข้าจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ณ หมู่บ้านโพซาดัส วินเลส เขตอาราบัง กรุงมะนิลา กลางเมืองเขตอาลาบัง กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์
 
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) เปิดเผยว่า การเข้าตรวจค้นจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ครั้งนี้ สืบเนื่องจาก ชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศป.ฉปทน.ตร.) สืบทราบว่า สถานที่ดังกล่าวเป็นศูนย์สั่งการ คอลเซ็นเตอร์ ที่หลอกลวงคนไทยมากกว่า 1 ปี จึงได้ประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ ฟิลิปปินส์ นำกำลังเจ้าตรวจค้น บ้านเดี่ยว 2 ชั้น มีลักษณะมีรั้วรอบขอบชิด แบ่งเป็นห้อง มีโต๊ะพร้อมอุปกรณ์สื่อสาร ทั้งคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ซิมโทรศัพท์ สมุดบัญชีธนาคาร ขณะเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจค้นจับกุม พบโพยรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูง รวมถึงบทสนทนาขณะพูดคุยทางโทรศัพท์ ที่จะหลอกลวงเหยื่อ อาทิ หน่วยปราบปรามยาเสพติด หน่วยปราบปรามการฟอกเงิน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่พบ คนไทย 16 คน ทำหน้าที่โทรศัพท์หาเหยื่อที่มีปลายทางอยู่ในประเทศไทย และมีชายชาวไต้หวัน 3 คน ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมและสั่งการในการหลอกเหยื่อ
 
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า มีคนไทย หลงกลตกเป็นเหยื่อ โอนเงิน ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งนี้ โดยเหยื่อรายล่าสุดพบว่า ถูกหลอกให้โอนเงินจำนวน  เกือบ 2,000,000 บาท  การบุกเข้าจับกุมครั้งนี้ ถือเป็นการทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขบวนการใหญ่ ที่มีการปรับเปลี่ยนการโอนเงินเหยื่อ กระจายไปหลายบัญชี แล้วตระเวนถอนเงินออกจากบัญชี โดยผ่านตู้ ATM ภายในประเทศไทย เป็นการใช้ระบบ อีแบงค์กิ้ง รวบรวมเงินไป ณ จุดเดียว แล้วทำการที่ไหนก็ได้
 
ทั้งนี้ คนไทยที่ร่วมขบวนการ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และถูกควบคุมตัวในครั้งนี้ ยอมรับว่า โทรศัพท์ไปหลอกลวงคน จำนวนไม่น้อย โดยบทสนทนาส่วนใหญ่ จะเป็นเรื่องการส่งสินค้ากลับไปต่างแดน พร้อมอ้างว่า ถูกหลอกให้มาทำงาน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะต้องตรวจสอบการเดินทาง ของคนไทย ที่มีการเข้า-ออก ระหว่างประเทศไทย กับฟิลิปปินส์ ซึ่งเชื่อว่า จะอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์นี้ด้วย
  

Share this: