“ศัลยกรรม” ไม่ทำสัญญา “ฟาง ฟาง มกจ๊ก” ยื่นเรื่องร้อง สคบ. ช่วยประสาน “เกาหลี” เตือนคนไทย ระวัง!

23 ม.ค. 2561 | 16:25:02
เมื่อเวลา 13.00 น.ที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค อาคาร B ศูนย์รายงานการ นางปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ พร้อมด้วย นายเมธาวี นามวงศ์ แมคนามารา (ฟาง มกจ๊ก ) อายุ 40 ปี เดินทางเข้าร้องขอความช่วยเหลือจาก สคบ.ภายหลังจากที่ได้เดินทางไปทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลีใต้ แล้วหน้าตาเสียโฉม ครอบครัวแตกแยกและขาดรายได้
 
นายเมธาวี นามวงศ์ แมคนามารา (ฟาง มกจ๊ก ) กล่าวว่า ตนเดินทางไปทำศัลยกรรม ที่ประเทศเกาหลี เมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2557 โดยทำศัลยกรรม  9 รายการ   ประกอบด้วย ยุบโหนกแก้มให้เท่ากันทั้งสองข้าง เพื่อความสมมาตรของใบหน้า,  เสริมจมูกบาร์บี้ไลน์พร้อมยุบฐานจมูก และหลาวปลายจมูกให้เล็กลง, ตัดหนังใต้ตาให้ตึง เพื่อลดความเหี่ยวย่นของใต้ตา ,  เสริม love band หรือ ดอลลี่อาย ใต้ตาล่างทั้งสองข้าง เพื่อให้ตาดูน่ารัก
 
ตัดกระดูกคางเป็นตัว T เพื่อปรับขนาดของคางให้เล็กและสั้นลง, ร้อยไหมละลายยกแก้มที่หย่อนคล้อยสองข้าง รวม 100 เส้น เพื่อให้แก้มตึงกระชับ, ฉีด Botox สลายกล้ามเนื้อกราม เพื่อให้ใบหน้าเรียว,  ทำ Wash face เพื่อให้หน้าใสเป็นมันแวว ดูผิวมีสุขภาพดี  และ ฉีดไขมันทั้งหน้า เพื่อปรับรูปหน้าให้ได้รูปทรงยิ่งขึ้น โดยการทำศัลยกรรมทั้งหมดใช้เวลาในการผ่าตัดทำศัลยกรรม กว่า 6 ชั่วโมง เสียค่าใช้จ่ายในการทำศัลยกรรม  32 ล้านวอน หรือประมาณ  1 ล้านบาท  แต่ผลปรากฏว่า หน้าผิดรูป ทนทรมานมากว่า 4 ปี วันนี้ ตัดสินใจเข้าร้อง สคบ. ให้ช่วยดำเนินการเดินเรื่องไปทาง รพ.เกาหลี เพื่อรับผิดชอบ
 
ฟาง ฟาง มกจ๊ก กล่าวว่า  ในการทำศัลยกรรม ตนติดต่อผ่าน เอเจนซีในไทยเพื่อจะไปศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลี โดยไม่ได้ทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร เนื่องจากไว้ใจกัน และเห็นว่าเป็นเพื่อนของเพื่อนอีกต่อหนึ่ง ระหว่างที่ไปทำศัลยกรรมที่ เกาหลี เดินทางไปพร้อมกับญาติ และเพื่อนรวม 5 คน  หลังจากทำเสร็จ 6 ชั่วโมงแรกเริ่มมีอาการชาบริเวณใบหน้าอย่างผิดปกติ แต่แพทย์ที่ผ่าตัดศัลยกรรมให้ ยืนยันว่า เป็นกรณีปกติ อาการดังกล่าวจะหายไปภายหลัง กระทั่งตนกลับมาพักฟื้นที่บ้านก็ยังคงมีอาการชา และมีกระดูกโหนกแก้มข้างซ้ายปูดบวมออกมา ขณะที่คางมีอาการบวมช้ำ
 
“ตนนั่งเครื่องบินไปให้แพทย์คนเดิมที่เกาหลีแก้หน้าอีกครั้ง โดยออกค่าใช้จ่ายการเดินทางเองทั้งหมด แต่แพทย์ที่ทำศัลยกรรม แก้ไขให้ด้วยการฉีดไขมันเพิ่ม ไม่ใช่การแก้ตรงจุด ตลอดระยะเวลาหลังจากที่ทำศัลยกรรม ต้องทนทรมานกับอาการชา บวมของใบหน้า และความหวาดกลัวจากคนรอบข้าง ด้วยสภาพหน้าตาแบบนี้ ปัจจุบันเครียด และมีอารมณ์แปรปรวน ทำให้ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ต้องอยู่แบบนี้มากว่า 4 ปี อยากเตือนสติคนที่อยากศัลยกรรมให้เป็นอุทาหรณ์ ด้วย” ฟาง ฟาง มกจ๊ก กล่าว
 
ด้าน ล้อเสริมวัฒนา ประธานเครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ กล่าวว่า การมายื่นเรื่องที่ สคบ. ในวันนี้ เนื่องจากต้องการให้ สคบ.ไทยประสานกับ สคบ. ประเทศเกาหลี ตามสัญญา MOU เพราะหากจะให้ผู้เสียหายดำเนินการเองก็จะเสียเปรียบ เพราะไม่มีการทำสัญญาที่จะเดินทางไป อีกทั้งโรงพยาบาลที่ทำศัลยกรรมก็ไม่ได้ให้เอกสารการทำศัลยกรรมใดๆ มาเลย อยากให้กรณีนี้เป็นกรณีตัวอย่างของคนไทยที่อาจจะตกเป็นเหยื่อของการศัลยกรรมเกาหลี ออกมาร่วมกันต่อสู้ เนื่องจากที่ผ่านมาคนไทยนิยมไปศัลยกรรมที่เกาหลี มีค่าใช้จ่ายสูง แต่ไม่ได้ผลตามที่หวังไว้

Share this: