“บิ๊กแป๊ะ” กำชับ ตร.ทั่วประเทศ เพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันอาชญากรรม เนื่องในเทศกาลวันลอยกระทง 62

09 พ.ย. 2562 | 13:54:42
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการให้ ตำรวจทุกพื้นที่ เพิ่มความเข้มในการออกตรวจเฝ้าระวัง และป้องกันอาชญากรรม เนื่องในวันลอยกระทง วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 ที่มีประชาชนจำนวนมากออกมาท่องเที่ยว ลอยกระทง และลอยประทีปโคมไฟตามแม่น้ำ ลำคลอง สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่มีการจัดกิจกรรม จัดงานแสดง แสง สี เสียง หรืองานเผาเทียนเล่นไฟ ซึ่งอาจส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาจราจรร ปัญหาอาชญากรรม ความเดือนร้อนรำคาญและอันตรายที่เกิดจากการเล่นดอกไม้เพลิง พลุ ประทัด และโคมลอย รวมถึงกลุ่มมิจฉาชีพที่มักแอบแฝงเข้าไปประทุษร้ายต่อทรัพย์สินของประชาชนตามที่ปรากฎเป็นข่าวในทุก ๆ ปี
 
ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มีความห่วงใย พี่ น้อง ประชาชน จึงได้สั่งการไปยัง ทุกหน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาต่างๆ พร้อมอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ พี่ น้อง ประชาชน ให้ทุกพื้นที่ จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ออกตรวจตรา และปรากฎกายให้เห็นเด่นชัดตามสถานที่จัดงานประเพณีลอยกระทง หรือสถานที่จัดงานรื่นเริง สถานบันเทิง ชุมชน สวนสาธารณะที่มีประชาชนและนักท่องเที่ยวไปร่วมงานเป็นจำนวนมาก รวมถึงพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม เช่น ตู้กดเงินสด (ATM), ร้านสะดวกซื้อ และสถานีบริการเชื้อเพลิง เป็นต้น
 
จัดกำลังเฝ้าระวังกลุ่มบุคคลต้องสงสัย บุคคลพ้นโทษ และเยาวชนกลุ่มเสี่ยง ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิยพ์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้ข้าราชการตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่ พี่ น้อง ประชาชน ด้วยความสุภาพและเหมาะสม
 
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ขอประชาสัมพันธ์ และขอความร่วมมือ พี่ น้อง ประชาชน ในการป้องกันอาชญากรรม หรืออันตรายที่มักเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง 3 ห้าม คือ (1.) ห้ามเล่นดอกไม้เพลิง พลุ ประทัด โคมลอย ในลักษณะสร้างความเดือดร้อนรำคาญ หรืออาจเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หากฝ่าฝืน กระทำผิดมีโทษจำคุก ไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท, (2.) ห้ามยิงปืนขึ้นฟ้าโดยไม่มีเหตุอันควร หากฝ่าฝืน มีโทษทั้งจำคุก ทั้งปรับ, (3.) ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทางในขณะขับขี่ หรือโดยสาร หรือบนรถ ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาตรา 42 หากฝ่าฝืนมีโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ
 
ขณะที่ มาตรการ 3 ไม่ ประกอบด้วย (1.) ไม่ควรแต่งกายล่อแหลม (2.) ไม่ควรปล่อยให้เด็กไปเที่ยวงานตามลำพัง และไม่ควรไปเที่ยวในสถานที่อโคจร แหล่งมั่วสุม อย่างไรก็ตาม ควรระมัดระวังเมื่อใช้บริการโป๊ะ หรือท่าเทียบเรือ ขณะที่มีประชาชน ผู้ใช้บริการจำนวนมาก, ควรกำชับบุตร หลาน ให้ระมัดระวังการถูกล่อลวงไปในทางมิชอบ และควรรื่นเริง บนพื้นฐานของขอบเขตการสืบสานประเพณีไทย และหาก พี่ น้อง ประชาชน พบเห็นเหตุการณ์ สิ่งของ หรือบุคคลต้องสงสัยที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายและเป็นอันตรายต่อบุคคลอื่น สามารถแจ้งข้อมูลได้ทันทีที่ สายด่วน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 หรือ 191 หรือผ่าน แอปพลิเคชั่น Police i lert u ตลอด 24 ชั่วโมง 

Share this: