องคมนตรีติดตามและตรวจเยี่ยมโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร

11 ก.ย. 2562 | 22:32:57

 

 

          วันพุธที่11 กันยายน2562 เวลา11.30 นายพลากรสุวรรณรัฐองคมนตรีในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคเหนือพร้อมคณะอนุกรรมการฯเดินทางไปติดตามความก้าวหน้าและรับฟังบรรยายสรุปแผนปฏิบัติการป้องกันแก้ไขและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIMP) ของโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอท่าปลาจังหวัดอุตรดิตถ์ 

 

       โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีฯเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯรับเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเมื่อวันที่29 กันยายน2548 เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่แปลงอพยพจากพื้นที่ถูกนํ้าท่วมเหนือเขื่อนสิริกิติ์และขาดแคลนน้ำสำหรับทำการเกษตรกรมชลประทานได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีฯซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางเมื่อ.2555  ปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้างระบบส่งน้ำให้กับแหล่งน้ำต้นทุนเพื่อทำการเกษตรในพื้นที่ประมาณ8,600 ไร่โดยมีแผนการก่สร้างโครงการรวม11 ปีเนื่องจากพื้นที่โครงการฯอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์และพื้นที่ส่วนหนึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำที่1A  ดังนั้นจึงต้องทำการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโดยมีแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมทั้งหมด27 แผนระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่. 2555 ถึง.. 2564 และเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะมีพื้นที่รับประโยชน์จำนวน53,500 ไร่ครอบคลุมพื้นที่อำเภอท่าปลาจำนวนตำบลได้แก่ตำบลจริมตำบลท่าปลาตำบลหาดล้าตำบลร่วมจิตตำบลน้ำหมันและอีกตำบลของอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ได้แก่ตำบลหาดงิ้วตำบลบ้านด่านตำบลแสนตอและตำบลวังดินรวมถึงประโยชน์ทั้งด้านการประมงการท่องเที่ยวและการเลี้ยงสัตว์ได้อย่างสมบูรณ์ในการนี้องคมนตรีและคณะฯได้พบปะเยี่ยมราษฎรที่ได้รับประโยชน์จากโครงการอีกด้วย 

 

          ต่อมาเวลา13.30 องคมนตรีและคณะฯเดินทางไปยังโรงเรียนราชประชานุเคราะห์13 อำเภอน้ำปาดจังหวัดอุตรดิตถ์เพื่อเชิญอุปกรณ์เครื่องเขียนพระราชทานไปมอบแก่นักเรียนจำนวน174 ชุดพร้อมทั้งกล่าวให้โอวาทและเยี่ยมชมการดำเนินกิจกรรมต่างๆและผลงานของนักเรียน

 

    โรงเรียนราชประชานุเคราะห์13 มีเขตบริการครอบคลุมหมู่บ้านได้แก่บ้านงอมถ้ำบ้านงอมมดบ้านห้วยไผ่บ้านงอมสักเปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่มีบุคลากรทางการศึกษารวม19 คนนักเรียนจำนวน171 คนโรงเรียนได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในสถานศึกษาเพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของนักเรียนชุมชนโดยมีศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านเกษตรกรรมพืชเช่นการปลูกพืชไฮโดรโปนิกส์พืชสวนครัวพืชไม้ผลกินได้ปลูกผักกางมุ้งเป็นต้นนอกจากนี้ยังพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและผู้เรียนอย่างต่อเนื่องจนประสบผลสำเร็จส่งผลให้เป็นที่ยอมรับและได้รับรางวัลการประเมินโรงเรียนรักษ์โลกLow carbon school ปี2561 และปี2562 อีกด้วย

 

    จากนั้นองคมนตรีและคณะฯเดินทางต่อไปยังเขื่อนสิริกิติ์ตำบลผาเลือดอำเภอท่าปลาจังหวัดอุตรดิตถ์เพื่อรับฟังการรายงานการบริหารจัดการน้ำในจังหวัดอุตรดิตถ์สถานการณ์น้ำในเขื่อนสิริกิติ์และผลการดำเนินงานขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในเขตพื้นที่สำนักชลประทานที่3

 

    เขื่อนสิริกิติ์มีลักษณะเป็นเขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยก่อสร้างขึ้นตามโครงการพัฒนาลุ่มน้ำน่านต่อมาได้รับพระบรมราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงมาขนานนามเป็นชื่อเขื่อนโดยวันที่มีนาคม2520 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวงและสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดเขื่อนสิริกิติ์และโรงไฟฟ้าอย่างเป็นทางการเขื่อนสิริกิติ์สร้างปิดกั้นลำน้ำน่านที่ตำบลผาเลือดอำเภอท่าปลาจังหวัดอุตรดิตถ์เป็นเขื่อนดินแกนกลางเป็นดินเหนียวสูง113.60 เมตรยาว810 เมตรกว้าง12 เมตรสามารถเก็บกักน้ำได้9,500 ล้านลูกบาศก์เมตรความจุของอ่างมากเป็นลำดับที่สามรองจากเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนภูมิพลโรงไฟฟ้าดำเนินการก่อสร้างโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้ารวมเครื่องกำลังผลิตเครื่องละ125,000 กิโลวัตต์รวมกำลังผลิต500,000 กิโลวัตต์        ให้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยปีละ1,245 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงนอกจากนั้นน้ำจากอ่างเก็บน้ำจะถูกปล่อยออกไปยังพื้นที่เพาะปลูกในทุ่งราบสองฝั่งแม่น้ำน่านกับพื้นที่ทุ่งเจ้าพระยาทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้งและอ่างเก็บน้ำจะช่วยเก็บกักน้ำที่อาจจะไหลบ่าลงมาช่วยลดการเกิดอุทกภัยในทุ่งราบสองฝั่งแม่น้ำน่านตลอดจนทุ่งเจ้าพระยาลงมาถึงกรุงเทพมหานครในด้านการท่องเที่ยวเขื่อนสิริกิติ์มีทิวทัศน์ที่สวยงามโดยเฉพาะในฤดูหนาวความเงียบสงบของบรรยากาศประกอบกับพืชพันธุ์ไม้ที่งามสะพรั่งเป็นเสน่ห์ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้ไปเยือนไม่ขาดสาย 

 

    ในปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ5, 282 ล้านลูกบาศก์เมตรคิดเป็นร้อยละ55 ของความจุอ่างเก็บน้ำซึ่งในช่วงของปลายฤดูฝนยังสามารถรองรับปริมาณน้ำได้อีกเพื่อเป็นน้ำต้นทุนสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้าและบริหารจัดการสำหรับกิจกรรมต่างๆในฤดูแล้งต่อไป

 


Share this: