ศาลฎีกา พิพากษาประหารชีวิต ‘อาร์ตู - อาเธอร์ เซการา พรินเซพ’ หนุ่มสเปน ฆ่าหั่นศพ เศรษฐีเพื่อนร่วมชาติ ในคอนโดฯ ย่านพระราม 9 แยกชิ้นส่วนทิ้ง ‘แม่น้ำเจ้าพระยา’ เมื่อปี 59

19 พ.ย. 2562 | 22:20:33
วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.00 น. ที่ห้องพิจารณา 805 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก  ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหั่นศพเศรษฐีชาวสเปน คดีหมายเลขดำ อ.1372/2559 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายอาเธอร์ เซการา พรินเซพ หรืออาร์ตู (Mr.Segarra Princep Artur ) อายุ 41  ปี สัญชาติสเปน เป็นจำเลย ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย, หน่วยเหนี่ยวกักขังฯ, ลักทรัพย์ และข้อหาอื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4), 199, 310
 
โดยอัยการโจทก์ ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2559 บรรยายพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า  เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2559  เวลา 08.20 น. ได้พบชิ้นส่วนแขนขวามนุษย์ ลอยมาในแม่น้ำเจ้าพระยา ติดบริเวณอู่ต่อเรือเอกชนแห่งหนึ่งใกล้วัดคฤหบดี แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร และยังพบชิ้นส่วนมนุษย์อีกหลายชิ้นลอยมาในแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตรับผิดชอบ สภ.เมืองนนทบุรี, สภ.ปากเกร็ด และ สภ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี
 
จากการสืบสวนสอบสวน พบว่า ชิ้นส่วนมนุษย์เป็นของ นายเดวิด เบอเนต โมราด ชาวสเปน โดยจำเลย พาผู้ตายเข้าไปในห้องพัก พีจี คอนโด พระราม 9 อสมท. แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร จากนั้นได้ฆ่าผู้ตายก่อนหั่นศพ และนำชิ้นส่วนทิ้งลงในแม่น้ำเจ้าพระยาตามจุดต่างๆ ที่พบ แล้วหลบหนีไป กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบและจับกุมได้ขณะหลบหนีมาอยู่ที่ ตลาดการค้าชายแดนบ้านหาดเล็ก ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด  จำเลย ให้การปฏิเสธต่อสู้ตลอดข้อกล่าวหา
 
คดีนี้ศาลอาญา มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2560 และ ศาลอุทธรณ์ อ่านคำพิพากษา เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2561  โดยทั้งสองศาลพิพากษายืน ให้ประหารชีวิต จำเลย สถานเดียว และให้ชดใช้เงินคืนแก่ญาติผู้ตาย จำนวน 734,940 บาท กับให้ริบรถจักรยานยนต์  เครื่องเจียร ใบเลื่อย และตู้แช่แข็งด้วย เนื่องจากเห็นว่า แม้ โจทก์ ไม่มีประจักษ์พยาน แต่ โจทก์ มีพยานแวดล้อม เช่น แม่บ้านทำความสะอาด, กล้องทีวีวงจรปิด, เพื่อนหญิงของ จำเลย ประกอบกับพยานวัตถุ รวมทั้งคราบเลือด, เหงื่อ ที่อุปกรณ์เจียรหินไฟฟ้า และตู้แช่ ตรงกับ ดีเอ็นเอ (DNA) ของผู้ตาย รวมทั้งตรงกับ DNA ของจำเลยด้วย พฤติการณ์จึงฟังได้ว่า จำเลย มีเจตนาฆ่าโดยคิดทบทวนวางแผน กับซ่อนเร้นทำลายศพเพื่อปกปิดเหตุแห่งการตาย  จำเลยยื่นฎีกา
 
ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (20 พ.ย.) ศาลเบิกตัว นายอาเธอร์ เซการา พรินเซพ หรืออาร์ตู (Mr.Segarra Princep Artur ) จำเลย จากเรือนจำบางขวาง เพื่อมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ปัจจุบัน นายอาเธอร์ ถูกคุมขังมานานกว่า 3  ปี นับตั้งแต่ถูกจับกุมและฝากขังครั้งแรก เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2559 ซึ่ง นายอาเธอร์ ยังรูปร่างดูแข็งแรงปกติ ไม่ซูบผอม ทั้งนี้ ศาล ได้จัดล่ามสาวภาษาสเปน เพื่อแปลกระบวนพิจารณา และคำพิพากษาให้ จำเลย ฟัง โดยสื่อมวลชนจากประเทศสเปน ติดตามมาทำข่าวอย่างใกล้ชิด ซึ่งก่อนฟังคำพิพากษา  นายอาเธอร์ ยังคงมีสีหน้าสดใส พูดจาทักทายกับผู้สื่อข่าวสเปน ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม 
 
ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้ว เห็นว่า แม้คดีนี้ โจทก์ จะไม่มีประจักษ์พยาน แต่ โจทก์ มีพยานแวดล้อมเชื่อมโยงรับฟังได้ว่า จำเลย กระทำผิดจริงตามฟ้อง ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนตาม ศาลอุทธรณ์ คงประหารชีวิต จำเลย สถานเดียว
 
ภายหลังฟังคำพิพากษา ผ่านล่ามแปลภาษา นายอาเธอร์ เซการา พรินเซพ หรืออาร์ตู (Mr.Segarra Princep Artur ) จำเลย  ถึงกับตัวแดงขึ้นมาทันที และพูดคุยกับล่าม กระทั่งผู้พิพากษาได้ชี้แจงผ่านล่ามว่า กระบวนการตามกฎหมายไทย หากคดีถึงที่สุดแล้ว จำเลย สามารถยื่นขออภัยโทษได้ 
 
ทั้งนี้ ทนายความของ นายอาเธอร์ เซการา พรินเซพ หรืออาร์ตู (Mr.Segarra Princep Artur )  กล่าวว่า  จำเลย ทำใจได้แล้วตั้งแต่ศาลชั้นต้นตัดสินประหารชีวิต การข้อต่อสู้คดีนี้ค่อนข้างยาก เพราะโจทก์เองก็มีพยานหลักฐาน และหลังจากนี้ระหว่างที่รับโทษในเรือนจำก็อยากให้ตนดำเนินการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษตามระเบียบของเรือนจำ

Share this: