รองโฆษก กองทัพบก เผย มาตรการดื่มยึดรถ สงกรานต์ หลัง 7 วัน ยึดไปแล้ว 4,609 คัน

16 เม.ย. 2559 | 07:53:05

รองโฆษก กองทัพบก เผย มาตรการดื่มยึดรถ สงกรานต์ หลัง 7 วัน ยึดไปแล้ว 4,609 คัน แจงผู้ฝ่าฝืนมีมาก เหตุผู้ใช้เส้นทางจำนวนมาก จนท.เพิ่มจุดบริการ ย้ำมุ่งให้ ปชช.ปลอดภัย รถที่ยึดจัดเก็บไว้อย่างเหมาะสม

วันที่ 16 เมษายน 2559 พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนจำนวนมากได้เดินทางกลับจากการเฉลิมฉลองและท่องเที่ยวสงกรานต์ ทำให้การสัญจรในเส้นทางต่างๆ มีความหนาแน่นเป็นระยะและคาดว่าจะหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ คสช.ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ปรับการอำนวยการจราจรให้สะดวกที่สุดและทันต่อสภาพการใช้ถนนทั้งในสายหลัก สายรอง และทางลัด เพื่อเร่งระบายการจราจรตามเส้นทางให้คล่องตัวที่สุด ควบคู่ไปกับการเข้มงวดในมาตรการสร้างความปลอดภัย “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ”


สำหรับสถิติการตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ในวันที่ 15 เมษายน 2559 มีดังนี้ จักรยานยนต์ พบการกระทำความผิด 30,599 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดไว้ 1,127 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี17,871คน รถโดยสารสาธารณะ และรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 16,621 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบขับขี่ไว้ 707 คน ยึดรถยนต์ 425คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 11,354 คน

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า ตลอด 7 วันที่ผ่านมา (วันที่ 9-15 เมษายน 2559) เจ้าหน้าที่ได้ยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับไว้แล้ว 4,609 คัน แยกเป็น จักรยานยนต์ 3,488 คัน และรถยนต์ 1,121 คัน และดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดเกี่ยวกับจักรยานยนต์ 50,271 คน รถโดยสารสาธารณะ และรถยนต์ส่วนบุคล 31,270 คน อย่างไรก็ตาม จากการที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าสถิติผู้ฝ่าฝืนมาตรการปลอดภัยในขณะนี้มีจำนวนมากนั้น เนื่องจากในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ผู้ใช้เส้นทางมีจำนวนมาก ประกอบกับเจ้าหน้าที่ได้เพิ่มจำนวนจุดบริการ จุดตรวจสอบมากขึ้น ทำให้ตรวจพบผู้ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ใช้ทั้งมาตรการ ทางนิติศาสตร์และทางรัฐศาสตร์เน้นการสร้างความเข้าใจ ขอความร่วมมือ หรือการจัดส่งคนที่ดื่มกลับบ้าน เพื่อมุ่งหวังให้ประชาชนปลอดภัยเป็นสำคัญ

สำหรับรถที่ควบคุมไว้นั้น เจ้าหน้าที่ได้ดูแลและจัดหาสถานที่เก็บรักษาไว้อย่างเหมาะสม โดยผู้เป็นเจ้าของรถ สามารถติดต่อขอรับคืน ได้ตามเวลาที่กำหนด


Share this: