นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ติดตาม เร่งรัด ขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

11 ก.ค. 2561 | 15:50:15
 

เมื่อเวลา 09.30 น. วันพุธที่ 11 กรกฎาคม 2561  นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมคณะอนุกรรมการฯ เดินทางไปยังสำนักชลประทานที่ 7 เพื่อเป็นประธานการประชุมติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานไว้ให้มีการขับเคลื่อนเพื่อสร้างประโยชน์แก่ราษฎร ตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการสืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการต่อไป

โอกาสนี้ องคมนตรี กล่าวเปิดการประชุมโดยมีนายลลิต ถนอมสิงห์ รองเลขาธิการ กปร. ในฐานะฝ่ายเลขานุการ กปร. กล่าวถึงการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ผ่านมาซึ่งพบว่ามีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ยังไม่ได้ดำเนินการทั้งสี่ภาครวม 78 โครงการ อยู่ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 14 โครงการ แบ่งเป็นโครงการที่ได้พระราชทานพระราชดำริโดยตรง 3 โครงการ และโครงการที่เกิดจากราษฎรขอพระราชทานความช่วยเหลือ (ฎีกา) จำนวน 11 โครงการ ที่ผ่านมาคณะอนุกรรมการฯ ได้มีการติดตามเร่งรัดและขับเคลื่อนในปีงบประมาณ 2561ไปแล้ว จำนวน 11 โครงการ ดังนั้นจึงมีโครงการที่จะต้องเร่งรัดอีก 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยบอนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดอุบลราชธานี ที่ยังติดปัญหาสภาพพื้นที่จึงยังไม่สามารถดำเนินการได้ในขณะนี้ และอีก 2 โครงการ คือ โครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าพร้อมระบบส่งน้ำห้วยบังอี่ บ้านหนองแคน ตำบลหนองสูง อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร และโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ตำบลโพธิ์กระสังข์ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานชลประทานที่ 7 และ 8 ปัจจุบันทั้ง 2 โครงการ อยู่ระหว่างการออกแบบเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจาก กปร. ในปี 2562

จากนั้นผู้แทนกรมชลประทานได้รายงานสรุปผลการดำเนินงานโครงการพัฒนาด้านแหล่งน้ำ รวมทั้งแนวทางและแผนงานในการขับเคลื่อนโครงการให้บังเกิดประโยชน์ต่อไป

ในช่วงบ่าย องคมนตรี พร้อมคณะฯ เดินทางไปยังโครงการแก้มลิงกุดเตอะ-กุดหวายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลคูซอด อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงรับไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2554 ตามที่องค์การบริหารส่วนตำบลคูซอด ได้ขอพระราชทานโครงการแก้มลิงกุดเตอะ-กุดหวาย เพื่อช่วยเหลือราษฎร ที่ประสบความเดือดร้อนขาดแคลนน้ำสำหรับทำการเกษตรในช่วงฤดูแล้งและประสบปัญหาอุทกภัยในช่วงฤดูฝน โดยกรมชลประทานได้กำหนดแผนการดำเนินงานเป็น 3 ระยะคือ ระยะ 1 (กุดเตอะ) ระหว่างปี 2557-2558 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก กปร. โดยขุดลอกแก้มลิงขนาดใหญ่ เนื้อที่รวมประมาณ 1,200 ไร่ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการกักเก็บน้ำ จากเดิม 700,000 ลูกบาศก์เมตร เป็น 1,500,000 ลูกบาศก์เมตร และทำการก่อสร้างอาคารระบายน้ำ จำนวน 1 แห่ง ก่อสร้างอาคารท่อรับน้ำ จำนวน 15 แห่ง และแปลงเกษตรโดยรอบแก้มลิงทั้ง 2 แห่ง รวมพื้นที่ประมาณ 130 ไร่ ระยะ 2 (กุดหวาย) ดำเนินการในปี 2560 โดยขุดลอกแก้มลิงและแปลงเกษตร ก่อสร้างอาคารท่อรับน้ำ จำนวน 7 แห่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินงาน มีผลงานสะสมร้อยละ 60 และระยะ 3 (กุดหวาย) ปี 2563 กำหนดกิจกรรมงานก่อสร้างอาคารบังคับน้ำจากแม่น้ำมูล อาคารประกอบต่าง ๆ และกิจกรรมก่อสร้างคันดินถมบดอัดแน่นและแปลงเกษตร รอบบริเวณพื้นที่แก้มลิง กุดเตอะ-กุดหวาย

ทั้งนี้ เมื่อโครงการแล้วเสร็จก็สามารถส่งน้ำเพื่อการเกษตรกรรมของราษฎรในเขตตำบลคูซอด อำเภอเมือง จังหวัด ศรีสะเกษ ประมาณ 2,000 ไร่ เป็นแหล่งน้ำสำหรับการอุปโภค - บริโภค และสัตว์เลี้ยงให้กับราษฎร ประมาณ 200 ครัวเรือน นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งพักผ่อนท่องเที่ยว และที่อยู่อาศัยนกเป็ดน้ำ ริมฝั่งแม่น้ำมูลอีกด้วย


Share this: