ตำรวจภูธรภาค 1 รวบ ‘แจ๊ค กฤษณะ อุ้มญาติ’ ผู้ต้องหาโจรกรรมรถในหลายพื้นที่

08 พ.ค. 2561 | 13:48:55
วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 ที่ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) แถลงผลการจับกุม นายกฤษณะ หรือแจ๊ค อุ้มญาติ อายุ 52 ปี ที่อยู่ 99/38 หมู่ที่ 3 ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับของ ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ 73/2561 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2561 ในข้อหา “ลักทรัพย์ในเคหสถาน ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม พร้อมของกลาง รถแวน ยี่ห้อโตโยต้า แฮริเออร์ สีเทา ทะเบียน กร 3949 พระนครศรีอยุธยา 1 คัน (ยานพาหนะที่ใช้ในการก่อเหตุโจรกรรมรถยนต์) รถยนต์กระบะ ยี่ห้อมาสด้า สีน้ำเงิน ทะเบียน กง 1997 สุราษฎร์ธานี 1 คัน (ยานพาหนะที่ใช้ในการก่อเหตุโจรกรรมรถยนต์) เหล็กหกเหลี่ยมเจียร์ปลายแบน 5 อัน ไขควงปากแฉก 1 อัน มีดพับพกได้จ 1 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง ถุงมือผ้าสีขาว 1 ข้าง กระเป๋าสะพาย 1 ใบ (มีอุปกรณ์เครื่องมือช่างหลายรายการ) แผ่นป้ายทะเบียน 4 แผ่น แผ่นติดตัวถังรถยนต์ ยี่ห้อ อีซูซุ หมายเลขเครื่อง GU 0814 1 แผ่น แผ่นติดตัวถังรถยนต์ ยี่ห้อ โตโยต้า หมายเลขเครื่อง MROC512G500059581 1 แผ่น ป้ายวงกลมแสดงการเสียภาษีรถยนต์ หมายเลขทะเบียน ถฎ 6081 กรุงเทพฯ 1 แผ่น ป้ายวงกลม แสดงการเสียภาษีรถยนต์ หมายเลขทะเบียน บร 551 กาฬสินธุ์ 1 แผ่น สมุดคู่มือรถยนต์ หมายเลขทะเบียน ถฎ 6081 กรุงเทพฯ 1 เล่ม สมุดคู่มือรถยนต์ หมายเลขทะเบียน บน 7269 สุพรรณบุรี 1 เล่ม ใบอนุญาตขับขี่ของนายณรงค์ศักดิ์ วงษ์สุวรรณ 1 ฉบับ บัตร The one card 1 ใบ
 
พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) เปิดเผยว่า  เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุม นายกฤษณะ  ได้ที่ปั๊มน้ำมัน บริเวณถนนสายเอเชีย อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากที่ผู้ต้องหาพยายามขับรถรถยนต์โตโยต้า แฮริเออร์ ที่ใช้ตระเวนก่อเหตุโจรกรรมรถยนต์ หลบหนีด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ในหลายจุดจนเกิดข้อพิรุธ และนอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ขยายผลไปตรวจยึดรถยนต์อีกคันที่ผู้ต้องหาใช้ได้ที่จังหวัดอ่างทอง พร้อมของกลางอุปกรณ์สำหรับงัดแงะและโจรกรรม แผ่นป้ายทะเบียนรถ แผ่นติดตัวถังรถ และเอกสารเกี่ยวกับรถอีกหลายรายการ
 
จากการตรวจสอบประวัติ นายกฤษณะ หรือแจ๊ค อุ้มญาติ  ผู้ต้องหา พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการโจรกรรมรถยนต์ในหลายพื้นที่ ทั้งพื้นที่ สน.คันนายาว พื้นที่ จ.สุพรรณบุรี สิงห์บุรี และจังหวัดสระบุรี ซึ่งก่อเหตุมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 ครั้ง ผู้ต้องหารายนี้ จะตระเวนขับรถไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อหารถเป้าหมาย ส่วนใหญ่จะเป็นรถกระบะที่จอดตามจุดเปลี่ยว และจอดทิ้งไว้เป็นเวลานาน จากนั้นจะใช้อุปกรณ์ที่เตรียมมาเปิดประตูรถ ทำลายเบ้ากุญแจ และนำเบ้ากุญแจที่เตรียมมาใส่และสตาร์ทรถขับหลบหนีไปขายต่อให้กับกลุ่มเครือข่าย
 
“ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเข้าตรวจค้นสถานที่เป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับอีกหลายแหล่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า  นายกฤษณะ ผู้ต้องหา ไม่น่าจะลงมือก่อเหตุเพียงลำพังคนเดียว น่าจะมีผู้ร่วมขบวนการรายอื่นร่วมด้วย เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลผู้ร่วมขบวนการต่อไป” พล.ต.ท.สุวัฒน์ กล่าว

Share this: