ตร.สน.คันนายาว ร่วมกับ ทหาร บุกรวบนักพนัน ชาย-หญิง 47 คน

12 ก.ย. 2561 | 09:21:39
เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 12 กันยายน 2561 พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว พร้อมด้วย พ.ต.ราชวัติ นิกรกูล รอง ผบ.ร้อย.รส.ส.พัน.2 เขตสายไหม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คันนายาว เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อยรส. ส.พัน 2 เขตสายไหม นำกำลังบุกทลายบ่อนการพนัน ไฮโล ภายในร้านบ้านไม้เทียม ปากซอยสุขาภิบาล 5 แยก 64 แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นเพิงมีผนังรอบด้านอยู่ในเนื้อที่ประมาณ 20 ตารางเมตร ดัดแปลงเป็นร้านอาหารชื่อ บ้านไม้เทียม เจ้าหน้าที่พบนักพนันชาย หญิง กำลังเล่นพนันกันอย่างสนุกสนาน จึงสั่งให้หยุดกิจกรรมทั้งหมด และสามารถควบคุมตัวนักพนันไว้ได้ทั้งหมด47 คน แบ่งเป็นชาย 32 คน หญิง 15 คน พร้อมของกลาง ถ้วยไฮโล 7 ใบ ฝาครอบ 3 อัน ลูกเต๋า 296 ลูก ไม้เก็บ 20 อัน ไพ่ 1 สำรับ ใบกระท่อม 91 ใบ เงินสด 31,700 บาท โดยมีนายพรชัย นิลประยูร อายุ 48 ปี รับเป็นเจ้าของบ้านและเจ้ามือ จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนักพนันทั้งหมดไปยัง สน.คันนายาว
 
จากการสอบสวนนายพรชัย นิลประยูร อายุ 48 ปี รับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้สถานที่ดังกล่าว เคยเป็นร้านอาหาร แต่ได้ปิดตัวลงไปนานกว่า 1 ปีแล้ว ตนจึงมาเช่า หลังจากนั้นได้ลักลอบเปิดให้เล่นพนันไฮโล มาได้ประมาณ 2-3 วัน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีเจ้าหน้าที่มาจับกุมแล้ว 1 ครั้ง แต่ก็กลับมาเปิดใหม่จนกระทั้งมาถูกจับกุม
 
ขณะที่ พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากได้รับรายงานว่า ร้านอาหารแห่งนี้มีการลับลอบเปิดเป็นบ่อนการพนัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ทหาร ร้อยรส. ส.พัน2 เขตสายไหม นำกำลังเข้าปิดล้อมจับกุมนักพนันได้ 47 คน พร้อมของกลางอุปกรณ์การเล่น และเงินสดจำนวน 31,700 บาท บ่อนแห่งนี้ เคยถูกจับเมื่อประมาณ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา โดยครั้งแรกเจ้าหน้าที่จับนักพนัน ได้ 7 คนเท่านั้น
 
สำหรับใบกระท่อมที่พบ จำนวน 91 ใบ เบื้องต้นยังไม่มีใครรับว่าเป็นเจ้าของ หลังจากนี้จะทำการสอบสวนและตรวจสอบกล้องวงจรปิดของบ่อนว่าใครนำมา หากพบตัวก็จะแจ้งข้อกล่าวหา มีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเพิ่มอีก 1 ข้อหา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา นายสมพร นิลประยูร  ในข้อหาจัดให้มีการพนันไฮโล พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตส่วนนักพนันทั้ง 46 คน แจ้งข้อหาร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน ( ไฮโล ) พร้อมควบคุมตัว และของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Share this: