ตร. ค้นเต้นท์รถ ย่านลาดปลาเค้า พบรถ 2 คัน สวมทะเบียนขาย หลัง 'เจ้าของรถ' ร้อง ตร. ถูกออกใบสั่ง ทั้งที่ไม่เคยขับรถผ่านเส้นทาง – ขณะที่อีกราย รถถูกประกาศขาย ในเว็ปไซต์ ทั้งที่ยังใช้อยู่

14 มิ.ย. 2561 | 08:47:41
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 14 มิถุนายน 2561 พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภูริส จินตรานันท์ รองผู้กำกับการชุดปฏิบัติการศูนย์ปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์รถจักรยานยนต์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผกก. ชุดปฏิบัติการ ศปจร.น.) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปจร.น. แถลงผลการตรวจค้นเต็นท์รถมือสอง บริเวณซอยลาดปลาเค้า 78 ถนนลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร พร้อมรถยนต์ของกลาง ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นแจ๊ซ สีเทา ทะเบียน กง 8017 แพร่ รถยนต์อเนกประสงค์ ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีขาว ทะเบียน 4กม 473 กรุงเทพมหานคร แผ่นป้ายทะเบียนปลอม และป้ายภาษีปลอม
พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมาก ว่า ได้รับใบสั่งจากการกระทำผิดกฎหมายจราจรส่งมาที่บ้าน ทั้งที่ไม่ได้เดินทาง หรือใช้เส้นทางตามที่มีการออกใบสั่ง ขณะเดียวกัน มีผู้ร้องเรียนซึ่งเป็นผู้พักอาศัยอยู่ จ.นราธิวาส ผ่านทาง ศปจร.น. ว่า รถยนต์ของผู้ร้อง ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีขาว ทะเบียน 4กม 473 กรุงเทพมหานคร ถูกประกาศขายในเว็บไซต์ขายรถยนต์ออนไลน์ ชื่อ Talad ROD (ตลาดรถ) โดยระบุรายละเอียดรถ ว่า เป็นรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโร่ สีขาว ทะเบียน 4 กม 473 กรุงเทพมหานคร ราคา 799,000 บาท จุดนัดดูรถที่กรุงเทพฯ ถนนลาดปลาเค้า รามอินทรา กม.2 เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการสืบสวนถึงจุดขายรถยนต์ดังกล่าว
พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ กล่าวต่อว่า จากการสืบสวนพบว่า รถดังกล่าวขายอยู่ในเต็นท์รถยนต์มือสอง ชื่อ เค เค เบสท์ คาร์ ถนนลาดปลาเค้า แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ จึงได้ตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียน 4 กม 473 กรุงเทพมหานคร ที่ติดอยู่บริเวณหน้ารถและหลังรถดังกล่าว พบว่า เป็นป้ายทะเบียนปลอม ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลเล่มทะเบียนและลักษณะภายนอกของรถยนต์ พบว่า แตกต่างจากรถยนต์ของผู้เสียหาย จึงเชื่อได้ว่า เป็นรถยนต์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดตามกฎหมาย และมีการนำหมายเลขทะเบียนรถของผู้อื่นที่มียี่ห้อรุ่น และสีเดียวกัน มาทำแผ่นป้ายทะเบียนปลอมสวมไว้ แล้วนำมาหลอกขายให้ประชาชนผู้ซื้อรถยนต์โดยสุจริต จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอหมายค้นที่ ค.213/2561 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2561 จึงได้เข้าตรวจค้นทันที โดยได้ติดต่อที่สำนักงานของเต็นท์รถซึ่งมี นายสมพล เพียรวิทยาเวช อายุ 46 ปี ได้แสดงตัวเป็นเจ้าของเต็นท์และเป็นผู้ครอบครองรถ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงหมายค้นให้ดู นายสมพล ได้ตรวจสอบหมายค้นแล้วจึงยินยอมให้ทำการตรวจค้น
ผลการตรวจค้นพบของกลางรถต้องสงสัยติดแผ่นป้ายทะเบียน 4 กม 473 กรุงเทพมหานคร เมื่อตรวจสอบยี่ห้อและรุ่นรถยนต์ พบว่า เป็นรถยนต์ที่ประกาศขายจริง และนำสมุดคู่มือดังกล่าวมาให้ตรวจสอบ พบว่า เป็นสมุดคู่มือปลอม เพื่อทำให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นรถยนต์ของตน ถูกตรวจพบว่าอยู่ในครอบครองของ นายสมพล
ทั้งนี้ นายสมพล ให้การปฏิเสธว่า
โดยให้การว่า รถยนต์คันดังกล่าว ได้ซื้อมาจากนายสมพงษ์ แก้วอาจ อายุ 32 ปี ซึ่งเจ้าของเต้นรถละแวกเดียวกัน โดยขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบ นายสมพงษ์ แก้วอาจ ได้มาแสดงตัวเป็นผู้ขายรถคันดังกล่าวจริง โดยมีหลักฐานซื้อขายคือ สัญญาการซื้อขายและสลิปการโอนเงิน จำนวน 700,000 บาท เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 เวลา 17.15 น.
พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ กล่าวว่า การซื้อขายรถยนต์ผ่านช่องทางออนไลน์มีเพิ่มมากขึ้น อาจจะมีทั้งรถที่ถูกตามกฎหมาย และรถที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งหลักการพิจารณา ต้องพิจารณาเรื่องราคาการซื้อขายจะต้องอยู่ในราคาที่สมเหตุสมผลกับท้องตลาด นอกจากนี้ อาจสังเกตได้จากความชัดเจนของสีตัวอักษร และลายน้ำ ของคู่มือรถ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาปลอมและใช้เอกสารปลอม กับ นายสมพล และ นายสมพงษ์ พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางเขน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้ร่วมขบวนการที่เหลืออยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป

 

Share this: